my 48 Hours in Osaka and Okayama

ถ้าพูดถึงโอซาก้า ที่ๆคนส่วนใหญ่ไปก็คงจะเป็น ..
shopping ย่านนัมบะ
ไปเกียวโต ชมเมืองเก่า
ไปวัดน้ำใส วัดทอง
ไปดูกวางที่ Nara
กินเนื้อที่ Kobe

ครั้งที่แล้วเราก็ไปแบบนี้เลย แต่ครั้งนี้

My Osaka 2nd time

อยากจะทำอะไรที่ต่างจากเดิม  เราไป….

ชมสวนที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น
ไปดูเมืองที่เป็นต้นกำเนิดกางเกงยีนส์ของญี่ปุ่น
และเมืองเก่า… ที่ไม่ใช่ Kyoto
และกลับไปย้อนวัยเด็กกันที่ Universal studio

ทั้งหมดนี้เราใช้เวลาแค่ 2 วันนนน!

อยากลองไปที่ใหม่ๆแบบเราบ้างมั้ย?
หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นยังไง
งั้นเดี๋ยวเราพาไปก่อน
อ่านจบค่อยตัดสินใจ แล้วจองตั๋วก็ยังทันอยู่

ป่ะ!!!! ไปโอซาก้ากันนนนนนน


START JOURNEY

เราขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองค่ะ

โอซาก้าครั้งที่สองของเรา ไปสายการบิน Thai AirAsia X เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือเวลาบินที่เปลี่ยนไป

ปกติมันจะเป็น 15:20 ไปถึงก็ 22:40 ต้องวิ่งๆๆๆ เพื่อให้ทันรถไฟเข้าเมืองรอบสุดท้าย
แต่ตอนนี้มีเวลาใหม่ เครื่องออก 14:15 ไปถึง 21:40 ของญี่ปุ่น เวลาเหลือเฟือ ไม่ต้องวิ่ง มีเวลาเผื่อหลงด้วย

มาถ่ายรูปเฉยๆค่ะ ไม่ได้นั่งจริง 5555555 แต่ซักวันก็อยากลองนั่งดู น่าจะสบายดี ปรับเป็นเตียง นอนยาวๆ 5 ชั่วโมงถึง

ข้าวบนเครื่อง เราหิววววว มากกกกก เลยสั่งเพิ่ม แต่ที่ 1 ในใจก็ยังเป็นข้าวกระเพราอยู่ดีค่ะ
ชาเขียวพึ่งเคยลอง อร่อยมากกกก ชอบๆๆค่ะ

กินเสร็จก็นอนเยาวๆ ไป จนถึงสนามบิน 21:40 ของญี่ปุ่น
เดินออกมาหลงๆ งงๆ อยู่แปบนึง ก็ได้ตั๋ว JR มา เป็น Kansai Airport – Universal port 1,190 เยนค่ะ คืนนี้เราจะไปนอนโรงแรมที่อยู่บริเวณ  Universal เลย

เราทันรถไฟรอบ 22:10 ค่ะ ต้องไปเปลี่ยนรถที่สถานี Nishikujo ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงค่ะ
จาก Nishikujo ต่อไป Universal port ได้เลยค่ะ แค่ 10นาที
รถไฟแฮรี่ >_______<

พอถึงสถานี Universal Port แล้ว วันนั้นเราเดินอ้อมไปอ้อมมาหาโรงแรมอยู่นาน
งั้นเดี๋ยวบอกทางง่ายๆ จะได้ไม่ต้องหลงเหมือนเรานะคะ คือ ออกจากสถานีมาจะเจอร้านขายของ Universal  เจอ Lawson เต็มเลย แต่เราจะเลี้ยวซ้าย แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ มองซ้ายมือไว้ จะเห็นโรงแรมค่ะ ชื่อ

Hotel Universal Port

เดินมานิดเดียวค่ะ ไม่ถึง 5นาที ก็ถึงโรงแรมแล้ว เข้ามาในโรงแรมเจอมินเนียนนนน เต็มไปหมดเลยย

ลิฟก็ยังมินเนียนนนนนน

ไปดูห้องพักกันค่ะ

โซฟายาวมาก แบบจัดสัมนาในห้องนอนได้    (เว่อร์ๆ)

