หนีเมืองกรุง พุ่งไปโดดน้ำเขื่อน “เชี่ยวหลาน”

เคยมั้ยเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ มักจะตีกัน คนนึงอยากเล่นน้ำ เลยบอก “ไปทะเลกันดีกว่า”

ส่วนอีกฝั่งบอก ไม่เอาอะ ทะเลมันร้อน แต่ก็อยากเล่นน้ำนะ “‘งั้นไปน้ำตกกัน”

ส่วนอีกฝั่งนึงก็บอก แต่เราอยากอยู่ท่ามกลางภูเขา อากาศเย็นสบาย ตื่นมาเจอบอก “เข้าป่ากันเถอะ”

กว่าจะสรุปทริปได้ ตีกันไปสิบยก เผลอๆสรุปไม่ได้ อะยกเลิกทริปไปเลยจ้าาา แห้วววววว….

แต่เอาจริงๆ มันมีที่ๆ สามารถเล่นน้ำก็ได้  กระโดดตู้ม น้ำเย็นสบาย แถมได้อยู่ท่ามกลางภูเขาด้วยนะ

” ……. ไปเขื่อนไง …… ”


มา… ตัดสินใจได้แล้ว ก็ไปกันเลย

เขื่อนเชี่ยวหลาน

พูดชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบอกว่า … กุ้ยหลินเมืองไทย … คุ้นยัง?

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือชื่อเต็มคือ เขื่อนรัชประภา อยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งวิธีไปก็หลายวิธีมาก ใครชอบแวะก็ขับรถไป ใครสายชิลก็นั่งรถไฟ หรือใครมีเวลาไม่เยอะก็นั่งเครื่องบินเลยค่า


เราไปถึงสุราษฎร์กันแต่เช้า จะไปที่ท่าเรือเลยอาจจะเร็วไปหน่อย เราเลยตัดสินใจเข้าไปหาอะไรกินในเมืองก่อน

วิธีนั่งเข้าตัวเมืองนะคะ จะนั่งรถ(ที่คล้ายๆรถบัส) ของบริษัทพันทิพ คนละ 100 บาท หรือจะเหมา Taxi ก็ 500 ก็ได้ค่ะ

พอหาอะไรจากตัวเมืองกินอิ่มแล้ว จากในตัวเมืองจะมีวินรถตู้ คนละ 250บาท รอรถเต็ม (12คน) รถถึงจะออก

หรือจะเหมารถตู้ก็ประมาณ 2500 นิดๆ ค่ะ ลองเลือกกันตามที่สะดวก

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะถึงท่าเรือค่า

จากนั้นก็เสียค่าเข้าเขื่อน คนละ 20 บาทนะคะ

แล้วก็ค่าเสื้อกันฝน (ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะ20บาทค่ะ) เพราะที่นี่เป็นเขื่อน อากาศจะค่อนข้างแปรปรวน ฝนเดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุด เลยควรมีเสื้อกันฝนติดไว้ค่ะ

โอเค ถ้าพร้อมแล้ว นั่งเรือไปพร้อมกันเลยค่ะ…

คิดถูกจริงๆที่ซื้อเสื้อกันฝนไว้ เพราะนั่งไปแปบเดียวเท่านั้นค่ะ ฟ้าสดใสที่เห็นตอนแรก เปลี่ยนเป็นเมฆฝน…          และฝนก็กระหน่ำ เก็บกล้องแทบไม่ทัน
แต่เอาจริงๆก็ไม่ค่อยเก็บกล้องกันค่ะ คือตื่นเต้น และ เห่อ มากกกกก กดชัตเตอร์กันรัวๆ

ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงตรงนี้ค่ะ เห็นอะไรมั้ยคะ นั่นไง ที่พักของพวกเรา

“ รีสอร์ทแพพันวารีย์ ”

ถึงแล้วค่ะ จอดเรือแล้วเดินเข้าที่พักกัน

ดูในส่วนของที่พักกันค่ะ  ห้องที่เราพักจะนอนได้ 4 คนนะคะ เป็นแพสองชั้น ชั้นล่าง 2 คน ชั้นบน 2 คน

