” COPENHAGEN ” ที่ฉันตกหลุมรัก

ต้องบอกว่าจริงๆแล้ว Copenhagen ไม่ใช่จุดหมายปลายทางในทริปนี้ของเราหรอกค่ะ
จุดหมายปลายทางในทริปนี้ของเราคือประเทศ Iceland ต่างหาก
แต่ด้วยความที่มันไม่มีเครื่องบินตรงจากไทยไปไอซ์แลนด์ เราเลยจำเป็นต้องต่อเครื่องที่ประเทศโซนๆนั้น

แต่ใครจะไปรู้ว่าประเทศที่เป็นแค่ทางผ่านในวันนั้นจะกลายเป็นประเทศหนึ่งในใจเราจนถึงวันนี้

ตอนนี้เรากล้าพูดว่าเราตกหลุมรัก ‘COPENHAGEN’ เข้าซะแล้ว


หลังจากที่นั่งเฝ้าหน้าจออยู่นานว่าเมื่อไหร่จะมีโปรเครื่องบินออกมาน้าาาา
แล้ววันนึงมันก็มาจริงค่ะ สายการบิน Emirate ไป Copenhagen  ในราคา 21,590 บาทท !!! คุณพระ!!! จากเหยียบ 30,000
ไม่รอช้าค่ะ จองเลย จองเสร็จทำหน้าอย่างผู้ชนะ ฮ่าฮ่าาาาาาาาา

หลังจากนั้นเพียงแค่วันเดียว หลายๆสายการบินก็แข่งกันออกตั๋วโปรมา
แล้วเราก็เจอตั๋ว Copenhagen ในราคา 19,xxx บาท …………..
หลังจากนั้นเลยบอกตัวเองว่า…. ชั้น จะ ไม่ ดู ตั๋ว โปร อีก !!!     *ทำหน้าอย่างผู้แพ้*

เอาวะ ได้ตั๋วแล้ว หาที่พักต่อเถอะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ลองใช้ Air bnb  จนได้ที่พักที่นึงไม่ใกล้ไม่ไกลในเมืองมาก
3 วัน 2 คืน ตกคนละแค่ 1,550 บาททททท
ราคาพอๆ กับนอน Hostel เลย แต่ส่วนตัวกว่าเยอะ จองโลดดดดด

เรื่อง Internet เราเช่า Pocket Wifi ของ Samurai ไปค่ะ เรากะเช่าเครื่องเดียวใช้สองประเทศเลย
ก็บอกเค้าไว้ค่ะ ว่าเราจะไปประเทศไหนวันที่เท่าไหร่บ้าง แล้วไปรับที่สุวรรณภูมิได้เลยค่ะ
(ที่สุวรรณภูมิ รับเครื่องได้ถึงเที่ยงคืนนะคะ)

ก่อนไปอย่าลืมแลกเงินนะคะ ที่ Copenhagen ใช้ค่าเงิน DKK ค่ะ
แล้วแต่ว่าจะแลก Euro จากไทยไป แล้วค่อยแลก DKK ที่สนามบินเดนมาร์กก็ได้ค่ะ
แต่เราแลกเป็น DKK ไปเลยจะได้ไม่เสียสองต่อ เราแลกที่ SuperRich สีเขียวค่ะ  แลกไปแค่ประมาณ 5,000 บาท เพราะอยู่แค่ 3 วันค่ะ

ส่วนข้อมูลเที่ยว… เราก็พยายามหานะ ทั้งใน Internet ทั้งในหนังสือท่องเที่ยว แต่ข้อมูลน้อยมากๆ เลย พอถามคนรู้จักก็บอกว่า ประเทศนี้ไม่ค่อยมีอะไรเลยนะ ไปตั้ง3วัน น่าจะนานไปด้วยซ้ำ…..
เอาแล้วไง 55555 แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นี่คะ จองไปแล้ว ก็ …. ไปลุยเอาดาบหน้าละกันเด้อออออ


