Train to Chingmai, refresh and slow life at Maekampong

เราไปเชียงใหม่มาหลายครั้งแล้วแหละ เคยไปทั้งนั่งรถ นั่งเครื่องบิน

แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะนั่ง “รถไฟ” ไป

โดยจุดประสงค์ครั้งนี้ของเราคือการหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง

ไปลองใช้ชีวิตช้าๆ ตะต่อนยอน ที่ “หมู่บ้านแม่กำปอง” แบบไม่มีแพลน

ถ้าพร้อมไปพักผ่อนด้วยกันแล้ว ก็เกาะขบวนรถไฟตามกันมาเลยค่ะ


เราขึ้นที่สถานีสามเสนค่ะ แต่จริงๆขึ้นที่หัวลำโพงก็ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับความสะดวก ระบุตอนซื้อตั๋วได้ค่ะ
รถไฟออกตรงเวลามาก 18:25 ค่ะ

จริงๆ รถไฟนี่ก็มีหลายแบบนะ แบบนั่งธรรมดา ก็จะถูกหน่อย มีแบบ ตู้นอนรวม หรือแบบห้องเดี่ยว
ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ความเร็วก็จะไม่เท่ากัน อย่างที่เราเลือก เราเลือกตู้นอนชั้น1 ออกจากกรุงเทพเย็นๆ และไปถึงเชียงใหม่ 7:15 ก็เที่ยวต่อได้เลยยยย

ถ้าไปถึง ก็จะเป็นที่นั่งปกติก่อน (ค่อยปรับเป็นเตียงทีหลัง)
ในห้องจะมี หมอน ผ้าห่ม ผ้าปูเตียง ที่เดี๋ยวจะมีคนมาจัดการให้นะ
มีอ่างล้างหน้า แก้วน้ำ ขวดน้ำ ปลั้กให้ชาร์ตแบต2รู ที่แขวนของ… ซึ่งเราว่ามันครบอยู่นะะ สะดวกสบายดี

เรื่องความเป็นส่วนตัว ก็เป็นส่วนตัวมากเหมือนกัน ยกเว้นว่าถ้าเสียงดังมาก ข้างห้องก็ได้ยินนะ (คือข้างห้องเราเสียงดังมากกก ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ) แต่ว่าถ้ามากะเพื่อนหลายๆคน จะสนุกมาก เพราะตรงกลางสามารถเปิดห้องหากันได้ แบบว่าเป็นห้องคอนเนคกัน จะเล่นเกมส์ จะเม้ากัน ก็จัดเล้ยยย (แต่อย่าเสียงดังรบกวนห้องอื่นน้าาา)

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ห้องแบบนี้ดีอย่างนึงตรงห้องสามารถล้อคได้ค่ะ ปลอดภัยหายห่วง
ใครเป็นผู้หญิงอยากได้แบปลอดภัยๆ ก็มาเป็นห้องแบบนี้ก็ได้นะคะ

ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ดีมาก สะอาดมาก ติดแอร์ด้วยนะ
จริงๆมีห้องน้ำแบบนั่งด้วย เราคิดว่าเราถ่ายมาแล้วนะ แต่กลับมารูปหายอ่าาา แงงงง
อ่ออ แล้วก็ห้องน้ำมีที่ฉีดด้วยนะะ ดีงามมมม

อันนี้เมนูอาหารและราคาค่ะ ความเห็นส่วนตัวเรา เราว่าอาหารโอเคเลยนะคะ เคยได้ยินว่าอาหารบนบนรถไฟไม่อร่อย แต่สำหรับเราเราชอบค่ะ อร่อยดี

ส่วนอาหารนี่จะสั่งมากินที่ห้อง หรือจะไปกินขบวนห้องอาหารก็ได้ค่ะ

อันนีี้เป็นตู้นอนชั้น 2 ค่ะ ราคาก็จะถูกกว่า มีทั้งแบบนอนรวม และขบวนหญิงล้วนด้วยนะคะ เผื่อใครอยากสบายใจก็นอนขบวนหญิงล้วนได้ค่ะ ถ้าราคาไม่เปลี่ยนแปลง ก็ 800 บาทค่ะ

