ICELAND ที่ฉันเห็น… เป็นสีเขียว

เวลาบอกใครว่าจะไป ICELAND ทุกคนจะต้องคิดว่า

“เราจะต้องได้เห็นแสงเหนือแน่ๆ”

แต่เปล่าเลย เราไม่ได้เห็นแสงเหนือ.. ไม่ใช่ว่าโชคร้าย ไปแล้วไม่ได้เห็นแสงเหนือเลยซักวัน

แต่เพราะเรา… ไม่ได้ตั้งใจไปเพื่อดูแสงเหนือเลยต่างหาก

เพราะเราไปในหน้าร้อน ฤดูที่ไม่มีแสงเหนือ ไม่มีถ้ำน้ำแข็ง ไม่มีหิมะที่ ฤดูที่Iceland …เป็นสีเขียว

แต่เราก็ได้เห็นสิ่งที่มันคุ้มค่ามากไม่แพ้กันเลย 🙂

ลองมาดู Iceland ในแบบที่เราเห็นสิ มันเป็นแบบนี้ไง…


DCIM101GOPROGOPR2066.

14-16 JULY

 

การจะไป Iceland เนี่ยยย ตอนนี้ยังไม่มีบินตรงจากไทยไปนะคะ ฉะนั้นเราเลยต้องต่อเครื่อง จากไทยไปลงแถวๆยุโรปก่อนน แล้วค่อยต่อเครื่องไปไอซแลนด์อีกที

เราเลือกไปต่อเครื่องที่ Copenhagen ด้วยเหตุผลเดียวคือ มันถูกสุด ค่าาาา

แต่ก็ไม่ผิดหวังเลยยนะ เพราะเป็นประเทศที่ดีงามมมมมั่กกกกก ดียังไงอ่านกระทู้เก่าเราก่อนก็ได้เพื่อความต่อเนื่องงง

https://bivoyages.com/2016/11/16/copenhagen/

เราออกจาก Copenhagen ไป Iceland ตอนประมาณเที่ยงๆ โดยสายการบิน Wow air ราคาประมาณ 11, xxx บาท นั่งไป 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้วจ้าาาาาาา

44654

วิวแรกของ Iceland จากบนฟ้า 🙂

ใครนั่ง Wow air ซื้อซิมจากบนเครื่องได้เลยนะคะ ราคาเท่ากับข้างล่างเลย ลงเครื่องปุ๊บ เล่นได้ปั๊บบบ ไม่ต้องเสียเวลาซื้อซิมแล้ววว

หลังจากลงเครื่องเสร็จเราก็แลกเงินในสนามบินเลย ที่ Iceland ใช้สกุลเงิน Isk ค่ะ

จากนั้นก็มองหาบริษัทเช่ารถของเรา เค้าจะมารับแล้วขับพาเราไปเอารถ ใกล้ๆสนามบินค่ะ

มาถึงก็เจอความพีคคคคคคคคคคแรกก่อนเลย คืออออออ

เราใช้บัตรเครดิตของพี่ที่ตามมาทีหลังจ่ายจากไทยไปก่อนแล้ววว ก็นึกว่าเออไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ แต่ แแแแแแแแแแแต่ !!! เค้าถามหาเจ้าของบัตรจ้าาาา !!! ทำไงอะ ก็งานเข้าาาาาสิ เราแบบ ต้องวีดีโอคอลหาเจ้าของบัตร ขอร้องงงง อ้อนวอนนนน ทุกทาง จนสุดท้าย เค้าก็บอกว่า ให้เจ้าของบัตรมาแสดงตัวทันทีที่มาถึงไอซแลนด์ ไม่งั้นมีปัญหาแน่ ก็โอเคจ้าา ตามนั้นนน

44717

ได้รถมาก็ต้องเติมน้ำมันเนอะ อะแวะเข้าปั๊มสิ…..

เอ…… หน้าตาเครื่องไม่คุ้นเลย ต้องเติมเองด้วย ยังไงอะ นี่เดินวนไปวนมาที่เครื่องนานมาก จนฝรั่งต้องเข้ามาช่วย สรุปคือ ก็ไปซื้อบัตรในปั๊มน้ำมันก่อนค่ะ สมมุติเราซื้อ 10,000isk เราก็เอาบัตรเสียบเข้าไป แล้วเครื่องจะคืนบัตรให้ แล้วก็เติมได้เลยค่า

วันนี้เราจะขับไปที่่พักกันเลย เก็บแรงไว้ค่อยเที่ยวพรุ่งนี้ค่ะ

ที่พักคืนแรกของเราชื่อ   ” The old house fellskot ”   ค่ะ

dscf0820

dscf0821

dscf0822

ที่พักที่่นี่ดีเลยย ข้างหน้าที่พักมีม้าด้วย

ที่พักจะแบ่งเป็นหลัง หลังนึงมีประมาณ 3 ห้องนอน ทั้งห้องใหญ่ห้องเล็ก ส่วนห้องนอนเราเลือกห้องนอนแบบใหญ่ มี 4 เตียง มีห้องครัวและห้องน้ำมีหลังละ 1 ห้อง แต่ข้อเสียนิดหน่อยคือ ถ้าเดิน หรือเสียงดังนิดหน่อยมันจะได้ยินทั้งบ้าน เลยต้องทำอะไรให้เบาๆมากๆค่ะ

ส่วนราคาก็ 120 Euro ค่ะ


17 July

ที่แรกของวันนี้เราจะไปน้ำตก   ” Bruarfoss ”  กัน ดูจาก google map แล้วอยู่ห่างจากที่พักแค่ 10 นาที โหยยยย ชิลเลยจ้าาาาา

แต่พอไปถึงมันไม่ใช่อย่างนั้นนะสิค๊าาาาา หายากมากกกกกก หลงแล้วหลงอีก หลงไปหลงมา จากสิบนาที กลายเป็นชั่วโมงนึง สุดท้ายทำไงรู้มั้ยคะ จอดรถเลยค่ะ ลงจากรถแล้วฟังเสียงน้ำ แล้วเดินตามเสียงน้ำไป มันต้องเจอแหละหน่าาาาาา

44751

dscf0956

และแล้วเราก็มาถึงงงงง

dscf0836

คือตะลึงมากกกกก ภาพที่เห็นข้างหน้ามันสวยยยยมากๆๆๆจริงๆ ถึงน้ำตกจะเล็กๆไม่ใหญ่เท่าน้ำตกอื่น แต่ก็ยืนยันว่านี่เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยยยที่สุดของไอซแลนด์เลยย ถึงแม้จะหายากซักหน่อย แต่ก็ควรคู่แก่การมาเห็นด้วยตามากค่ะ ไม่ผิดหวัง

dscf0845

dscf0880

dscf0907

จริงๆ ตอนแรกกะจะอยู่ที่นี่ไม่นาน แต่เหมือนโดนมนต์สะกด กลายเป็นว่าอยู่เป็นชั่วโมงเลย

 dscf0842


ที่ต่อไป… ” Gullfoss

 

ขับจาก Bruarfoss ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงค่ะ

DCIM101GOPROGOPR1815.