14 July

เราเดินทางจากไทย ไป Copenhagen ด้วยสายการบิน Emirate ค่ะ
เครื่องออกประมาณตี 2 ไปต่อเครื่องครั้งนึง ที่ Dubai นะคะ แล้วก็ไป Copenhagen เลยค่ะ
ถึง copenhagen ตอนประมาณบ่ายสองของวันที่ 14 ค่ะ

หลังจากไปถึง เราก็ซื้อตั๋วรถไฟ จะกลับที่พักก่อน
พอซื้อตั๋วเสร็จ เราเดินลงไปรอรถไฟข้างล่าง เจอฝรั่งคนนึง น่าจะเป็นสจ็วตซักสายการบิน
เราเลยเดินไปถามว่า เราจะไปที่นี่ ขึ้นรถไฟตรงนี้ถูกมั้ยคะ เค้าดูๆ แล้วบอกไม่ใช่ๆ ต้องเดินไปขึ้นรถ Bus ข้างบน เอาละไง… ไปก็ไป   ก็เดินขึ้นไปเพื่อจะไปขึ้นรถ Bus แล้วระหว่างทางก็ถามอีกคน จะไปที่นี่ค่ะ มาขึ้นรถบัสทางนี้ถูกแล้วใช่มั้ย    เค้าก็บอกไม่ใช่ๆๆๆ ต้องลงไปรถไฟนะ อยู่ข้างล่าง แล้วก็พยายามอธิบายเราเรื่องโซนนน ว่าที่นี่รถไฟแบ่งเป็นโซนๆ ตั๋วนี้ได้แค่โซนเดียว แต่ยูไปสองโซน แล้วคือออ  เราไม่เข้าใจจจ ไม่รู้เรื่องง เค้าแบ่งโซนกันยังไงงงง TT

สุดท้ายเลย เอาวะ รถไฟข้างล่างเนี่ยแหละ ไม่เปลี่ยนใจแล้วววว ถึงแม้สจ็วตคนเดิมก็ยังย้ำว่า ยูมาผิดๆ
แต่ก็เลือกเชื่อ sense ตัวเองละกัน  แล้วก็ถูกจริงๆค่ะ สรุปคือต้องนั่งรถไฟ แล้วไปเปลี่ยนเป็นรถ Bus อีกรอบ  (สำหรับเรื่องตั๋ว ตั๋วที่เราซื้อเป็นแบบเที่ยวเดียวนะคะ มีเวลาจำกัดด้วย ไม่ได้ใช้ได้ทั้งวันนะคะ อันนั้นต้องซื้อเป็นการ์ด)

ลงจาก Bus สถานี Valby แล้วก็เดินๆๆๆ อีกหน่อย ก็ถึงที่พักของเราแล้วค่าาา เย้

ที่พักเราอยู่ที่ Valby  ตรงนี้โอเคเลยนะคะ ไม่ไกลจากเมือง ไปสนามบินง่าย มี Supermarket ใหญ่ๆ มี 7/11 ไม่อดตายค่าาาา

ที่พักหน้าตาเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดเลย เป็นอิฐๆ ตอนแรกก็งง แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตึกไหน งมๆอยู่ซักพักก็เลยเข้าใจว่า อ่ออออ อย่างที่พักเรา เขียนว่า 22 Gammel Jernbanevej  ก็แปลว่า ตึกที่มีเลข 22 ติดที่ประตูค่าาาา

พาเดินดูในห้องพักก่อน

ห้องนั่งเล่นค่ะ ดูอบอุ่นดี มีที่ให้นั่งเยอะ

มีเตียงสองชั้นด้วยย แต่ตอนถ่ายยังไม่ได้ปูเตียงเลยค่ะ แหะๆ แต่ผ้าห่มนุ่มน้าาาา

โดยรวมชอบเลยยยย ที่พักน่ารักมาก มีครบทุกอย่างเลยยยยยย
ติดนิดหน่อยคือห้องอาบน้ำเล็กมากกกๆ แล้วน้ำชอบรั่วออก ต้องคอยกวาดน้ำลงท่อ

กว่าจะเก็บของ นั่งพักเสร็จก็เกือบ 5 โมง งั้นวันนี้ก็ไม่ได้มีแพลนอะไรมากค่ะ เดินเล่นเรื่อยๆ ชิลๆ สำรวจไปเรื่อยๆ ค่ะ