กินเสร็จปุ๊บก็เรียกคุณลุงมาปูเตียงให้ได้เลยค่ะ

ในภาพอาจจะดูเล็ก จริงๆไม่เล็กเลยค่ะ นอนสบายมากกกกกกกก
และในห้องหนาวมากๆๆๆๆๆๆๆ ยิ่งใครนอนเตียงบนนี่เหมือนโดนแช่แข็งเลยค่ะ เตรียมเสื้อหนาวไปด้วยย หนาวจนผ้าห่มเอาไม่อยู่

ส่วนเรื่องราคา จริงๆเตียงบนกะเตียงล่างราคาไม่เท่ากันนะ
เตียงบน 1,250 เตียงล่าง 1,450 เอาไว้สำหรับคนที่มาคนเดียว แล้วจองห้องแชร์กะคนอื่น (ระบุเพศคนที่แชร์ห้องได้น้า เช่นแบบเราเลือกให้คนที่แชร์กะเราเป็นผู้หญิงเท่านั้น ไรงี้)  แต่ถ้ามากันสองคนอยู่แล้ว ก็จ่ายคนละ 1350 ไปเล้ยยย ง่ายๆ จ่ายเท่าๆกัน หรืออีกทางเลือกคือ มาคนเดียว อยากเหมาห้อง ก็ทำได้นะ คือ 1780 บาท ใครอยากส่วนตัวก็เหมาไปเลยย~

มาถึงตรงนี้บางคนอาจคิดว่า โหห!! ราคาพอๆกะเครื่องบินเลยอะ แถมยังหลายชั่วโมงมากกก  งี้เครื่องบินไปเลยดีกว่าปะ ก็อาจใช่สำหรับคนที่อยากประหยัดเวลา แต่ถ้าไม่ได้รีบไปไหน ลองมานั่งรถไฟดูสิ เชื่อเถอะว่ามันจะได้ความประทับใจกลับไปเช่นกัน การที่ตื่นมาเจอบรรยากาศดีๆตอนเช้า ทุ่งหญ้าเขียวๆ หมอกขาวๆ ..
มันก็ถือเป็นเช้าที่ดีไปอีกแบบเหมือนกันนะ  :))

ตอนนี้มีรถไฟนอนขบวนใหม่แล้ว ดูสวยและสบายขึ้นมากๆ เลย ในราคาเท่าเดิมด้วยยย อยากไปลองมากก ไว้มีโอกาสจะไปลองแน่ๆค่ะ  มีเส้นทางไปเชียงใหม่ด้วยนะคะ ใครได้ไปลองแล้วมาบอกกันบ้างนะคะ


เราถึงเชียงใหม่ 7:15 เป้ะๆ เลยค่ะ ก่อนหน้านี้ทำใจว่าต้องเลทแน่ๆ เพราะชอบได้ยินว่ารถไฟชอบเลท แต่เราของเราไม่เลทเลยนะคะ ^^

พอมาถึงเชียงใหม่ปุ๊บ เราก็ไปแม่กำปองกันเลย แม่กำปองไม่ได้ไกลตัวเมืองเลยนะ ขับรถแค่ประมาณ ไม่เกินชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้วค่ะ

เราโชคดีมีเพื่อนอยู่เชียงใหม่ เลยมีคนขับขึ้นไป แต่ใครไม่มีรถส่วนตัว ก็มีรถแดง หรือรถตู้ที่รับจ้างพาขึ้นไปนะคะ หรือจะเช่ารถยนต์ มอไซ ก็ได้ค่ะ แต่ทางแอบยากและชันนิดหน่อย ค่อยๆขับกันนะคะ