น้ำตก Gullfoss คือใหญ่มากกกกก อลังการ จนไม่รู้จะถ่ายยังไงให้ดูอลังการแบบตาเห็น และนักท่องเที่ยวก็เยอะมากเช่นกัน เราเลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปที่นี่มากเท่าไหร่

dscf2992

dscf2991

อ้อออออ ลืมบอก ถ้าจะมาที่นี่ น่าจะมีเสื้อกันฝนมาด้วยนะคะ ส่วนกล้องเนี่ย เปียกแน่ๆค่ะ ละอองน้ำตกแรงมากกกกกก

dscf2998

พอเข้าไปใกล้ๆ ถ่ายยังไงก็ติดแต่หัวคน เลยหลบมาถ่ายไกลๆดีกว่าค่ะ

44752

ก่อนออกเดินทางต่อเราต้องเพิ่มพลังกันซักหน่อยค่ะ เราผัดมาม่าจากที่พักกันตั้งแต่ก่อนออก เก็บใส่กล่องไว้กินระหว่างทางค่ะ ง่ายๆแต่อิ่มและอร่อย


จากที่นี่ เราจะไปต่อกันที่  ” Landmannalaugar ”  กันแล้วววววว

อันนี้เป็นหนึ่งใน Highlight ของหน้าร้อนเลยนะคะ คือที่นี่จะเปิดแค่ประมาณ 3 เดือนต่อปี คือช่วงหน้าร้อนเท่านั้น เพราะถ้าหน้าหนาว หิมะหนามาก เข้าไม่ได้ค่ะ

จาก Gullfoss แล้วตาม Google map บอกว่าประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ด้วยความว่าวิวข้างทางสวยยยยยม้าาาาาาาาก ทำให้เราแวะถ่ายรูปบ่อยมากๆ เลยค่ะ

dscf0504

   dscf0605

dscf0590

dscf0617

ทุ่งดอก Lupin ค่ะ หน้าปั๊มเลย ระหว่างจอดเติมน้ำมันก็ลงมาถ่ายรูปซักหน่อย

dscf0644

dscf0669

dscf0675

ยิ่งขับเข้าไปลึก วิวข้างทางยิ่งแปลกตา

dscf0697

dscf0702

ดูซิคะ วิวข้างทางสวยขนาดนี้ ไม่ให้จอดถ่ายรูปได้ไงเล่าาาา ใครจะเข้ามาเส้นนี้ก็คำนวนเวลาเผื่อถ่ายรูปกันด้วยน้าาาาาา

แต่หลังจากนี้ทางจะเริ่ม Off-road แล้วค่ะ ข้าวเที่ยงที่กินมาถูกเขย่ารวมกันในกระเพราะหมดเลยจ้าาาาาาา

dscf0007

แต่ก่อนที่จะเข้าไป Landmannalaugar เรามาแวะ…

 

ปากปล่องภูเขาไฟ  ” Ljotipollur ”  ก่อน

 

ทางขับเข้ามาค่อนข้างย๊ากกกกกกกกกเหมือนกันค่ะ เพราะต้องขับขึ้นเขาแบบ Off-road และชันอยู่

dscf0088

จนเรามาถึง….

dscf0080

dscf0070

วิวที่เห็นมันคุ้มมม คุ้มมมมมมซะยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ สวยเกินบรรยาย ที่นี่ไม่ค่อยมีคนค่ะ สวยและสงบมาก จริงๆอยากใช้เวลาอยู่ตรงนี้นานๆเลย (แต่หนาววววมากกก)

44716

dscf0085

หันไปอีกฝั่งก็สวยค่ะ อยากอยู่ที่นี่นานๆเลย แต่เวลาเรามีจำกัดค่ะ Landmannalaugar รอเราอยู่ เราต้องขับไปต่อกันแล้วค่ะ

dscf0170

วิวสองข้างทางก็ยังพีคมากกกก เหมือนเดิมค่ะ

dscf0177

dscf0190

dscf0201

ยิ่งเข้าไปลึก ยิ่งสวยยยยย บอกตรงๆว่า ตอนนี้เรารู้สึกคุ้มมากๆ แล้ว เราคิดถูกจริงๆที่ตัดสินใจมากที่นี่

ก่อนจะถึงที่ตั้งแคมป์ เราจะต้องขับลุยแม่น้ำกันหลายครั้งเหมือนกัน เพราะฉะนั้น รถที่จะเข้ามาที่นี่ได้ ต้องเป็นรถแบบ 4 Wheel เท่านั้นนะคะ

dscf0206

 อย่างที่บอกตอนแรกว่าจริงๆ เราควรใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงในการเข้ามาที่นี่ แต่ด้วยความที่หยุดถ่ายรูปบ่อยเหลือเกินนนน เราเลยใช้เวลาทั้งหมด 6 ชั่วโมงงง!! 55555 ทุกอย่างก็เลย Delay ไปหมด   แผนเดิมคือมาถึง เรากะจะ Trekking เลย เสร็จค่อยกลับลงมานอน แต่เราถึงตอนพระอาทิตย์จะตกแล้วค่ะ วันนี้ฟ้าสวยมาก ^^

dscf0212

dscf0210

ขอเล่านิดนึง.. เผื่อใครมาพักที่นี่จะได้เตรียมตัวถูก

คือที่นี่มี Campsite ให้กางเต็นท์ได้นะคะ แต่ก็ต้องเสียค่ากางเต็นท์หน่อย จำไม่ได้จริงๆว่าเท่าไหร่ แต่ไม่แพงค่ะ แต่เต็นท์ต้องดีหน่อย เพราะทั้งลมทั้งหนาวเลยค่ะ

dscf0238

dscf0239

 ที่นี่มีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำให้ มีโซนนั่งกินอาหาร ที่เราสามารถทำอาหารแบบง่ายๆ กินได้ แต่เราก็ต้องพกพวก เตาปิคนิค แก๊สกระป๋องมากันเองนะคะ ไม่ได้มีครัวให้ อ้อแล้วก็มีที่ล้างจานให้ด้วยค่ะ

 ถ้าใครไม่อยากกางเต็นท์ ก็มีบ้านพักนะคะ แต่น้อยมากกกกกก ไม่กี่ที่นอน แล้วคิดดู ปีนึงเปิดแค่ 3 เดือน แย่งกันจองสุด ใครเร็วใครได้ค่ะ (ส่วนราคา ไม่ทราบเลยค่ะ)

 ส่วนเรา จริงๆ เตรียมเต็นท์มานะ แต่ดูแล้วนอนไม่ได้แน่ๆ หนาวเกินนนนน เราผิดเองที่เตรียมตัวมาไม่ดี ไม่คิดว่าจะหนาวขนาดนี้ สุดท้ายเลยตัดสินใจนอนบนรถค่ะ นอนเบียดๆ กันแบบนั้นแหละ 555555 แบบนี้ก็คือเสียค่า Facilities fee ค่ะ ถูกกว่ากางเต็นท์หน่อย จะเป็นค่าที่เราใช้ห้องครัว ห้องน้ำของเค้า (ห้ามโกงนะคะ จ่ายเงินแล้วเค้าจะมีริสแบรนด์ให้ค่ะ)

คืนนั้นเราก็นอนกันแบบ หลับๆตื่นๆ หนาวมากกกกกก และเบียดกันมากกก 5555 แต่ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ดีค่ะ