ออกไปเดินเล่นกันค่ะ

อันนี้เป็น Chocolate Milk ค่ะ  อร่อยดี เข้มข้นๆ มันๆ ดีค่ะ

ตึกที่นี่จะดูคล้ายๆ กันไปหมด เดินไปเดินมา ไม่ชินทางอาจหลงได้ค่ะ 5555

วันนี้เมฆหนาาา ฟ้าครึ้มเชียววว แทบไม่เจอแสงแดดเลยยยย

อ่ออ อีกสิ่งที่เราสังเกตุคือ ตอนเรานั่งจากสนามบินมา ไม่ว่าจะรถไฟ หรือ Bus ทำไมเค้าไม่มีเช็คตั๋วเลย งงมากกก เราพยายามหาว่า มันต้องไปตี๊ดกับเครื่องหรืออะไรมั้ย ก็ไม่มี ก็งงๆว่าที่นี่เค้าใช้ระบบความเชื่อใจหรอ หรือยังไง 55555  แล้วงี้ไม่มีคนโกงหรอ เค้าไม่ขาดทุนหรอ

เดินมั่วไปเรื่อยๆ ก็เจอสวนสาธารณะค่ะ

ที่นี่สองทุ่มแล้ว คนยังออกกำลังกายกันอยู่เลย ก็ดูสิคะ ฟ้าสว่างขนาดนี้

เราเลยตัดสินใจนั่งพักที่นี่กันก่อน จน 3 ทุ่ม อยู่ๆ แดดออกเฉยเลยยยยยยย

แล้วก็เดินเล่นต่อค่ะ

เดินเล่นเพลิน ดูเวลาอีกที อ่าวววว 4ทุ่มกว่าแล้ว คืออยู่ที่นี่ต้องหมั่นดูเวลานะคะ เพราะฟ้าสว่างจ้าอยู่เลย  ถ้ารู้ตัวช้ากว่านี้ ร้านอาหารคงปิดหมด แล้วก็คงต้องหาอะไรในเซเว่นกินแทน

กินเสร็จก็กลับที่พักค่ะ ตอนนั้นน่าจะซัก 5 ทุ่มกว่าแล้ว ฟ้ายังไม่มืดเลยค่ะ ถ้าใครนอนหลับยาก อย่าลืมเตรียมผ้าปิดตามาด้วยนะคะ


15 July

วันนี้เราจะมีเวลาเที่ยว 1 วันเต็มๆๆๆๆ

ปกติเวลาเราจะไปเที่ยว เราจะแพลนทุกอย่างตั้งแต่ก่อนไป  ว่าจะไปที่ไหนบ้าง ไปยังไง แต่ละที่มีอะไรน่าสนใจบ้าง แต่อย่างที่เราบอกตอนแรกว่า เราหาข้อมูลไม่ได้เลย เลยกะว่าค่อยมามั่วเอาที่นี่ละกัน

ก่อนออกจากที่พัก เราเลยมากาง Map ดูกัน  ก็คือดูชื่อสถานที่ แล้ว Search เอาว่ามันหน้าตาเป็นยังไง อันไหนน่าไปก็วงๆ ไว้ สรุปปปปปปปปป เราวงไว้ทั้งหมด 11 ที่ !!!!!!
ไหนนนน ใครบอกว่าไม่มีอะไรรรร แล้วจะไปยังไงให้หมดดดด !!!!
เราเลยต้องมานั่งวางแผนกะเพื่อนๆ ว่า จะไปไหนต่อด้วยที่ไหน 1 2 3 4 …
ก็คือวางแผนไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา  พอวางแผนเสร็จครบทุกอย่าง ก็ออกเดินทางกันเลยค่าาาา