จริงๆที่หมู่บ้านมีโฮมสเตย์เยอะมากๆ เลยค่ะ ถ้าไม่ได้มาในช่วงเทศกาลหรือวันหยุด ไม่ต้องจองล่วงหน้า แล้วมาเดินๆดู ชอบที่ไหนก็ลองถามเค้าเลยค่ะว่ายังว่างมั้ย เราจะได้เลือกที่เราชอบด้วย

หลังจากถึงหมู่บ้าน ขับตรงไปเรื่อยๆ จะเจอโฮมสเตย์ของเราในคืนนี้ค่ะ ชื่อว่า “บ้านสายชล”

ที่นี่เค้าคิดราคาต่อคน คนละ 550 บาท รวมอาหารแล้วสองมื้อ  คือถูกกกกมากกก ไม่แพงเลยนะ
ใครสนใจโทรจองที่พักเบอร์ 06-2298-9556 พี่นก จ้า

เดินเข้ามาโถงในบ้านกันหน่อย….
ที่นี่เป็นโถงที่ไว้นั่งเล่น ทำกิจกรรมต่างๆ จะเล่นไพ่ เล่นดนตรี หรืออะไรก็ได้  แต่พอหลัง 4 ทุ่ม ห้ามเสียงดัง เพราะจะรบกวนเจ้าของบ้านและบ้านอื่นๆ ตรงซ้ายมือมีโอวันติน กาแฟ ชาเขียว ชา ให้ชงกินกันเอง กินได้ไม่อั้นเลยยยย แล้วข้างๆห้องครัวมีเปลให้นอนเล่นด้วย ชิลลลลสุดๆ ชอบมากก ยิ่งตอนอากาศเย็นๆนะ เผลอหลับคาเปลเลย

กินข้าว เราจะกินแบบขันโตกค่ะ ได้อารมณ์มาก ส่วนข้าวเย็นวันนี้จะมี มีแกงแค น้ำพริกอ่อง ไขเจียวหอมแดง อร่อยมากกกกกกๆๆๆๆ  ไข่เจียวหมดอย่างแรกเลยค่ะ เพื่อนเลยเดินไปเจียวเองใหม่ แต่ไม่อร่อยเท่าพี่นกทำนะ 55555 ส่วนอย่างอื่นก็เติมแล้วเติมอีกค่ะ เติมจนเกรงใจ อร่อยจริงๆ

ส่วนอันนี้ทีเด็ดเลยค่ะ มะม่วงกะล่อนน เป็นมะม่วงลูกเล็กๆๆๆ ปอกแบบใช้มือลอกปลอกได้เลย แล้วแบบ อร่อยมากๆๆๆๆๆๆ  หวานนนนมากกกกกกก ชอบมากกกก หมดเกลี้ยงเลย เค้าซื้อมาใหม่ก็หมดอีก แย่งกันกินสุดๆ คือมันดีจริงงงง พูดแล้วคิดถึง อยากกลับไปกินอีกก ตอนแรกจะซื้อกลับกรุงเทพด้วยย ไม่เคยเจอในกรุงเทพเลย

พักเรื่องของกินแปบ มาเดินสำรวจบ้านกันต่อค่ะ ….

ถ้าใครไม่อยากนอนห้องนอน ที่นี่มีเต็นท์ด้วยนะ เค้ามีให้แล้ว ไม่ต้องแบกมาหรอก เรื่องราคา ไม่แน่ใจนะคะ แต่ถูกกว่าแบบนอนห้องค่ะ

ชั้นใต้ถุน มีที่นั่งอีก คราวนี้นั่งริมน้ำตกเลย ใกล้ชิดธรรมชาติสุดดดๆ ลงไปเล่นได้นะ น้ำเย็นสบายย~

เดินขึ้นมาชั้นสองกันบ้าง นี่เป็นห้องนอนที่นอนได้หลายคนอยู่นะ ประมาณ 4-6 คนเลย เปิดออกไปจะเจอระเบียงไว้นั่งเล่นด้วย อากาศดี สบายมากกกๆ ข้างล่างเป็นน้ำตกเล็กๆ ฟังเสียงน้ำไหล อ่อแล้วก็ตรงนี้มีที่ชาร์ตแบตให้ด้วยนะ