ดูในรูป ชั้นบนอาจจะเล็ก แต่ของจริงคือกว้างเหมือนกันค่ะ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้สบาย ไม่ต้องกลัวตกด้วย

แต่ถ้าข้างบนอาจจะรู้สึกโคลงๆ กว่านะคะ ถ้าใครเมาคลื่นง่าย แนะนำให้นอนข้างล่างค่า

แพแต่ละหลังจะมีระเบียงส่วนตัว อารมณ์แบบเปิดประตูห้องนอนแล้วกระโดดน้ำได้เลย หรือใครไม่อยากเล่นน้ำก็นั่งชิลๆที่ระเบียงได้ บรรยากาศดีมากกกก ดูวิวจากห้องพักเราสิ 🙂


หลังจากมาถึง เรามีเวลาว่างให้พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย  ไม่ต้องกลัวเบื่อนะคะ เพราะมีอะไรให้ทำเยอะเลย

มีสไลเดอร์ให้เล่นด้วย เด็กๆน่าจะชอบกัน .. เด็กโข่งอย่างเราก็ชอบค่ะ แฮะะๆๆๆ

มีคายัคให้พายเล่นด้วยค่ะ ฝึกกล้ามเนื้อแขนกัน แต่ถ้าพายไปไกลเนี่ย ขากลับเหนื่อยยยยยแน่ๆ หมดแรงง

หรือถ้าใครรู้สึกว่า…  ไม่เอาอะ ขอพักผ่อนนอนนิ่งๆดีกว่า ก็มีสิ่งนี้……  !!

เรียกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าคืออะไร แต่คือดีมากกกกกกกกกกกกกก สบายมากกกกกกกกกกกๆๆๆ


หลังจากพักผ่อนกันแล้ว พอ 5โมงเย็น ทางที่พักจะพาเรานั่งเรือไปเที่ยวกันค่ะ

โชคดีที่เย็นนี้อากาศดี ฟ้าเปิด มีแดด ถ่ายรูปกันเพลินเลยค่ะ

นั่งเรือมาซักพัก นานมั้ยไม่รู้ เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับบรรยากาศ จนมาถึง   “เขาสามเกลอ”

เค้าก็จะปล่อยให้เราว่ายน้ำเล่นอยู่แถวนั้นซักพักค่ะ

โดนตามขึ้นเรือแล้ววว

กลับที่พักกันค่ะ

มื้อเย็นที่พักมีให้นะคะ เติมได้ไม่อั้น …  แต่เราาา ไม่มีรูปนะคะ เพราะเราหิวววมากกกกกกกกก


วันที่ 2 ของทริป

ตามแพลนของที่พัก ตอนเช้าจะมีพาไปนั่งเรือส่องสัตว์กันนะคะ แต่ว่าเช้านี้ฝนตก เลยอดไปเลยยย

ไม่เป็นไรค่ะ ถึงจะอดส่องสัตว์ไป แต่บรรยากาศดีมาก มีหมอกลงด้วย

และในเมื่อไปไหนไม่ได้เราก็จะอยู่บริเวณที่พักกันนี่แหละค่ะ วันนี้เรามีของเล่นใหม นั่นคื้ออออออ..

อันนี้เอามาเองนะคะ นั่งใช้เครื่องเป่าลมเมื่อคืน (แต่ที่เป่าลม ทางที่พักมีให้ค่ะ ขอยืมได้)

แต่ปัญหาคือ คิดน้อยไปหน่อยค่ะ พอเป่าลมในห้องแล้วเอาออกยากกกกกมากกกกก แนะนำออกไปเป่าข้างนอกค่ะ

ตัวเดียวไม่ได้ค่ะเดี๋ยวเหงา ต้องสองตัว (เปล่าหรอก จะได้ไม่ตีแย่งของเล่นกัน ฮ่าาาๆ)