18 July

เราตื่นมาคนแรกเลย คนอื่นไม่ยอมตื่น เราก็เลยตื่นมาเดินเล่น ถ่ายรูปก่อน

dscf0219

dscf0235

dscf0229

dscf0237

อันนี้เป็นโซนที่จอดรถค่ะ 1 ในนั้นก็มีรถเรานี่แหละ ที่จอดแล้วก็นอนกันอยู่ในรถ

เดินไปดูโซนกางเต็นท์มาด้วย ยังไม่มีใครตื่นเลยค่ะ

dscf0217

อ้ะะะ แต่เจ้าถิ่นเค้าตื่นแล้วน้าาาาาา

dscf0241

dscf0253

dscf0252

ถ่ายรูปเล่นซักพักก็เดินกลับไปที่รถ กรุ้ปเราเริ่มตื่นกันแล้ว เลยเดินเล่นกันอีกรอบ

dscf0278

เราออกมาเดินเล่นทั้ง Napsack แบบนี้เลยค่ะ จริงๆ มันก็คือถุงนอนแหละ แต่แบบ เอาแขนขาออกมาได้ อยากเดินก็สามารถพับความยาวแล้วรูดซิปได้ ซึ่งมันดีม้าาาาาาาก เพราะมันอุ่นขึ้นมากกกกก ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตเลยยยยข่าาาา ช่วยชีวิตไม่ให้หนาวตายมาหลายทริปแล้วว   อันนี้เราซื้อของ Polerstuff ค่ะ ถ้าที่ไทยจะมีขายที่ Bratpack หลายสาขาเหมือนกัน ลองเสิชดูนะคะ

dscf0261

 เช้าแล้ว คนเริ่มตื่นกัน เตรียมตัวไป Trekking แต่กลุ่มเรา เมื่อคืนคุยๆ กันว่า คงไม่ไหวหรอก ดูฝรั่งแต่ละคนเค้าเตรียมตัวกันมาดีมาก กันหนาวอย่างดี รองเท้าปีนเขา มี Trekking pole กันพร้อมมากกก แล้วหันมาดูพวกเรา รองเท้าผ้าใบ กับเสื้อกันหนาวเบาๆ พร้อมตัวและหัวใจ 5555555555 ก็เลยคุยกันว่า เอออ เรามาถึงนี่ก็ได้เห็นวิวสวยๆๆ จนคุ้มแล้วแหละ ถ้าเดินขึ้น สงสัยจะเดี้ยงง งั้นเราจะขับออกจากที่นี่กันตอนเช้าละกันเน้อออออออ

dscf0298

ใจลึกๆ เราโคตรเสียดายเลยอะ มาถึงที่นี่แล้ว ชีวิตจะได้มาอีกมั้ยไม่รู้ แล้ววันนี้ฟ้าก็เปิดด้วย พีที่เคยมาก็บิ้วววว เหลือเกินนนน บอกว่าขึ้นเถ้อออออะ พี่เค้ามาหลายรอบ ไม่เคยเจอฟ้าดี๊ดีขนาดนี้เลยน้าาา เรื่องหนาวเนี่ยย เดินๆไปเดี๋ยวก็ร้อนนนนนน   แต่เราก็.. ต้องเอาส่วนรวมแหละะ ถ้าเพื่อนไม่ไหวจะทำไงอะ เอาวะ ตัดใจ กลับก็กลับ

dscf0301

Byebye Landmannalaugar ไว้มีโอกาสเราจะกลับมาใหม่……

ระหว่างเดินกลับไปที่รถ ก็พูดขึ้นมาเล่นๆ ว่า เสียดายเนอะ อยากเดินขึ้นไปจังเลย

แล้วเพื่อนก็หันมาบอกว่า … อยากเหมือนกัน ……

เอาแล้วววว เอาแล้ววววว น้องใบมีแนวร่วมแล้วจ้าาาาาาา ตาลุกวาวเลยยยย

พอไปถึงรถก็แกล้งๆ พูดกะเพื่อนที่เหลือว่า เสียดายเนอะ อยากขึ้นจัง

เพื่อนที่เหลือก็ …. “ อยากขึ้นเหมือนกัน ”

…… อ่าวววว แล้วที่ผ่านมา ทำไมมมมเราไม่คุยก๊านนนน มัวแต่เกรงใจกันไปกันมาเน้ออออ สุดท้ายกลายเป็นว่า เราก็ได้ขึ้นกันค่าาา เย้

ถึงอุปกรณ์จะไม่พร้อม แต่กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้!!

dscf0305

ที่นี่มีหลาย Route นะคะ ทั้งสั้นทั้งยาว มีหลายทางขึ้นด้วย ส่วนเราเลือก Route สั้นสุดค่ะ ซึ่งฝรั่งเค้าบอกว่า Route นี้ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็จบแล้ว แต่เรามั่นใจว่าอย่างเราคูณสองแน่ๆค่ะ เดี๋ยวก็หยุดถ่ายรูป เดี๋ยวก็หยุดพัก อะไม่เป็นไร ไม่รีบร้อนน

dscf0316

เห็นคนปั่นจักรยานกันขึ้นมาด้วยอะ ชันมากเลยนะ หินก็เยอะ ทำได้ไงงง เก่งจางงงงงเยยย เราแค่เดินขึ้นมานิดเดียวก็หอบแล้ววววว

dscf0327

เห็นตัวหนาๆแบบเนี้ย รู้มั้ยว่าใส่ข้างบน 3 ชั้น ข้างล่าง 4 ชั้น ถุงเท้าอีก 3 ชั้น เพราะมันหนาวมากกก ในกระเป๋ามีกี่ชุด ใส่ๆๆๆ ให้หมดค่ะ แต่ถุงเท้านี่ใส่หนาเพราะรองเท้ากัด แฮ่

dscf0331

หันไปเจอฝรั่ง เค้าเดินมากันเป็นคู่ ดูการแต่งตัวเค้ามาแบบพร้อม trekking มากกก แล้วตัดภาพกลับมาที่เรา…

dscf0340

ฮืออออ แต่ใจพร้อมมม ท่องไว้ เราทำด๊ายยยยยยยย

dscf0308

dscf0317

dscf0347

เดินกันต่อเรื่อยๆค่ะ จริงๆ ระหว่างเราเดินก็มีคนขึ้นมาหลายกรุ้ปเลยเหมือนกัน แต่เค้าเดินกันเร็วมาก เดินผ่านเราไปและหายลับตาไปเลย ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่รีบบบบบ  เดินๆไปซักพักจากหนาวก็ร้อนแล้วแหละ

จนมาถึงจุด Hilight ของ Route สั้นค่ะ ซึ่งคือวิวนี้

dscf0353

“ Beautiful things don’t ask for attention. ”

 

ของจริงสวยมากกกกก สวยมากกกกกกกกกก เหมือนภาพวาดเลย พวกเรานั่งมองภาพที่เห็นข้างหน้ากันเงียบๆอยู่ซักพัก ไม่ได้มีใครพูดอะไรกันมากมาย ต่างคนต่างดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติกันจนลืมเวลาไปเลย

dscf0390

ออกเดินทางกันต่อค่ะ

dscf0381

ข้างบนนี้ไม่มีสัญญาณ internet นะคะ แต่ถึงมีเราก็ไม่เล่น เราไม่ได้จับมือถือเลย (ยกเว้นถ่ายรูปนะ555) คือวิวรอบตัวที่เห็นมันสะกดให้เราไม่อยากทำอะไรมากไปกว่า เดินแล้วมองสองข้างทางไปเรื่อยๆ

dscf0404

จนเดินมาถึงควันๆ ที่ฝรั่งบอกเราว่า Route สั้นสุดเนี่ย พอเห็นควัน ก็ให้เดินลงได้เลยนะ เพราะถ้าขึ้นไปต่อ ก็จะต้อง Trek แบบจริงจังแล้ว เราก็โอเค กำลังจะลง แต่ดันเจอคู่ฝรั่งบิ้ววววว ให้เราเดินขึ้นไปต่อ เค้าบอกว่า เดินมาถึงตรงนี้แล้วนะ เดินต่อสิ จะกลับจริงๆ หรอออ