ปีนบันไดขึ้นมาทีห้องใต้หลังคาา คือกรี้ดดดดดมากกกกก อยากลองนอนห้องใต้หลังคามานานนนน ห้องน่ารักดี แต่นอนได้ไม่กี่คนนะคะ เพราะต้องปูที่นอนเป็นแนวนี้ ปูขวางประตูไม่ได้ เค้ากลัวววว แต่ห้องนี้แอบเย็นนะ ขนาดเรามาตอนหน้าร้อน ถ้าใครมาหน้าหนาวนี่หนาวแน่ๆๆๆ


เรามาเดินเล่นในหมู่บ้านกันบ้างดีกว่าค่ะ  จากที่พัก ถ้าเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเจอร้านกาแฟชื่อดัง คือร้าน “ชมนกชมไม้

เป็นร้านที่คนนิยมมากันมาก ถ้าได้มาที่หมู่บ้านแม่กำปอง เพราะวิวจากที่นี่สามารถเห็นหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และภูเขา สวยงามมากๆค่ะ

เดินขึ้นเขาไปอีกหน่อย จะเจอน้ำตกแม่กำปอง ที่นี่ไม่ได้มีอะไรมาก ไม่ใช่น้ำตกแบบที่จะลงไปเล่นน้ำได้
คือเค้าก็คงไม่ได้ห้ามหรอก แต่มันไม่มีใครลงไปเล่นน้ำเลย เพราะมันเป็นน้ำตกเล็กๆ เหมาะกับมานั่งเล่นๆ สงบๆ มากกว่า

แม่กำปองไม่ใช่หมู่บ้านที่มีกิจกรรมอะไรมากมายค่ะ เหมาะมา ‘พักผ่อน’ ไปใช้ชีวิตต๊ะต่อนยอน เดินเล่น ชมธรรมชาติ นั่งร้านกาแฟ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านมากกว่า ส่วนพวกผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านนั่งทำ ไม่ว่าจะตะกร้า หมอนใบชา หรืออะไรต่างๆนี่สามารถอุดหนุนเค้าได้นะคะ

เดินลงมาในหมู่บ้านอีกนิด จะเจอวัด แล้วเดินลงมาจากวัดอีก จะเจอโบสถ์กลางน้ำ ถ้าไปไม่ถูก จะมีเจ้าสี่ขานำทางไปเองงง  เจ้าตัวนี้ชอบเล่นน้ำมาก หาหินแถวๆนั้นนะ แล้วโยนให้เค้า เค้าจะกระโดดงับหินให้ได้ เล่นไปเลย บ้าพลังมาก พอจะกลับไม่ให้กลับ ทำหน้างอนใส่ด้วย

เดินจนเหนื่อย มานั่งพักหาน้ำหาขนมกินที่ ฮิมห้วย.. ลุงปุ๊ด ป้าเป็ง กันหน่อย

ย้ายไปร้านข้างๆ มีร้านส้มตำค่ะ

ร้านนี้อร่อยมากกกกก แต่ต้องไปเร็วๆหน่อยนะคะ เพราะหมดเร็วมากกกกกก

ถ้าใครอยากมาแม่กำปองเพื่อ ‘พักผ่อน’ แนะนำว่าให้มาวันธรรมดาค่ะ คนน้อยมาก เงียบ และสงบ เหมาะกับการมา ‘ Refresh’ ตัวเองสุดๆ


ไหนๆมาถึงแม่กำปองแล้ว เราขับเลยขึ้นไปอีกนิดดดดด ไปชมวิวกันที่ ‘จุดชมวิวกิ่วฝิ่น

ทางขึ้นยากและชันมากกกกๆๆ ขับกันดีๆนะคะ
เราขับเกียร์กระปุกไปกัน มีดับกลางทาง รถไหลน่ากลัวมากกก เค้ากลัววววว