นี่ห้องอาบน้ำค่ะ

สาวๆต้องชอบแน่ๆ เพราะในห้องน้ำมีครบเลย มีที่ล้างเครื่องสำอางค์ สบู่ล้างหน้า ไม่ต้องหยิบของตัวเองออกมาใช้เลยค่ะ  มี bubble bath และเกลือขัดผิว มีไดร์เป่าผม
มีแผ่นแปะแก้ปวดด้วยนะคะ 5555 เพราะไป Universal ต้องเดินเยอะ และปวดแน่ๆ

มีห้องน้ำที่แยกตัวออกจากห้องอาบน้ำด้วยค่ะ ดีงามมมมมม


ปล.ชุดนอนของเค้าก็น่ารักนะคะ


24 HOURS

ตืนเช้ามา เปิดหน้าต่างห้องนอน วิวดีมากกกกกกกกกก แต่ฝนตกค่ะ ตามพยากรณ์บอกว่าตกทั้งวัน TT

เดินจากโรงแรมไปแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้วววว
วันนี้ฟ้าขาวมากกก ฝนตกปรอยๆ ตลอดเลยยย แต่เราไม่ยอมแพ้ค่ะ ขอแผนที่เค้ามา แล้วเข้าไปลุยเลยเถอะ

ในนี้เค้าจะชอบแต่งตัวเป็นการ์ตูนกันค่ะ

มีขนมอะไรแปลกๆ เป็นไข่ในเรื่องดรากอนบอล

เป็นแป้งๆ ซอสมันหวานมากกกกกกกกก

มีท่าเรือให้นั่งพัก

เครื่องแรกที่เราเล่นคือ Flying Dinosaur
จริงๆคือเรากลัวมากก. เราป้อดมากก.. มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่โดนลากไปเล่น บอกว่า เฮ้ยย ครั้งนึงในชีวิตนะแกกกก ก็เลย…. เออออออ เล่นก็ได้

หน้าตาเครื่องเล่นเป็นแบบนี้ค่ะ
ตัวเราจะอยู่ในแนวขนานกับพื้นเหมือนนก

ค่อยๆ ขึ้นไป แล้วก็…… ดิ่งลงมาาา !!!!!!!!!!!!!

โอ้ยยยยยย แค่เครื่องเล่นแรกก็กรี้ดดดดดจนคอเจ็บไปหมดแล้ววววว ทั้งดิ่งทั้งตีลังกา หมุนไปหมุนมา
แต่ไปๆมาๆกลับรู้สึกว่า มันสนุกกกกกกก มากกกกกกกกกกก
ดีใจที่ตัดสินใจเล่น ติดใจค่ะ 55555555  ถ้าถามว่าน่ากลัวมั้ย ก็น่ากลัวนะคะ แต่ ถ้าให้เล่นอีก ก็เล่นค่ะ เลิกป้อดดด!!!  ไปเล่นเถอะค่ะอันนี้ สนุกจริง ต่อแถวยาวก็ยอมค่ะ

ความยาวก็….

พอเล่นเสร็จเราก็จะซื้อรูปไว้ เพราะรู้สึกว่า นานๆๆๆๆๆๆ จะกล้าเล่นที และแล้ว เราก็ได้รูปมาค่ะ

หาเราไม่เจอใช่มั้ยคะ ซูมให้ดูชัดๆอีกทีค่ะ

ก็.. ตามนั้นเลยค่ะ
อยากจะบอกสาวๆ ว่า ก่อนเล่นเครื่องเล่น อย่าลืมมัดผมก่อนนะคะ ไม่งั้นจะไม่มีรูปไปติดฝาบ้านนะคะ ติดก็จำไม่ได้ว่านี่ใคร เฮ้ออออออ

เดินไปเจอน้ำแข็งใสขาย

จะเป็นแบบ จ่ายเงิน แล้วไปหมุนวงล้อค่ะ ว่าจะได้ขนาดไหน
ถ้าได้คำว่า Win ก็จะเจอขนาดนี้ค่ะ

ไม่รู้ใช่มั้ยคะว่าใหญ่แค่ไหน เดี๋ยวถือให้ดูค่ะ

จะกินยังไงให้หมดดี อยากจะชวนคนแถวนั้นมาล้อมวงกินด้วยกันเลยค่ะ

เดินๆไปซักพัก เห็นเค้ากำลังจะมีพาเหรดกัน เลยอยู่ดูด้วย

มันคือออ WATER REBOOOOOOOOORN PARTY

บรรยากาศสนุกกกกมากกกกกก
คล้ายๆสงกรานต์บ้านเราเลยค่ะ เอาน้ำมาสาดๆ ใส่กัน แต่น้ำเค้าสะอาดนะคะ