และที่แรกที่เรามาวันนี้ก็คือ Copenhagen Central Station เพราะว่าเราจะต้องมาซื้อบัตร Copenhagen Card  (เป็นการ์ดที่ใช้กับรถสาธารณะได้หมด รถไฟ รถ Bus แถมยังเป็นส่วนลดร้านอาหารบางร้าน ส่วนลดเข้าพิพิธภัณฑ์ สวนสนุก สวนสัตว์ เยอะมากๆๆ คือคุ้มเลยสำหรับคนที่อยากไปหลายๆที่ )

ตอนเราซื้อ บัตรแบบ 24 Hour ราคา 379DKK  หรือเกือบๆ 2พันบาท ก็ถือว่าแพงนะคะ แต่ถ้าจัดเวลาดีๆ ให้วันนึงไปได้หลายที่  ก็คุ้มอยู่ แล้วเค้าจะแจกสมุด guide ให้เราด้วย ว่าบัตรนี้สามารถใช้เข้าที่ไหน ส่วนลดที่ไหน ได้บ้าง ซึ่งเยอะมากๆๆๆค่ะ

มีบัตรแล้วก็พร้อมเดินทางแล้วค่ะ

ฝั่งตรงข้าม Copenhagen Central Station เป็นสวนสนุกเก่าแก่ ชื่อ Tivoli น่าเล่นมากๆๆ แต่คนเยอะ ถ้าเราเล่นอันนี้คงไม่ได้ที่อื่น งั้นขอข้ามค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสจะกลับมาเล่นนะ

ที่แรกที่เราไป คือ The Black Diamond ค่ะ  นั่งรถบัสมาจาก Copenhagen Central Station ได้เลย

วันนี้อากาศดี เราเลยมานั่งริมน้ำกัน

ถ่ายรูปเล่น

จริงๆ มาที่นี่ตั้งใจจะมาถ่ายตึก Black Diamond นะคะ แต่พอมาถึงเลยพึ่งรู้ว่า ต้องถ่ายจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเลย ก็เลยไม่เป็นไร มาเดินเล่นอย่างเดียวแล้วกัน

ที่ Black diamond นี่เป็น library ค่ะ แต่บางทีก็จะมีการแสดงหรือ exhibition ต่างๆ ตามเทศกาลด้วยค่ะ ข้างล่างจะมีเป็น Café วันนี้แดดดี ฝรั่งออกมานั่งเล่นรับแสงแดดกันเต็มเลยค่ะ


เสียดายมีเวลาที่นี่แค่นิดเดียว


ไปที่ต่อไปกันค่ะ

แค่เดินข้ามถนนไปนิดเดียวก็จะถึง Christianborg Palace แล้วค่ะ
ระหว่างทางเดินไปก็สวยมากๆเลย ข้ามถนนจาก Black Diamond จะเจอประตูนี้ค่ะ ไปทางขวานะคะ

เจอ Museum อะไรซักอย่าง แต่วันนั้นปิดค่ะ อดเข้าเลย

แล้วก็เจอน้ำพุ (ที่วันนี้ปิด) 55555

เดินทะลุไปเรื่อยๆ ค่ะ

ที่นี่คนปั่นจักรยานเยอะมากเลยยยย


เดินๆๆ เรื่อยๆ เลยค่ะ

ถึงแล้วววววววว Christianborg Palace สวยยยยยมากกกเลยยย แต่แอบเสียดาย เค้าไม่น่าให้รถเข้ามาจอดในนี้เลยง่าาาาา แถมยังติดก่อสร้างด้วย (เรางงมาก ช่วงนี้ไปไหนทำไมมีแต่ก่อสร้างเกือบทุกทีเลยยย)

เดินเล่นจนเหนื่อย ไปหาอะไรกินกันค่ะ

เดินออกจาก Christianborg Palace  อีกไม่ไกลจะเจอ Walking street นะคะ

ที่นี่จะมีทั้งร้าน Brandname  มีการแสดงพวก street show แล้วก็ของกินด้วยค่ะ

ไส้กรอกกกก ร้านนี้อร่อยมากๆๆๆๆ ตอนแรกเรากะแค่ซื้อชิมอันเดียว กินหมดนี่ต้องซื้อเพิ่มเลยค่ะ อร่อยมาก ทุกวันนี้ยังคิดถึงอยู่เลย