แต่ครั้งนี้ก็ต้องตัดใจ… เดินกลับจริงๆค่ะ เพราะถ้าขึ้นไปมากกว่านี้ ไม่ไหวแน่ๆ เพราะเราไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยซักอย่าง แถมรองเท้าเราก็กัดมากกกกๆ มาตั้งแต่ตอนอยู่ Copenhagen แล้วด้วย ฮ่าๆๆๆๆ ที่เดินขึ้นมานี่เดินกะเผลกๆ เอาค่ะ

เล่าให้ฟังอีกนิด สำหรับคนที่อยากมาที่นี่ ทางเดินเค้าจะมีไม้เล็กๆ แต้มสี ให้เราเดินตาม เราก็ต้องจำว่าเราจะไป Route ไหน แล้ว Route นั้นสีอะไร แล้วววววความพีคค (อีกแล้ว) คืออออ เราจำไม่ได้ค่ะ ว่าของเราต้องสีอะไร เพราะตอนเจ้าหน้าที่บอกเมื่อวาน ตอนนั้นเรากะไม่ขึ้นไง เลยไม่ได้จำมา   แล้วก็เจอทางแยกไง จะไปทางไหนดีละ เอายังไงดี ถ้าเลือกทางผิดนี่ต้องเดินต่อยาวววววเลยนะค้าาาาาาา

dscf0413

มองขึ้นไปเห็นคนกำลังเดินกันอยู่พอดี เฮ้ยยยยแกรรรร ถ้าเลือกผิดชั้นก็ต้องเดินขึ้นเขาแบบน้านนนน ม๊ายยยยยน้าาาาาาาาาา

dscf0410

dscf0411

ระหว่างเดินอยู่ดันหลงค่ะ! เดินเพลินไปหน่อย ลืมดูไม้สีๆ กลายเป็นว่า เอ้าาาา หาไม่เจอซะแล้ว แต่เกิดความโชคดี๊โชคดี ที่มีสัญญาณมือถืออ่อนๆ มาพอให้เสิช internet ได้ แต่ก็ไม่รู้จะเสิชอะไรเลย คือตรงนี้เรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ค่าาาาา ก็มั่วววๆๆ กันไปมั่วๆ กันมา ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเท่าไหร่ สุดท้ายก็ตัดสินใจใช้ Sense เนี่ยแหละค่ะ ก็.. ขอให้เลือกถูกละกันเนอะ 5555555

เดินไปเดินมา น้ำที่เตรียมมาก็หมดแล้วค่ะ โชคดีที่เจอลำธารพอดี เคยอ่านมาว่า น้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ Iceland เนี่ย ดื่มได้เลยจ้าาา สะอาดมากกกๆ อย่างกะน้ำแร่ ดีต่อสุขภาพด้วยนะแกรรรรร๊

dscf0427

ด้วยความที่กระหายมาก ก็กรอกใส่ขวดแล้วก็กระดกกกอึกใหญ่ทีเดียวเลย แล้วก็รู้สึกว่า เอ.. ทำไมกลิ่นแปลกๆ น้าาาาาาาาา แต่คือกระหายมากไง ก็เลยหลอกตัวเองเบาๆ ว่า อ๋อออออ น้ำคุณภาพดีเค้าคงกลิ่นแบบนี้แหละเนอะะะะะะ เลยให้เพื่อนดื่มด้วยจ้าาา เพื่อนบ้วนแทบไม่ทัน บอกดื่มเข้าไปได้ไง กลิ่นกำมะถันมากกกกกก……..

นี่ชั้นจะอยู่รอดปลอดภัยจนจบทริปใช่มั้ยอะ….

ได้ดื่มน้ำอย่างจดจื่นนนนน (ม้าก!) แล้วก็พร้อมมมเดินต่อละจ้าาา

dscf0432

ใจนึงก็ภาวนานะ ว่าไม่อยากให้รีบจบ Route เลย คือเรายังอยากเดินชมวิวสวยๆแบบนี้อีกนานๆ แต่อีกใจก็… ท้องร้องค่ะ หิวววว มากกกกก

dscf0467

dscf0469

เริ่มกลับลงมาสู่พื้นราบ เป็นสัญญาณว่า เราน่าจะใกล้ถึงแล้วแหละ

dscf0475

แล้วก็เดินมาเจอคอกม้าค่ะ

dscf0476

ถ้าเจอม้า เดินมาอีกแปบบบบเดียวก็ถึง Camp แล้วค่าาาาาาา

ก่อนจะเดินทางต่อเราทำกับข้าวกินกันก่อนแล้วค่อยออกเดินทางต่อ

อย่างที่เดาไว้ไม่ผิด ว่าถ้าคนอื่นเดินกันชั่วโมงครึ่ง เราก็น่าจะสามชั่วโมงกว่า เป็นไงละคะ เป้ะ!

 


ตอนแรกเรากะว่าลงจาก Landman แล้วเราจะไป Seljalandsfoss กับ Skogarfoss กันต่อ แต่ด้วยความที่เราเลือก Trekking เมื่อเช้า ทำให้เวลาทุกอย่างมันเลื่อนไปหมด เลยเปลี่ยนแผนเป็นวันนี้กลับที่พักก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยลุยต่อค่ะ ( คืนนี้สมาชิกที่เหลือจะตามมาสมทบค่ะ สำหรับใครที่จัดเวลามาพร้อมเพื่อนตั้งแต่เริ่มทริปไม่ได้ จะบอกว่ามีรถบัสจากเมืองหลวงมาแถวนี้นะคะ ตามมาเจอเพื่อนตรงนี้ได้ค่ะ )

dscf0484

อยากรู้ว่าไอขาวๆนี่คืออะไร มีไว้ทำไม แต่เราเรียกมาชเมลโลวค่ะ 5555 เหมือนมะ

dscf0493

dscf0485

วันนี้เราพักกันที่โรงแรม  ” Hotel Edda skogar

ที่นี่ใกล้กับน้ำตก Skogarfoss มากกก แบบมองไปเห็นได้เลยค่ะ

แต่ค่าโรงแรมก็แอบแรงเหมือนกันค่ะ 420 Euro จุกไปเลยค่ะ แต่แถวนี้หาที่พักยากมาก ก็ต้องยอม (ราคานี้คือราคารวมทุกห้องแล้วนะคะ)

dscf0495

อันนี้เป็นห้องขนาดเล็ก

ความโชคดีคือตอนแรกเราจองห้องเล็กไว้หมดเลย แต่มีห้องนึงไฟเสีย เค้าเลยเปลี่ยนให้เป็นห้อง Family เลยได้ห้องใหญ่กว่าเดิมมาาาาากๆ ค่ะ ห้องใหญ่มีเตียง 6 เตียงเลย ตรงกลางก็มีที่นั่งกว้างงงงๆด้วย

dscf0497

dscf0498

ข้อเสียนิดนึงคือที่นี่ไม่มีห้องครัวนะคะ จะเป็นห้องทานอาหาร ถ้าเราทานอาหารโรงแรมก็จะมีบวกเพิ่มอีก ซึ่งก็แพงอยู่ โรงแรมนี้เลยอาจไม่เหมาะกับแบคแพคสายประหยัดเท่าไหร่   (แต่สุดท้ายพวกเราก็หาวิธีจนได้ค่ะ ไว้มาเล่าให้ฟัง)

 