ทนไม่ไหวค่ะ อยากร่วมวง เลยวิ่งไปหน้าเวที ไปเล่นน้ำค่ะ ยอมเปียก เหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก

ก็คืออันนี้จะเป็นเทศกาลในหน้าร้อนของเค้านะคะ น่าจะมีเรื่อยๆไปจนถึงช่วงกันยาค่ะ มาเล่นกันได้เลย อากาศร้อนๆ เจอแบบนี้สดชื่นนนน

เดินดูบรรยากาศไปเรื่อยๆ

เดินมาซักพักเจอเจ้าเหลืองตัวแสบ

แสบจริงๆ ทำเค้าเปียกกันไปหมดเลย

เดินเล่นต่อค่ะ

เที่ยงแล้วเราแวะกินข้าวกันก่อนค่ะ

มีเนื้อ แล้วก็แซลมอน

กินเสร็จออกไปเดินเล่นต่อ
แต่แล้วก็เจอเรื่องที่ไม่คาดฝันค่ะ !!!!! เห็นผู้ชายคนนี้โวยวายๆ อะไรซักอย่าง ตอนแรกไม่เข้าใจ

แต่พอหันหลังไป… ชัดเลยค่ะ
Raptor หลุดดดดด !!!!

ไม่เอานะเกรงใจจจ ไม่ดีหรอกเกรงใจจจจ….
เดี๋ยวๆ คนละ Raptor มั้ยอะ เกรงใจความน่ากลัวของเค้าหน่อยสิ โถ่

สุดท้ายก็พาเจ้า Raptor กลับไปได้ค่ะ ต้องขอบคุณความพยายามของเจ้าหน้าที่ทุกท่านมากๆนะคะ

ส่วนอีกครึ่งวันหลัง เราจะใช้เวลาไปกับ Harry Potter ค่ะ
ไปกัน

ระหว่างทางเข้าจะเป็นเพลงในเรื่อง Harry ตลอดเลย บิ้วมาก ฟังแล้วอยากร่ายมนต์

ถึงแล้วค่ะ

เดี๋ยวจะพาเดินเล่นในตรอกไดแอกอนกันนะคะ มักเกิ้ลอย่างเราก็มาเที่ยวได้ เย้

Butter Beer อร่อย ไม่เมานะคะ แฮ่

หรือจะซื้อนกฮูกก็ได้ มันน่ารักมากกกก หมุนคอได้ด้วยยยย

ชิมไอติมบัตเตอร์เบียร์ค่ะ มันหวานไปหน่อยย แต่ถ้าคนกินหวานอาจชอบค่ะ

มีร้านขายไม้กายสิทธิ ทั้งแบบนี้

แล้วก็แบบนี้

อันนี้ต้องต่อแถวเข้านะคะ
เพราะข้างในจะมีคล้ายๆแบบเป็นการแสดง Show เลือกไม้กายสิทธิ ที่เราอาจได้เป็นผู้โชคดี
ได้ไปร่วมแสดงกะเค้าด้วย ก็เพลินๆดีค่ะ สาวกแฮรี่ต้องฟินแน่ๆ

แล้วถ้าเกิดซื้อไม้แล้ว เราจะได้ไปลองร่ายมนต์ด้วยยยย
มีทั้งหมด 6 ด่าน เช่น เสกให้ของหยุด เสกไฟ เสกหิมะ อะไรแบบนี้

เห็นปราสาทอยู่ตรงโน้นแล้ว


แล้วก็เข้าไปในปราสาทกันค่ะ

แต่ข้างในไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ เค้าไม่ให้ถ่าย

ข้างในปราสาทจะเหมือนที่เราอ่านกันในหนังสือเลย มีรูปภาพพูดได้ด้วย แล้วก็จะมีเครื่องเล่นจะเป็น 4D เหมือนกัน แต่สนุกมากกกกกกกเลยอันนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ขี่ไม้กวาด ได้เล่นควิดดิชจริงๆ
เราอ่านแฮรี่มา เราเลยอินมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่แถวยาวนะคะ พยายามมาเช้าๆ มาต่อแถวเล่นเครื่องนี้กันค่ะ