11 โมง เราจะออกไปถ้ำปะการังค่ะ

แต่ไม่ใช่ว่านั่งไปแล้วถึงเลยนะ เราต้องมาจอดเรือที่นี่ เพื่อจะเดินเข้าป่ากันต่อ

จากนั้นเราจะเดินป่ากัน ประมาณ ครึ่งชั่วโมง (ช้าเร็วกว่านั้นก็แล้วแต่ความเร็วในการเดินแต่ละคนค่ะ)
เราไปช่วงที่ฝนตกบ่อย ทางเลยค่อนข้างลื่นค่ะ เลยอาจเดินได้ไปเร็วมากเท่าไหร่ (เอาไม้ค้ำไปก็ดีค่ะ มีให้ข้างหน้าทางเข้าเลย)  สิ่งที่ต้องระวังอีกอย่างคือ ทาก ค่ะ แต่ป่านี้มีไม่ค่อยเยอะ  ไกด์แนะนำว่า ถ้าทากดูดเลือด ให้ใช้ยาหม่องทา (ใช้ไฟแช็คได้ แต่ทากอาจตายได้ค่ะ)

แต่ตัวนี้ไม่ใช่ทากนะคะ ตัวนี้เรียกว่าบึ้ง ตัวใหญ่มากกกก แสดงว่าป่านี้อุดมสมบูรณ์ดีค่ะ

ระหว่างเดินป่า ฝนตกๆหยุดๆตลอดทาง เก็บกล้องเป็นระยะๆ เลยค่ะ
จนซักพักก็เดินมาถึงงงงง… ทางลงเรืออีกครั้งงง เพื่อไปถ้ำปะการัง
นั่งไปไม่ไกลมากค่ะก็ถึงถ้ำแล้ว

ปกติเราเฉยๆกับถ้ำที่จัดไฟเป็นสีๆ แล้วเดินดูนะ คือเราไม่อิน
แต่อันนี้เป็นถ้ำมืดๆเลย ถ้าจะดูก็ส่องไฟฉายเอา

ในถ้ำก็มีหินงอกหินย้อยหลากหลาย จะมองเป็นอะไรแล้วแต่จะจินตนาการกันเลยยย

หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้ว แต่อันนี้บอกเผื่อคนที่ไม่รู้นะคะ

ถ้าเราเห็นอะไรที่คล้ายๆกับหยดน้ำ ออกมาจากหินย้อย
“ ห้ามไปจับเด็ดขาด ” นะคะ เพราะว่ามันจะย้อยลงมาเรื่อยๆ ถ้าเราจับปุ๊บมันจะหยุดการย้อยลงมาทันที (งงมั้ยคะ)

รูปในถ้ำนี้ เราไม่ได้เป็นคนถ่ายนะคะ เพื่อนในทริปถ่ายค่ะ เครดิต Lighting Canvas ค่ะ

แล้วก็เดินออกจากถ้ำกันค่ะ


กลับมาถึงที่พัก ไม่มีอะไรทำ ก็เล่นน้ำต่อสิคะ 555555

นี่เล่นน้ำทั้งวันจนตัวเปื่อยแล้ววววววว

แต่ได้ไอเดียใหม่ค่ะ เป็นไอเดียที่ดี๊ดี เราสบายแต่เพื่อนเหนื่อยค่ะ นั่นคืออออออออ

ให้เพื่อนพายคายัคไปค่ะ ส่วนเราผูกหงส์ไว้ นอนเฉยๆ สบ้ายยยยสบายยยยย เย้


วันสุดท้ายของทริปปป

จริงๆวันนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ  เราตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันอีกวัน

แต่… ฝนก็ไม่เป็นใจอีกเช่นเคยค่ะ

ถึงแม้เราจะไม่ได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นเลยซักวัน แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสและไม่ได้ผิดหวังเลยค่ะ

เราเชื่อว่าธรรมงดงามเสมอ ถึงพระอาทิตย์จะไม่ขึ้นให้เราเห็นเลยซักวัน แต่เราได้เห็นหมอกแทน ซึ่งก็สวยไปอีกแบบ เช้านั้นทุกอย่างดูเงียบสงบมาก เป็นอีกบรรยากาศของ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ที่น่าจดจำไม่แพ้กัน 🙂

ถ้ามีโอกาส….. เราจะกลับมาอีกแน่ๆ

” แล้วพบกันใหม่นะ …เชี่ยวหลาน “

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s