แต่มันก็ไม่อิ่มเลยมาแวะกินไก่

อร่อยนะคะ แต่ก็แพงงงง เอาจริงคือ ทุกอย่างแพงม้าากกกกกกกกก
แต่เรามีวิธีประหยัดงบนะ คือเวลาไปกะเพื่อนๆ ก็จะลงเงินกองกลางกัน เช่นคนละ 100 DKK
แล้วเวลาซื้ออะไรก็เอาเงินกองกลางจ่าย หมดค่อยเก็บเพิ่ม วิธีนี้ทำให้ ได้ลองกินหลายอย่างมากขึ้น แถมประหยัดขึ้นด้วย แล้วก็แย่งกันกินก็อร่อยดีนะคะ 555


กินอิ่มแล้วไปต่อกันค่ะ
ที่ต่อไป เราจะไปปปป  Rosenborg Castle ค่ะ นั่งรถ bus จากที่นี่ไปได้เลย

มีไอติมด้วย แต่หนาวเกินที่จะกินนน

ส่วนใหญ่เราเดินดูข้างนอกมากกว่า ไม่ค่อยได้เข้าไปใน Castle หรือ Museum เลยย เพราะเวลาเราน้อยมาก เสียดายมากๆ

เดินตรงเข้ามาอีกหน่อยจะเจอสวนสาธารณะค่ะ ชื่อ Kings Garden

ที่นี่คือดีมาก ร่มรื่นมากกกกกกก

มีคนออกมานั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง เดินเล่น กันเต็มเลยอะ ชอบบบบมากๆๆๆๆๆๆๆ

สวนสาธารณะที่นี่สะอาดมาก ไม่มีขยะ ไม่มีอุนจิเจ้าหมา ทั้งๆที่เอาสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ แต่ทุกคนเค้าจะพกถุง ถ้าสัตว์เลี้ยงถ่ายปุ้บ จะเก็บปั้บ

เดินไปเดินมา แดดเริ่มหาย เริ่มหนาวแล้วค่ะ เลยตัดสินใจกลับไปเอาเสื้อหนาวก่อน เพราะต้องลุยต่อถึงมืดเลย ไม่งั้นไม่ไหวแน่ๆ  พอเอาเสื้อหนาว นั่งพักกันซักแปบ ก็ออกไปที่ต่อไปค่ะ

นั่งรถไฟจากแถวที่พักนะคะ ไปต่อที่  Kasstellet ค่ะ เป็นป้อมปราการ ผังเป็นเหมือนรูปดาว 5 แฉก และใหญ่มากกกกกกกกก   แต่ตอนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะไปแล้วค่ะ มีคนมาออกกำลังกาย มา Picnic เยอะแยะเลย


ตอนมาถึงลมเริ่มแรงค่ะ สังเกตุต้นไม้ดูค่ะ

เจ้าเป็ดเยอะแยะไปหมดเล้ยยยยย น่าร้ากกกกกง่าาาาาา

เดินขึ้นมาข้างบน แล้วมองย้อนกลับไป เห็นทางที่เดินมา แล้วแอบเห็น marmorkirken (เดี๋ยวไปกันค่ะ)

ตรงนู้นนน เป็น Churchillparken

เราชอบตรงนี้มาก นั่งสบายยยย


พักแล้วก็เดินต่อค่ะ เดินไปเรื่อยๆ

ลงมาดู Churchillparken

ข้างๆ กันมี Gefion Fountain  แต่แสงเริ่มไม่มีละค่ะ เมฆหนาๆ เริ่มหนาวแล้ว

ไม่ไกลจากตรงนี้มีรูปปั้นนางเงือกด้วยนะคะ เป็น sightseeing ที่คนชอบมากัน  แต่เราไม่ได้ไปค่ะ


ที่ต่อไป คือพระราชวัง Amalienborg
เดินไปได้นะคะ เดินไปเรื่อยๆ ไม่ไกลมาก

ระหว่างทางค่ะ

อันนี้น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยนะคะ สวยดีค่ะ

ถึงแล้วค่าพระราชวัง Amalienborg  เป็นวังฤดูหนาว ของราชวงศ์เดนมาร์ก
เราว่าเรามาถึงค่อนข้างเย็นมากๆๆ แล้ว เลยไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเลย

ข้างหน้านั้นน่าจะเป็น   Church นะคะ อันนี้ไม่แน่ใจจริงๆ อ่านสัญลักษณ์จาก Map เอาค่ะ ชื่อว่า
Marmorkirken  หรือ Frederik’s  Church


มีก่อสร้างอีกแล้วค่ะ ทำไมเราไปไหนก็มีแต่ก่อสร้างงง 555555


จากตรงนี้ เราจะไป Nyhavn กันต่อค่ะ ไม่ใกล้มากนะคะ แต่ยังพอเดินได้ค่ะ จริงๆ นั่งรถ Bus น่าจะดีกว่า แต่ตอนนั้นเรางงๆทางกันนิดหน่อย  ประกอบกับดู map แล้วเหมือนจะไม่ไกล เลยเดินเอาค่ะ กว่าจะถึงก็แอบเหนื่อย (หรือเพราะรองเท้ากัดสุดๆก็ไม่รู้)

ถึงแล้วค่ะ

ที่นี่ก็มีร้านอาหารเยอะเหมือนกันค่ะ มานั่งกินที่นี่ก็ได้นะ บรรยากาศโอเคเลย

แต่เหมือนวันนี้เราจะมาดึกไปหน่อย  ฟ้าเริ่มมืด เมฆหนา บรรยากาศเลยแอบหม่นนิดหน่อยค่ะ

เราเลยคิดว่า งั้นไม่อยู่ที่นี่นานละกัน พรุ่งนี้เช้าๆ ค่อยมาใหม่


งั้นไปจุดหมายต่อไปเลยค่ะ เป็นจุดหมายสุดท้ายของเราในวันนี้
นั่นคือออออ Copenhagen street food ค่าาา

จาก Nyhavn ก็เดินมาได้ค่ะ  ซึ่งจริงๆ ก็น่าจะมีเรือข้ามฝากนะ แต่งงค่ะ หาทางไม่เจอ รีบด้วย กลัวปิดก่อน เลยเดินเอา


ถึงแล้วค่ะ
ที่นี่จะมีลักษณะคล้ายๆ โกดัง ข้างในมีร้านอาหารให้เลือกเยอะมากๆๆๆ (ราคาก็ใช่เล่นเลยค่ะ)


แล้วก็สามารถเลือกได้ ว่าจะนั่งกินข้างในหรือข้างนอก
แต่ข้างนอกหนาวหน่อยนะคะ  ข้างในอุ่นดี แต่เรามาช้าก็อดค่าาา เต็มหมดแล้ววว เดินวนตั้งหลายรอบ

ซื้อกันมาหลายอย่างเหมือนกัน ทั้งอาหารฝรั่ง ญี่ปุ่น ไทย แต่เท่าที่เราดูที่ขายดีสุด เป็นร้านอาหารไทยค่ะ คนต่อแถวเยอะมากกกก  เราเลยสั่งผัดไทยมาลองกันค่ะ พอเจ้าของเห็นว่าเป็นคนไทย เลยผัดให้เยอะเลย แถมข้าวเปล่ามาด้วย เย้
กินไปหนาวไป ตอนแรกว่าซือมาน้อย แต่ก็อิ่มค่ะ กินไม่หมดด้วย จุกมากกกกกกก

อิ่มแล้วกลับกันค่ะ  สรุปวันนี้เก็บไม่หมด ยังไม่ได้ไป Christianshavn เลย  กะว่าพรุ่งนี้ตื่นเช้าแล้วไป ก่อนจะขึ้นเครื่องค่ะ


16 July

วันนี้มีขึ้นเครื่องไป Iceland ตอนเที่ยง เลยต้องรีบตื่นแต่เช้าาา มาเก็บที่ที่เมื่อวานไปไม่ทันก่อน
ออกจากที่พักเกือบๆ 6 โมงเช้า ตอนนั้นคือสว่างจ้าแล้ว แดดร้อนมั่กกกกก
นั่ง Bus ไป Nyhavn ก่อน อยากไปดูบรรยากาศเช้าๆ