เล่นในโซนแฮรี่เสร็จออกไปหาอะไรกินค่ะ
เป็นร้านอาหารใน Universal ชื่อ Park Side Grille

เราได้ลองเนื้อแกะ กับเนื้อเซอรอล อร่อยยยยยมากกกกกกกก ๆๆๆๆๆๆ

แล้วก็ออกไปเดินเล่น Universal แบบเปิดไฟตอนกลางคืนค่ะ

แล้วก็ออกมาถ่ายมุมมหาชน ที่คนเยอะมากตลอดเลย

และเราก็เห็น… คนขอแต่งงานกันค่ะ
น่ารักกกกกกกมากกกกกกกกกกก
เราชอบดูพวกคลิปขอแต่งงานใน youtube พอมาเห็นด้วยตัวเองแบบนี้ฟินมากกกก

วันนี้เหนื่อยใช่เล่นเลยค่ะ ขนาดว่าไม่ได้เล่นอะไรมากนะคะ5555
งั้นวันนี้กลับไปพักผ่อน นอนแช่น้ำ แล้วเอาแผ่นแก้ปวดแปะแล้วนอนพักดีกว่าค่ะ
แต่ก็หิว…. เลือกไม่ได้ว่าจะกินก่อนหรือแช่น้ำก่อน งั้นสองอย่างพร้อมกันเลยละกันค่ะ


48 HOURS

วันนี้เราจะลุยเมือง Okayama กันค่ะ  เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดของ Momotaro ค่ะ เคยดูกันมั้ย?

ดึกๆเราจะไปไปสนามบิน แต่จะให้หอบกระเป๋าไปเที่ยวด้วยก็คงไม่ไหว จะฝากไว้ที่โรงแรมแล้วกลับมาเอาก็เสียเวลา ฝากสถานีก็ไม่ได้กระเป๋าใหญ่เกิน….  วันนี้ค้นพบวิธีใหม่ค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องนั่ง JR จาก Universal Port มา  Osaka ก่อน

เดินออกมาจะเจอเคาท์เตอร์ หน้าตาแบบนี้ค่ะ

อันนี้จะเป็นเหมือนกับ ที่ส่งกระเป๋าค่ะ
เช่นแบบ อย่างเราจะไปเที่ยวงี้ ก็สามารถส่งกระเป๋าจากตรงนี้ ไปสนามบิน แล้วค่อยไปเอาตอนกลางคืนได้เลย  หรือถ้าใครถึงสนามบินเช้าๆ อยากเที่ยวเลย ก็สามารถส่งกระเป๋าจากสนามบิน ไปโรงแรม เราก็ไปเที่ยวให้สบายใจ กลับไปโรงแรมของก็มาถึงค่ะ
ถ้าระหว่างสนามบินกับโรงแรมภายในบริเวณคันไซก็วันเดียวถึงค่ะ
แต่ถ้าจะฝากที่สถานีแบบนี้ ฝากก่อน 11 โมงนะคะเดี๋ยวไม่ทัน กระเป๋าจะไปถึงสนามบินตอน 2 ทุ่มค่ะ แล้วก็ต้องไปเอาก่อน 4 ทุ่ม เพราะเค้าจะปิดค่ะ
ส่วนค่าใช้จ่าย คิดเป็นใบค่ะ ใบละประมาณ 1500 เยน ถ้าไปส่งสนามบินคิดเพิ่ม 650 เยน ค่ะ

ฝากกระเป๋าเสร็จ เรานั่ง JR ไป Shin Osaka ก่อน เพื่อต่อ Shinkansen ไปลง Okayama ค่ะ

ระหว่างนั่งก็หาอะไรกินหน่อย

วิวข้างทางดีงามมม

ถึงสถานี Okayama แล้วค่ะ

ที่แรกที่เราจะไปคือ สวน Korakuen  จากสถานีสามารถต่อบัสมาลง  Korakuen Mae ได้ค่ะ
สวนนี้ไงคะ ที่ขึ้นชื่อว่าสวยติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น