19 July

วันนี้เรารีบตื่นแต่เช้า เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนตี 3 หน้าร้อนเนี่ยย ฟ้าจะสว่างตลอดนะคะ พระอาทิตย์ตกตอน 4-5 ทุ่ม แล้วก็จะเข้าสู่ช่วง Magic Hour พอฟ้าเริ่มจะมืด พระอาทิตย์ก็ขึ้นต่อแล้วค่ะ ก็ประมาณ ตี3 ได้ (แต่ก็แล้วแต่เดือนนะคะ ต้องหมั่นเช็คค่ะ)

 

ที่แรกที่เราจะไปคือน้ำตก  ” Skogarfoss ”  ใกล้โรงแรมมากค่ะ

dscf0503

แต่เข้าไปใกล้กว่านี้ก็ถ่ายยากละ เพราะละอองน้ำตกแรงมาก เปียกมากกก เลนส์เปียก โบเก้เต็มไปหมดเลยยยยยยยย ต้องคอยเช็ดเป็นระยะๆ


ไปที่ต่อไปกันค่ะ น้ำตก  ” Seljalandsfoss

dscf0538

มองมุมนี้อาจจะไม่คุ้นกันเท่าไหร่ เดี๋ยวพาไปดูอีกมุมค่ะ

DCIM101GOPROGOPR1915.

เริ่มคุ้นกันรึยังคะ ที่นี่เป็นน้ำตกที่อยู่ใน MV ของ Justin Bieber เพลง I’ll show you ค่า

DCIM101GOPROGOPR1933.

ในนี้เราไม่เอากล้องเข้ามาเลยค่า เปียกเว่อ เอาโกโปรอย่างเดียวพอ ใส่เสื้อกันฝนมาด้วยนะคะ ข้างในลื่นน้าาา เดินกันดีๆนะคะ เดี๋ยวก้นทิ่มพื้น

DCIM101GOPROGOPR1934.

เราชอบที่นี่นะ  🙂  แต่ถ้าใครมาก็คงต้องมาเช้าๆ หน่อย คนจะได้ไม่เยอะ

 


ไปต่อค่ะ เดี๋ยวจะพาไปดูซากเครื่องบิน DC-3 กัน

ระหว่างทางเจอบ้านครอบครัวคุณแกะ เลยแวะถ่ายรูปซักหน่อย

dscf0554

dscf0544

มีคนออกมาต้อนรับอย่างดีเลยแหละ แต่มีเวลาคุยกันแปบเดียวเองค่ะ เราต้องรีบไปต่อ ก็เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมที่บ้านเลย

ขับไปซักพักเราจะเห็นรถจอดกัน เป็นอันรู้กันว่าถึงแล้วว่าเราได้มาถึงงงง…

 

ซากเครื่องบิน (Wrecked plane) DC-3

ซึ่งจริงๆ เมื่อก่อนมันขับรถเข้าไปได้นะ แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้ไม่ให้ละ ต้องเดินเข้าไป ก็ชิลๆแหละ 4 กิโล เอ๊งงงงงงง (เสียงสู้งงงงงงง)

dscf0563

ซึ่งวิวข้างทางก็แบบเนี้ยยยยย ตลอด 4 กิโลเลยจ้าาา มองไปข้างหน้า หนาวด้วย ลมแรงมากกกก เดินแล้วรู้สึกเหมือนจะปลิว

dscf3047

เดินไปไกลเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นแววจะเห็นเครื่องบินเลยค่ะ จนเริ่มไม่มั่นใจว่าถูกทางมั้ย หนาวด้วยค่ะ ใครจะเดินไปดูเครื่องบินเตรียมกันหนาวไว้ให้ดีเลยค่ะ

dscf0582

 แล้วอยู่ๆ บทจะเห็นเครื่องบิน ก็เห็นเลยค่ะ คือมันแบบ ไม่มีเห็นจากไกลๆ แล้วค่อยๆ ใกล้ขึ้นนะ เพราะพื้นตรงนั้นมันต่ำลงไปมั้งคะ มองจากระดับสายตาตอนแรกเลยไม่เห็น แต่พอเห็นทีก็ใกล้ถึงละค่ะ

 

dscf0587

dscf0588

dscf0592

จริงๆ มันไม่ได้มีอะไรมากหรอกค่ะ มีแค่นี้เลย แค่นี้จริงๆ เคยอ่านรีวิว บางคนบอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ มันไม่ได้มีอะไร แต่สำหรับเรา เราก็ไม่ผิดหวังนะที่มา ครั้งนึงในชีวิตอะ มาเถอะ  แค่อ่านกับดูรูปคนอื่น มันไม่เท่าสิ่งที่จะได้เห็นด้วยสองตาของตัวเองหรอก

dscf0602

dscf0621

dscf0604

dscf0639

dscf0629

ถ่ายรูปไปได้ซักพัก มาละค่ะ อะไรมาหรอคะ ฝนไง มามืดเชียว

เลยต้องรีบกลับค่ะ เพราะต้องเดินออกอีก 4 กิโล ไม่มีที่บังฝนด้วยนะ ถ้าตกคือฝ่าฝนอย่างเดียว รีบเถอะค่ะ โกยยยค่ะโกยยยยยย

 


ไปแวะที่เมือง  ” Vik ”  กันต่อค่ะ

ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ มีทะเลสีดำ มีโบสถ์ที่คนชอบมาถ่ายรูป มีปั๊มให้แวะเติมน้ำมัน Supermarket ให้ซื้อของกิน แต่ฟ้าวันนี้อาจไม่เป็นใจเท่าไหร่ค่ะ หมอกลงจัด ฝนทำท่าจะตกด้วยdscf0833

ทะเลสีดำอยู่ข้างหลังปั๊มน้ำมันเลยค่ะ

dscf0660

dscf0682

ตื่นเต้นนะ ไม่เคยเห็นทะเลสีนี้มาก่อน แปลกตาดีค่ะ

dscf0727

เห็นแบบนี้ จริงๆหนาวมากกกก นะคะ ดูความผ้าปลิวและจมูกแดงๆสิคะ น้ำมูกแต่ละคนนี่จะไหลไปรวมกับน้ำทะเลแล้วค่าาาาา แต่ถึงจะหนาวแค่ไหน เพื่อรูปที่ดีเราก็ต้องทำเป็นไม่หนาวเลยจ้าาา สบายมาก ชิลจ้าาา

dscf0693

นี่ก็อีกคนจ้าาา หนาวนะ แต่ต้องทำเป็นไม่หนาว แต่คนนี้จมูกไม่แดงเท่าปากนะ (ก็แซวเล่นนหน่าาาาาาาาา)  เสื้อหนาวบังเอิญเหมือนกันแบบไม่ได้นัดหมาย

หลังจากที่ทนหนาวและหิว ไม่ไหวแล้วววว ไม่ไหวจริงๆ และวันนี้ฟ้าไม่เป็นใจเลย หมอกก็ลงจัดมาก คงทำอะไรไม่ได้ เลยกลับที่พักกันดีกว่าค่ะ


อย่างที่บอกว่าโรงแรมนี้ไม่มีของครัวเนอะ เราเลยต้องเตรียมวัตถุดิบกันในห้องแบบนี้แหละค่า

dscf0751

เตรียมวัตถุดิบเสร็จก็ยกออกไปแถวๆ หน้าโรงแรมแล้วก็ลงมือทำอาหารกันเยื้องๆ หน้าโรงแรมแบบนี้เลยค่ะ

dscf0758

ครัวแทนลิปค่ะ ตั้งแต่พี่แทนมา เราก็ได้กินกันแบบครบหมู่มาก อาหารอร่อยและหลากหลาย กราบค่ะ

dscf0771

dscf0775

dscf0764

อิ่มท้องมาก อร่อยด้วย อร่อยจริงงงๆๆ อิ่มแล้วก็นอนค่ะ นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องลุยต่ออีกกกก