ก็เป็นอีกอารมณ์เลย แต่ก็แอบคิดถึงฟีลที่คนเดินกันเยอะๆเหมือนกันนะคะ

นี่ไงคะ หน้าตาไวไฟของเราาาา


ไปต่อกันที่สุดท้ายยยยของทริปนี้ คืออออออ
Christianshavn หรือเรียกว่า Freetown Christiania
เป็นเขตการปกครองเล็กๆ ที่ไม่ขึ้นกับการปกครองของ denmark อารมณ์ว่าเป็นดินแดนเสรีชนค่ะ หรือที่คนเรียกกันว่าฮิปปี้

เรามาถึงที่นี่กันแต่เช้าเลยค่ะ ก่อนเข้าในเขต Freetown เราแวะซื้อขนมในเซเว่น นั่งกินกันก่อน
ระหว่างนั่งๆ กินอยู่ มีผู้ชายคนนึง ดูน่าจะเมาค้างจากเมื่อคืน เดินมาทางพวกเรา ตอนนั้นก็เริ่มเกร็งๆกันละ เค้าจะทำอะไรมั้ยยยยย เค้าเดินมายืนมองเรากับเพื่อน ยิ้มมม แล้วพูดว่า Peace.. Love.. Happiness แล้วก็เดินไปเลยยยยค่าาาาา     ฮิปปี้จริงๆ

กินเสร็จก็เดินเข้าไปในเขต Free town

วันนี้ค่อนข้างเงียบ อาจเพราะว่าเป็นเช้าวันเสาร์ด้วย (คือเพื่อนเราไปวันอื่นบอกคนเยอะ)   เราก็เดินถ่ายรูปเล่น


จริงๆที่นี่ก็เจอคนบ้างนะคะ แต่ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรอย่างที่ได้ยินมา

เท่าที่เห็นมันมีร้านอาหาร และคาเฟ่ ร้านขายของด้วย
แต่เรามาเช้าเกิน เค้ายังไม่เปิด อดเลยยยยยย

ที่นี่ถึงแม้จะปกครองกันเองด้วยกฏของพวกเค้าเอง  ที่นี่กัญชาถูกกฏหมาย แต่ก็มีกฏอยู่ว่า ห้ามขโมย ห้ามใช้กำลัง ห้ามใช้อาวุธ มีด ปืน ห้ามยาเสพติดชนิดรุนแรง

ตรงนี้คือ The Grey Hall ที่นี่จะมีดนตรีสดมาแสดง บางครั้งมีแสดงละครเวทีด้วยย

ถนนบางจุดของที่นี่ก็ห้ามถ่ายรูปนะคะ เพราะจะมีกลุ่มอิทธิพลซื้อขายของกันอยู่ ยังไงถ้ามาที่นี่ อยากให้ระวังเรื่องของการถ่ายรูปนะคะ ก่อนถ่ายอยากให้ดูดีๆ ก่อน ว่าไม่ได้ติดใครที่เค้าซื้อขายของกันอยู่

ที่นี่เราจะเห็นสัญลักษณ์แบบ พื้นหลังแดง กับวงกลมสีเหลืองสามจุด เยอะมากๆๆ ที่นี่  เราเลยลองหาข้อมูลดู เลยรู้ว่าเป็นธงของ Freetown Christiania