ซื้อบัตรแล้วเดินเข้าไปได้เลยค่ะ

สวยมากกกก

เดินมาเหนื่อยๆมีศาลาให้พักด้วย

เดี๋ยวจะไปชมวิวจากบนเนินนี้

จะเห็นวิวแบบ Panorama เลยค่ะ

เสร็จแล้วไปเดินต่อค่ะ

ที่นี่จะมีให้จิบชาด้วยนะคะ

จะเป็นชาคู่กับขนมของเค้า

นอกจากชา มีไอติมด้วย เป็นรสประจำเมืองนี้ค่ะ ลูกพีช

อร่อยมากกกกก หอมมากกกกกก ชื่นใจมาก อยากให้มาลองกินกันนะคะ

เดินเล่นก่อนย้ายที่ค่ะ


ที่ต่อไป เมือง Kojima
ที่นี่ถือเป็นเมืองที่เป็นแหล่งกำเนิด ยีนส์ ของญี่ปุ่นเลยนะคะ
วิธีมาก็ง่ายๆค่ะ นั่ง JR มาได้ ถ้ามาจากสถานี Okayama ก็นั่งมาลง Kojima ได้เลย แล้วก็ต้องต่อแทกซี่มาอีกหน่อยค่ะ

วันนี้เรามาที่ Jeans Museum & Village Guiding map

เล่าประวัติกันนิดนึงค่ะ คือยีนส์เนี่ยเกิดขึ้นเมื่อ 160 ปีที่แล้ว ในยุคขุดทองค่ะ เค้าเลยต้องหาเสื้อผ้าที่ขาดยาก เมื่อก่อนก็คือจะใส่ไว้ทำงานอย่างเดียว เช่นขุดทอง ทำฟาร์ม

เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เมืองนี้เป็นเมืองที่ตัดเสื้อผ้าขุดยูนิฟอร์มอยู่แล้ว
แล้วพอเค้ารู้สึกว่า ยุคของยีนส์กำลังจะมา เค้าเลยเริ่มหันมาจับทางยีนส์ค่ะ

เดินขึ้นไปชั้น 2 ค่ะ เป็น Order Made ค่ะ ชื่อแบรนด์ Betty Smith

คือเราสามารถสั่งตัดยีนส์เป็นของตัวเองได้เลย
มีให้เลือกทั้งแบบ ไซส์ ผ้า สี สีด้าย กระดุม ตัวอักษร กระเป๋า เยอะมากๆ ค่ะ คือจะเป็นยีนส์ของเราเอง ที่มีตัวเดียวในโลก ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 เยน ค่ะ แต่คุณภาพดีมากกกกกก ส่งไปต่างประเทศได้ด้วยค่ะ

ที่นี่เค้าจะไม่ได้เน้นตลาดใหญ่ไปแข่งขันกะแบรนด์อื่นๆ นะคะ แต่เค้าจะเน้นตลาดเล็กๆ
ทำออกมาน้อยๆ แต่มีคุณภาพ คนรักยีนส์ควรมาที่นี่ค่ะ

เดินไปดูฝั่ง Museum กันบ้างค่ะ

ที่นี่จะตั้งแต่วิธีสร้างลายของยีนส์ให้ดูเลย

แล้วก็มีวิวัฒนาการยีนส์ให้ดูด้วย

ถ้าอยากรู้เดี๋ยวสรุปคร่าวๆให้ค่ะ ถ้าใครไม่อยากรู้ตรงนี้ข้ามก็ได้นะคะ
ปี 1960 ยีนส์เนี่ยจะใส่ได้ทั้งชายทั้งหญิงเลยค่ะ แต่ว่าจะเหมาะกับผู้ชายมากกว่า ผู้หญิงไม่ค่อยใส่กัน
ปี 1970 เป็นยุคที่ยีนส์เริ่มบูม Betty Smitth เลยเริ่มออกแบบยีนส์ สำหรับผู้หญิง
ปี 1980 เป็นยุคปฏิวัติทางยีนส์เลยค่ะ ยีนส์บูมมาก สามารถใส่ไปงานได้มากขึ้น
ปี 1990 เป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของยีนส์ ยุคนี้ผ้ายีนส์จะซอฟต์ลงแล้วค่ะ ผ้านิ่มขึ้น
ยุคนี้บูมขนาดที่ได้เป็นสปอนเซอร์ในงานแข่งรถเลยนะคะ

แล้วเราก็เดินไปทำของฝากกันค่ะ
ทำพวงกุญแจ ราคาเบาๆ 400 เยน แต่ได้ของฝากแบบ Hand made