 


20 July

ตื่นเช้าม้ากกกก เพื่อจะไป ” Dyrholaey ” แต่วันนี้ก็อากาศไม่เป็นใจอีกแล้วค่าาา

คือโซนนี้จะค่อนข้างเจอฝนตลอด ใครมาแล้วฟ้าสดใสนี่โคตรโชคดี (ส่วนเราเหมือนใช้โชคหมดไปตั้งแต่ Landmannalaugar แล้วมั้งงง แฮ่)

dscf0783

จากที่เคยดูรูปมาก่อนที่นี่มันจะเป็นหินที่มีรูๆ เอ…. ว่าแต่หินรูๆ มันอยู่ตรงไหนหว่าาาา หาไม่เจอเลยยยยย ไม่แน่ใจว่ามาถูกที่มั้ย หรือหมอกปกคลุม หรืออะไรยังไงง

dscf0810

ตรงนี้หนาวม้าาาาาก ลมแรงมากๆๆๆ เดินๆอยู่ดีๆ ล้มค่ะ เจ็บก้นมาก ลมพัดแรงจริงๆ ง่วงๆอยู่นี่ตื่นทันทีเลยค่ะ ไม่สู้ละ ขึ้นรถแล้วไปต่อกันค่ะ

ทิวทัศน์ใหม่แปลกตาอีกแล้วค่ะ อย่างกะไม่ได้อยู่บนโลกมนุษย์ สองข้างทางเป็นมอสปกคลุมเต็มไปหมด

dscf0835

dscf0845

 


ที่ต่อไปเป็นที่ที่เราอยากไปมาาากกกกกกกกกกก

เห็นครั้งแรกจาก MV ของจัสตินเหมือนเดิมค่ะ อยากรู้มาก ว่าที่นี่เรียกว่าอะไร เลยนั่งอ่านๆ คอมเมนต์ จนเจอว่ามันชื่อว่าา …

fjaðrárgljúfur

อะชื่อเรียกยากไปอี้กกกกกก…

โชคดีที่มาถึงที่นี่ค่อนข้างเร็ว ประมาณ 7 โมงเช้าได้ ยังไม่มีคนเลย แถมอยู่ๆ ฟ้าก็เปิดด้วย 🙂

dscf0872

dscf0874

dscf0035

เราชอบที่นี่มากกกกๆ เป็นอีกหนึ่ง Hilight ของทริปเลยค่ะ ที่นี่ก็เจอมาจาก MV ของ Justin Biber เหมือนกัน เอ้ะ นี่เหมือนมาเที่ยวตามรอย MV เลย

dscf0076

dscf0017

dscf0014

dscf0044

dscf0103

เดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ แล้วมองย้อนกลับมา วิวก็สวยไปอีกแบบ

dscf0090

เราเดินเล่นเสร็จตอนประมาณ 9 โมง นักท่องเที่ยวเริ่มมากันแล้วค่ะ และเราก็หิวแล้วด้วย เลยทำกับข้าวกินกันที่นี่ไปก่อนเลย

DCIM101GOPROGOPR1988.


ไปต่อกันที่น้ำตก  ” Svartifoss

น้ำตกนี้ต้องเดิน Trek เข้าไปนะคะ แต่ไม่ไกลมาก ประมาณ 30 นาทีได้ เดินชิลๆค่ะ

dscf0174

dscf0128

 เป็น Dark lava columns ที่เรารู้สึกว่าเออ texture สวยดี ดูเป็นศิลปะจากธรรมชาติ

dscf0164

dscf0144


จากที่นี่ เราจะเข้าไปเมือง  ” Hofn ”  กันค่ะ

 

เป็นเมืองเล็กๆ อีกเมืองที่มีที่พัก ร้านอาหาร Supermarket ปั๊มน้ำมัน ให้ครบเลย และที่พักคืนนี้ของเราก็อยู่ในเมืองนี้

 

วันนี้เราพักกันที่ Milk Factory ค่ะ ที่นี่สวยยยยยยเลยอะ ดูดีมาก คือห้องใหญ่ เป็นห้องสองชั้น

dscf0180

dscf0178

แล้วก็มีบันไดขึ้นไปข้างบน

dscf0181

dscf0179

แต่ที่นี่ไม่มีห้องครัวนะคะ ไม่เหมาะกับแบคแพคเกอร์สายประหยัดเช่นเคย

หรืออีกทางเลือกนึงคือต้องเข้าไปกินในเมืองค่ะ ที่พักไม่ไกลเมืองมากนะ เดินได้ แต่ถ้าหนาวก็เดินไม่ไหวค่ะ ขับรถไปดีกว่า

ส่วนราคา … ที่นี่แพงมาก แพงสุดในทริปแล้วค่ะ แต่แถวนี้หาที่พักยากมากๆจริงๆ ก็เลยต้องยอมค่ะ ตกห้องละ 240 Euro ค่ะ แพงงงมาาาาาาากกกก

 


มื้อเย็นวันนี้เราจะไม่ทำกินเองค่ะ จะไปกินแถวๆท่าเรือ มีร้านเบอเกอร์ที่ไม่แพงอยู่ รสชาติโอเคค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ หาไม่ยาก มีร้านเดียวเลยค่ะแถวๆ ท่าเรือ  เมืองนี้ไม่ใหญ่มาก เดินเล่นได้ไม่หลงค่ะ

dscf0183

dscf0189

dscf0201

dscf0208

dscf0214

เราเดินเล่นซักพักก็กลับที่พักค่ะ ต้องรีบนอนเก็บแรง เดี๋ยวพรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้าเลยยยย

 


21 July

วันนี้เราออกจากโรงแรมกันเช้ามาาาาาาากกกกๆๆ ประมาณ ตี 3 เพื่อขับวกกลับไปที่………

Jökulsárlón

 

ตอนแรกตั้งใจว่าอยากได้วิวน้ำแข็งและมีพระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงสีส้ม แต่กลายเป็นว่าวันนี้หมอกหนามากๆ ปกติตี 3 นี่พระอาทิตย์กำลังขึ้น ฟ้ากำลังสวย แต่ตอนนี้หมอกบังหมดเลยค่ะ มองเห็นแต่น้ำแข็ง และหมอก จริงๆแอบเห็นแมวน้ำด้วยแหละ แต่มาไวไปไวมาก ถ่ายไม่ทันค่ะ ตอนนั้นมือชา หนาวมากก

dscf0220

dscf0227

dscf0235

มีอยู่แว๊บนึงที่หมอกเหมือนจะหาย มองไปเห็นพระอาทิตย์กำลังขึ้นกับท้องฟ้าสีส้ม ดีใจมากกกกก

แต่ดีใจได้อยู่แปบเดียวเท่านั้นแหละค่ะ แล้วหมอกก็มาคลุมเหมือนเดิม (และยิ่งกว่าเดิมด้วยยยย)

แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยได้เห็นแค่ไม่กี่นาทีก็ถือว่าโชคดีแล้ว 🙂

dscf0243

ฝั่งตรงข้าม Jökulsárlón เป็น Black sand ค่ะ ทะเลสีดำ~  แล้วด้วยความที่หมอกลงหนา ฟ้าปิด ทำให้รูปทะเลสีดำของเราวันนี้กลายเป็นรูปขาวดำไปเลย แบบไม่ต้องมานั่งปรับสีเลยค่ะ แฮะๆ

dscf0252

dscf0291

dscf0265

dscf0268

dscf0286

dscf0323

dscf0248

จริงๆ ภาพที่คาดหวังไว้ในหัวเนี่ย ถ้าฟ้าสวยๆ มีพระอาทิตย์นะคะ แสงอาทิตย์จะตกกระทบมาส่องกับเศษน้ำแข็ง น้ำแข็งจะกลายเป็นสีส้มบ้าง ฟ้าบ้าง สวยมากกกกๆ เลย แต่การที่ฟ้าปิดแบบนี้ รูปที่ได้ก็เป็นอีกอารมณ์นึงเลย มันดูลึกลับดี เราว่าก็สวยไปอีกแบบ

จริงๆอากาศหนาวมาก แต่ด้วยภาพที่เห็นตรงหน้า ที่คิดว่าไม่ได้เห็นกันง่ายๆ เลยทำให้เราดื่มด่ำกับภาพนี้ไปเรื่อยๆจนลืมเวลาไปเลย

จนซักพักหมอกเริ่มลงจัด มากกว่าตอนแรกที่มาถึงอีก คือถ้าอยู่นานกว่านี้อาจเดินกลับรถไม่ถูก เพราะมองอะไรไม่เห็นเลย งั้นเราก็ควรกลับไปพักได้แล้วเนอะ

dscf0331

dscf0336

dscf0246

 


แพลนของเราวันนี้คือกลับไปกินข้าวเช้าที่โรงแรม เพราะมันรวมอยู่ในราคาที่จ่ายไปแล้ว (ต้องกิน เพราะที่นี่แพงมากกกกก)

ระหว่างขับกลับ หมอกลงจัดจนมองแทบไม่เห็นถนน มาเห็นอะไรอีกทีคือใกล้ๆแล้ว อยู่ๆ ก็เจอฝูงนกค่ะ เยอะมาาากกกกกกกก เบรคจนหน้าทิ่ม นกเห็นพวกเราก็ตกใจค่ะ รีบวิ่งลงข้างทางกันใหญ่   ดูสิคะ นกอะไรก็ไม่รู้ แต่เยอะจริง

dscf0348

dscf0371

ไม่ได้เจอแค่นกนะคะ เราเจอพี่แกะด้วย เจ้าถิ่นประเทศนี้จริงๆ ขับไปเจอแกะทุกร้อยเมตร แล้วก็ยังมีม้าด้วย เอาง่ายๆ เราค่อนข้างมั่นใจว่ารวมทั้งทริปแล้วเราเจอสัตว์มากกว่าเจอคนอีก

dscf0363

dscf0367

dscf0366

dscf0377

 


หลังจากกลับที่พัก กินข้าว และงีบไปอีกตื่นนึง เราก็พร้อมจะไปที่ต่อไป เราอยากไปที่นี่มากกกๆๆ เพราะจากข้อมูลที่หามา สถานที่แห่งนี้สวยมากกกก เป็นสวรรค์ของช่างภาพสาย Landscape เลย และที่นั่นคือออ…..

  ” Vestrahorn

แต่ถ้าอยากรู้ว่าสวยยังไงต้องลองหาจากใน Google ดู เพราะว่าวันนี้เราโชคร้ายอีกแล้ว ที่หมอกลงจัดมาก ลงมาบังภูเขามิดเลย ไม่เห็นอะไรเลย

ที่นี่เสียค่าเข้าด้วยนะคะ ประมาณ 600isk (ประมาณร้อยกว่าบาท) ต้องไปเสียที่คาเฟ่ ขนาดเจ้าของยังบอกเลยว่า ไม่ต้องเข้าไปหรอก วันนี้หมอกหนามาก ไม่เห็นอะไรหรอก… ฮือออ เศร้าาาา แต่เรากับเพื่อนก็คุยกัน ว่าไหนๆ ก็มาถึงแล้วอะ เข้าไปหน่อยละกัน อย่างน้อยไม่ได้เห็นวิวภูเขาก็ยังสามารถไปเดินเล่นที่ Viking Village เป็นหมู่บ้านเก่าของชนเผ่าไวกิ้ง แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วค่ะ

dscf0379

ตรงนู้นนนไง เห็นมั้ยคะ แล้วเห็นหมอกมั้ย คือมันลงต่ำมากจนถึงตีนเขาเลย เรียกว่าบังเขาทั้งลูกเลยละกัน

dscf0421

dscf0426

เจอเจ้าบ้านอีกแล้วววว เอ…. นี่ชนเผ่าไวกิ้งรึป่าวน้าาาาาาา

dscf0436

dscf0446

dscf0441

dscf0442

dscf0444

 


ไปต่อกันดีกว่าค่ะ ที่พักเราวันนี้ต้องขับไปค่อนข้างไกล…  คืออยากจะบอกว่าหลังจากนี้ ที่เที่ยวจะน้อยแล้ว เพราะมันจะไปกระจุกอยู่ตรงที่เราผ่านมาซะเยอะ แต่ตรงโซนนี้ที่เที่ยวจะน้อย แล้วก็ขับนานมากๆ กว่าจะถึงแต่ละที่  กว่าจะถึงที่พักก็ไกลมากจริงๆ ขับอย่างเดียวไม่ไหว พักยืดเส้นยืดสาย หยุดถ่ายรูปกันบ้างเป็นระยะๆ ค่ะ

dscf0457

dscf0473

ครั้งนี้เรามาพักที่พักชื่อว่า  ” Stora sandfell ”  ค่ะ

เป็นอีกหนึ่งที่พักที่เทใจให้เลย เพื่อนๆก็ชอบกันมาก เพราะวิวดีมากค่ะ ห้องพักมีหลายขนาดหลายแบบมากๆ เราสามารถเลือกได้เลยค่ะ

dscf0483

dscf0493

ที่นี่มีห้องหลายแบบมากๆค่ะ ส่วนอันนี้คือที่พักของเรา นอนได้ห้องละ 2-3 คนค่ะ ห้องเล็กมาก เปิดเข้าไปจะเจอเตียง และชุดทำครัวเล็กๆ แค่วางของอย่างเดียวก็เต็มแล้วว 555

dscf0488

dscf0485

dscf0486

dscf0498

มีคอกม้าด้วย ม้าหลายตัวเลยยยย เราเดินไปดู อยู่ๆ ก็มีตัวนึงเดินเข้ามาหา คือเชื่องมาก จับได้ด้วย

dscf0504

dscf0513

อีกความดีงามของที่นี่คือมีเตาบาร์บีคิวให้ ซึ่งเราเห็นจาก booking.com  มาก่อนแล้ว เราก็เลยซื้อของมาทำบาร์บีคิวกินกัน

dscf0490

dscf0492

dscf0494

dscf0496

มื้อนี้ฟินนนนนนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โอยยย ไม่รู้จะบรรยายยังไง อร่อยน้ำตาไหลมากค่ะ อยากจะกินกระดูกเข้าไปด้วยเลย ขอบคุณครัวแทนลิปอีกทีค่ะ

แต่ๆๆๆ ข้อเสียของที่นี่คือ ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว (แต่แยกชายหญิงนะคะ)

นี่ยังไม่ใช่ข้อเสียนะ ข้อเสียคือ ระบบน้ำอุ่นที่นี่จะเป็นเหมือนต้องสตาร์ทหลายๆ ที ให้เครื่องทำความร้อนมันอุ่น น้ำถึงจะอุ่น แล้วคืออากาศมันเย็นไงคะ ไฟมันก็ดับง่าย พอดับที น้ำนี่เย็นเหมือนน้ำแข็ง ลองคิดภาพดูนะคะ อาบน้ำอุ่นๆ อยู่ดีๆ เปลี่ยนเป็นน้ำเย็นแบบบบบ เย็นจัดดดดดดด ขึ้นมากระทันหัน แทบช้อคเลยค่ะ เวลาจะอาบน้ำทีต้องให้เพื่อนคอยดูอีกห้อง (ห้องที่ต้องอุ่นเครื่องนั่นแหละ คนละห้องกะห้องอาบด้วย) ถ้าไฟดับให้รีบตะโกนบอก   แล้วรู้มั้ยคะ ไฟมาดับตอนไหน..