เดินไปจนเจอที่นั่งริมทะเลสาบ ซึ่งชิลลลมากกกกก เลยนั่งพักกันนานเลยย

คือบรรยากาศดีจนไม่อยากกลับ  แต่ถ้าไม่กลับ จะตกเครื่องนะคะ 555555

กลับกันค่ะ เราจะกลับรถไฟนะคะ  เดินไปสถานี Christianshavn station

ข้างๆสถานีจะมี Christianshavn Kanal ค่ะ แวะถ่ายรูปซักหน่อย


มีเรื่องจะเล่าค่ะ คือตอนขากลับ ระหว่างนั่งรถไฟกลับ ดั๊นนนนนน เจอตำรวจมาตรวจบัตรขึ้นรถไฟ ซึ่งเรากะเพื่อนคนนึง เอาการ์ดมา แต่เพื่อนอีกคนลืมไว้ที่พัก ตอนแรกก็คิดว่าบอกไปเค้าจะเข้าใจ แต่เค้าก็จดพวกเลขพาสปอร์ตไปค่ะ ให้เว็บมา บอกให้เราไปอธิบายเหตุผลในนี้ แล้วจะไม่เสียค่าปรับนะ พอเพื่อนเรากลับมา ลองเขียนอธิบายไป แต่สุดท้ายก็เสียค่าปรับอยู่ดีค่ะ หลายพันด้วยยย ซวยมากกกก ทั้งๆที่ซื้อการ์ดแล้วนะ แต่ลืมเอาไป แงงง TT   ก็อยากจะบอกว่า ถ้าใครคิดว่า มาที่นี่แล้วเค้าไม่เห็นตรวจตั๋วเลย ก็อย่าประมาทนะคะ หรือใครคิดจะโกงนี่อย่าเด็ดขาดนะคะ โดนปรับมาไม่คุ้มเลยค่า


สารภาพว่าเที่ยวเพลินไปนิด  ไปถึงสนามบินแบบเฉียดฉิวเหมือนกัน คือพอเข้าไปในเกทแล้ว ไม่มีเวลาหาของกินก็ต้องต่อแถวขึ้นเครื่องแล้วค่ะ


และแล้วเราก็ตกหลุมรัก Copenhagen เข้าอย่างจัง ภายในเวลาแค่ 3 วันสั้นๆ   ทั้งๆที่ปกติเราไม่เคยคิดจะอยากมายุโรปเลย เราไม่ชอบความเป็นเมืองๆ ที่มีแต่ตึกๆ แต่ผิดคาดมาก เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่เมือง แค่ตึก แต่สวนสาธารณะ และต้นไม้ ก็เยอะมากๆ  เราแอบสังเกตุว่าหน้าต่างเกือบทุกบานของตึกที่เป็นที่พักจะต้องมีกระถางต้นไม้อยู่ คนที่นี่เค้ารักต้นไม้มากเลยค่ะ

ที่นี่ไม่ได้วัฒนธรรมจ๋า หรือธรรมชาติจ๋า จนเลี่ยน แต่มันเป็นการผสมผสานกัน และสำหรับเรา เราว่ามันลงตัวมาก

จากที่เราสังเกตนะคะ ที่ประเทศนี้ดูมีความชิลมาก แบบ ไม่มีคนคอยตรวจบัตร บางทีของซื้อของขาย วางๆ ไว้ ไม่กลัวหายกันเลย ดูเค้าไว้ใจคนประเทศเค้ามาก ซึ่งสำหรับเรา เรารู้สึกว่ามันแสดงออกถึงความเป็นประเทศที่เจริญแล้วจริงๆ ไม่ได้เจริญแค่เมือง แต่รวมถึงคนในประเทศด้วย การที่เราไปในฐานะนักท่องเที่ยว เราอยากจะให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏหมายของเค้าด้วยนะคะ รวมถึงเรื่องความซื่อสัตย์ด้วย อย่าให้เค้าว่าได้ว่านักท่องเที่ยวคนไทยนิสัยไม่ดี เนอะ ^^

จริงๆ เสียดายมาก ยังมีอีกหลายที่ที่อยากไป มี Museum มีสวนสาธารณะ สวนสนุก  สวนสัตว์ ที่ยังไม่ได้ไปอีกตั้งหลายที่  ถ้าใครมีเวลาก็ลองให้เวลากะที่นี่หลายวันหน่อยก็ได้ค่ะ ถึงตามเว็บ ตามหนังสือท่องเที่ยวจะบอกว่า มันไม่มีอะไร แต่ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองเถอะค่ะ  บางทีอาจจะหลงรักประเทศนี้จนไม่อยากกลับเหมือนเราก็ได้นะคะ ^^

One thought on “” COPENHAGEN ” ที่ฉันตกหลุมรัก

  1. Pingback: BIVOYAGES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s