เลือกผ้า เลือกกระดุม

เข้าเครื่อง แล้วเหยียบลงไปแรงๆ กระดุมก็จะติดกับผ้าค่ะ

ได้ออกมาประมาณนี้

บังเอิญมากที่ทุกคนเลือกหัวกระดุมเดียวกันเกือบหมดเลย อาจเพราะนี่เป็นสัญลักษณ์ของ Betty Smith มั้งค่ะ หรือใครไม่อยากได้พวงกุญแจก็ทำเป็นที่คล้องมือถือก็ได้นะคะ

มาแวะ Outlet ค่ะ

เผื่อใครอยากช้อปหรือซื้อของฝากที่นี่มีของหลายอย่างมาก ตั้งแต่เสื้อ กางเกง ของจุกจิกทั้งหลาย กระเป๋า ที่รองแก้ว ไม้แขวนผ้า ราคาก็ไม่แพง คุณภาพดีเลยค่ะ

จับแต่ละตัวผ้าดีมากกกกกก
แล้วก็ไป Jeans street กันต่อค่ะ

ตู้กดน้ำก็ยังยีนส์

ขายกำไลน่ารักๆ

โอ้ะะ น่ารักจัง

เรากับพี่บังเอิญแต่งตัวมา match กับสถานที่มากกก 555

เสียดายที่มีเวลาน้อยไปหน่อย
เลยได้แค่เดินเล่นแปบๆ ก็ต้องไปต่อแล้วค่ะ


ออกจากเมืองที่ไปต่อไปต่อไปค่ะ
เป็นเมืองเก่า ชื่อ Kurashiki อันนี้อยู่ใกล้ JR Kurashiki เลยค่ะ เดินไปเรื่อยๆ ก็ได้ แต่ถ้าขี้เกียจก็ Taxi ค่ะ

น่ารักจัง

เดี๋ยวไปดู Momotaro Museum กันค่ะ

พอเดินไปอีกฝั่งเป็นงี้เฉย

อันนี้ลอยได้ เราพยายามลองวางให้มันลอยได้ ทำยากมากๆๆๆ ต้องหาจุดให้เจอ

ลองดูเงาที่สะท้อนในกระจกสิคะ

เสียดายมีเวลาในนี้น้อยไปหน่อย จริงๆมีอีกเยอะเลยค่ะ มีชั้น2 ด้วย

เมืองนี้คนยังไม่ค่อยรู้จัก คนไม่เยอะมาก เดินเล่นได้สบายๆเลยค่ะ

เป็นเมืองที่อยากกลับมาอีกบ่อยๆเลยค่ะ แล้วพอมาแล้วก็ไม่อยากกลับ เสียดายเวลาไม่พอ จริงๆอยากนั่งเรือเล่น

ไม่เป็นไรค่ะ ไว้ค่อยกลับมาใหม่ 🙂


กลับไปที่  JR Kurashiki แล้วนั่ง JR กลับไป Okayama นะคะ
แล้วต่อ Shinkansen ไป Shin Osaka แล้วนั่ง JR ต่อไป Osaka ค่ะ (วิธีน่าจะเร็วสุดแล้วในการกลับ Osaka)

เรากินข้าวกันซักพัก แล้วรอเวลากลับไปสนามบิน สามารถนั่ง JR ไป Airport ได้เลย ประมาณ 70นาทีค่ะ

พอถึงสนามบินแล้ว อย่าลืมไปเอากระเป๋านะคะ ไปเอาที่ชั้น 1 ฝั่ง North อย่าลืมไปให้ทัน 4 ทุ่มนะคะ

สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวรูทนี้ ถ้าซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ไม่คุ้มค่ะ แค่ไปกลับ Oakayama อย่างเดียวก็ 20,000 เยน แล้วค่ะ แนะนำให้ซื้อพาสแบบ JR wide pass ไปเลยค่ะ 8,500 เยน ประหยัดไปเยอะมาก แต่ต้องซื้อจากเอเจนซี่ในไทย ไม่ก็ซื้อออนไลน์นะคะ เพราะถ้ามาซื้อที่ญี่ปุ่นจะแพงว่าค่ะ ถ้าซื้อนี่ 9,000 เยนเลย   พอซื้อพาสนี้ก็ไปรูทที่เราไปได้ละ นี่รวมชินคันเซนแล้วด้วยนะคะ

จบแล้วค่ะ สำหรับทริปนี้ … ถ้าใครมาญี่ปุ่นแล้วเที่ยวเส้นทางเดิมๆ จนเบื่อแล้ว ลองมาเส้นนี้ดูบ้างนะคะ รับรองไม่ผิดหวัง 🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s