กิ่วฝิ่นเป็นจุดชมวิว ที่อยู่ตรงรอยต่อ เชียงใหม่-ลำปางเลยค่ะ

แม้ทางจะยาก แต่บอกเลยว่ามาถึงแล้วมันคุ้มมาก วิวที่นี่ดีมากกกกกกกกกกกกกกก อากาศก็ดีมากกกกกๆๆๆ เช่นกัน มันเขียวไปหมดเลย บรรยากาศอึมครึมนิดหน่อยเหมือนฝนจะตก อากาศเลยยิ่งเย็นเข้าไปใหญ่

ที่นี่ไม่ค่อยมีคนมา ก็เลย.. มีแค่กลุ่มพวกเราเช่นเคย ด้วยความที่ยังไม่มีคนมา ธรรมชาติเลยยังดีอยู่มาก และสะอาด ไม่เจอเศษขยะเลย ถ้ามากันก็อย่าลืมรักษาความสะอาดและความสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้แบบนี้ด้วยนะคะ

จากตรงนี้ มีเดินขึ้นเขาไปได้อีกนะคะ แต่เพื่อนเราไปสำรวจแล้ว บอกไม่ได้มีอะไร เราเลยไม่ขึ้น
ถ่ายรูปทางขึ้นเป็นที่ระลึกเฉยๆละกัน


ก่อนจะขับรถลงไปที่เมือง มีที่ต้องแวะอีกที่นึงค่ะ เป็นร้านกาแฟบนต้นไม้ยักษ์ใหญ่ ที่หลายๆคนน่าจะคุ้นชื่อ นั่นก็คือ “The giant”

คือถ้ามาทางตัวเมือง ไปทางอำเภอแม่ออนเรื่อยๆจะเจอแยก แยกขวาไปแม่กำปอง ซ้ายไป The giant จะแวะตอนขามาก็ได้นะคะ แต่เราขับเลยกัน ขี้เกียจกลับรถด้วย เลยแวะขากลับแทน ทางมายากกกกกเหมือนกัน และไกลจากตรงแยกพอสมควรค่ะ

อาจจะต้องมาเร็วหน่อยนะคะ หรือถ้าเทศกาลและวันหยุดอาจจะเลี่ยงก็ได้ค่ะ เพราะที่จอดรถจะแน่นนนมากกก

มาสั่งอะไรทานแล้วหาที่นั่งกันค่ะ

ถ้าถามเรารสชาติอาหารและเครื่องดื่มก็กลางๆค่ะ ไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่าไหร่

บรรยากาศโดยรวมโอเคเลยค่ะ แต่ไม่ควรมาวันหยุดหรือเทศกาลเพราะคนจะเยอะมากกกๆ อาจจะไม่สงบเท่าที่ควร (แต่ถ้าไม่ซีเรียส อยากมาเอาบรรยากาศเฉยๆ ก็มาได้ค่ะ)  มี Zipline ให้เล่นด้วยนะคะเผื่อใครสนใจ


จบแล้วค่ะสำหรับทริปนี้ จริงๆ Route นี้แนะนำมากเลยสำหรับคนที่เบื่อชีวิตในเมืองที่ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด ลองมาใช้ชีวิตช้าๆ นั่งรถไฟไปเรื่อยๆ มองวิวข้างทาง   ขึ้นมาที่หมู่บ้านกำปอง ไม่ต้องมีแพลนอะไร แค่เดินเล่นไปเรื่อยๆ นั่งร้านกาแฟ เอาขาแช่น้ำตก ขึ้นไปชมวิวภูเขาสูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วตบท้ายด้วย นั่งดื่มกาแฟบนต้นไม้ใหญ่… แค่นี้ก็เหมือนได้ Refresh ตัวเองแล้วค่ะ.. ใช้ชีวิตหนักๆกันแล้ว ก็อย่าลืมให้รางวัลโดยการพาร่างกายไปพักผ่อนกันบ้างนะคะ 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s