ตอนสบู่เต็มตัวเลยค่ะ เยี่ยมมาก

กว่าจะอุ่นเครื่องให้สตาร์ทติดอีกรอบ แทบตายค่ะ หนาวสุดชีวิต ห่อผ้าเช็ดตัวก็ไม่ได้ ใส่เสื้อผ้าก็ไม่ได้ แงงงงงงงงงงง

มาพูดถึงเรื่องราคากัน ที่นี่ไม่แพงมาก ตกห้องละ 104 Euro ค่ะ

 


22 July

 dscf0004

ตื่นมาทำกับข้าวกินกันค่ะ อาหารวันนี้อร่อยมากเหมือนเดิมค่ะ …..อิ่มท้อง พร้อมเที่ยวค่ะ

 

เราจะไป ” Hengifoss ” กันค่ะ จากที่พักประมาณเกือบๆ ชั่วโมงได้ค่ะ วันนี้ฟ้าสดใส มีแดดด้วย อากาศเลยร้อนค่ะ .. ใช้คำว่าร้อนเลยนะ ร้อนจริงๆ โยนเสื้อหนาวไว้ในรถเลยค่ะ เพรราะจากที่จอดรถบอกเลยว่าเดินไกลลล เดินกันเป็นชั่วโมงเลยค่ะ

dscf0005

dscf0010

dscf0028

dscf3100

dscf0047

จากที่จอดรถ เดินเข้าไปไกลเหมือนกัน เดินๆ หยุดถ่ายรูปบ้างเป็นระยะ

dscf0060

dscf0051

dscf0050

สุดท้ายเราก็เดินไปไม่ถึงเพราะเห็นจากตรงนี้แล้วดูไม่ได้มีอะไรมาก เลยซูมถ่ายจากตรงนี้ไปแทน ซูมมมมให้เหมือนเราเดินเข้าไปถึง… แล้วก็กลับบ แต่เปล่าาาานะ เราไม่ได้ขี้เกียจ แต่เราต้องไปที่อื่นต่อต่างหากกกเล่าาา (ใช่หรออออออ)

 


ที่ต่อไปต้องขับไปไกลมาก เข้าไปลึกมาก และทางเป็น Off-Road อีกแล้วค่ะ

ระหว่างทางไม่มีปั๊มน้ำมันน้าาาา ใครจะเข้ามาแถวนี้ เจอปั๊มให้รีบเติมก่อน เดี๋ยวจะเหมือนพวกเรา ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ขับอ้อมโลกไปเติมน้ำมันเนี่ยยยยย ซึ่งกว่าเราจะวนไปเติมน้ำมัน แล้วขับกลับมา Dettifoss ก็กินเวลาพอสมควร

ที่ Dettifoss ต้องเดินจากที่จอดรถเข้ามา ประมาณซัก 15 นาทีก็ถึงค่ะ

 

  DETTIFOSS

dscf0076

เป็นอีกน้ำตกนึงที่เรารู้สึกว่า เห็นของจริงด้วยตาเปล่ามันยิ่งใหญ่กว่ามากกกกกๆๆ เป็นน้ำตกที่ใหญ่มากๆ แต่เราถ่ายแล้วดูเล็กนิดเดียวเอง ไม่สวยเหมือนที่ตาเห็น หรือเค้าถ่ายกันมุมอื่น ไม่ใช่มุมนี้ รู้สึกว่าเค้าจะเดินไปถ่ายอีกฝั่งนึงนะ แต่ไปยังไงไม่รู้เหมือนกันค่ะ หาทางไปไม่เจอ

ระหว่างจะเดินกลับไปที่จอดรถ เราลองเดินทางที่เป็นหินๆ ดู มันเลยพาเราไปเจอกับอีกน้ำตกนึง ซึ่งสวยมาก เราว่าสวยกว่าน้ำตก Dettifoss อีก

dscf0131

dscf0099

dscf0138

dscf0147

dscf0154

dscf0160

วันนี้ท้องฟ้าสวย เลยอยู่ถ่ายรูปจนเพลินไปหน่อย หันไปอีกทีเพื่อนหลายคนรออยู่ โอเคค่ะ กลับที่พักกัน เราออกจากที่นี่ตอน 4 ทุ่ม ดูท้องฟ้าตอน 4 ทุ่มสิคะ ยังสว่างอยู่เลย

dscf0163

dscf0164

dscf0166

 

ที่พักคืนนี้ เราเข้าไปนอนที่เมือง ” Akureyri ” ค่ะ เป็นเมืองที่ค่อนข้างใหญ่เหมือนกัน มีร้านอาหาร Supermarket ปั๊ม Bank มีห้างด้วย มีให้ shopping ด้วย แต่เรามาถึงที่นี่กันมืดมากแล้ว เกือบๆ ตี1 ตอนนั้นเลยทำได้แค่หา Junkfood กินในปั๊มแล้วรีบกลับที่พัก

ที่พักของเราวันนี้ชื่อ Akureyri Hi Hostel ห้องที่เราจองมี 8 เตียง เราไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะที่พักนี้เฉยๆ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ แถมเราไปตอนดึกมากแล้วเลยรีบนอนกันค่ะ


23 July

วันนี้จริงๆไม่มีที่ให้เที่ยวเลยค่ะ ต้องขับรถยาววววววววๆ 6 ชั่วโมง ซึ่งถ้าไม่แวะเลยมันก็โหดร้ายมากกกกๆ เราเลยพยายามหาที่เที่ยวที่สามารถผ่านได้ จนเจอที่นึงค่ะ ชื่อว่า Hvitserkur ว่ากันว่าเป็นหินรูปไดโนเสา   แต่พอไปถึงสภาพอากาศวันนี้ก็แย่มากกก ฟ้าขาวววววเชียว เลยไม่ค่อยมีรูปให้ลงมากค่ะ คือถ้าวันไหนฟ้าดีๆ หน่อย ก็มาก็ได้นะคะ อาจได้ภาพที่สวยๆกลับไป (ถ้าอยากรู้ว่าฟ้าสวยแล้วจะเป็นไงก็ลองเสิช google ดูน้าาา)

dscf0177

แล้วก็หมดแล้วค่ะที่เที่ยวของเราวันนี้ เรากลับที่พักเลย

 วันนี้พักกันที่เมือง ” Grundarfjörður ” ค่ะ ซึ่งจริงๆเราจองที่พักชื่อ Grund I Grundarfirdiเป็นแบบกึ่งโฮสเทล ในบ้านหลังก็มีกรุ้ปอื่นๆ แต่ตอนเราไปถึง เจ้าของบ้านบอก เดี๋ยวย้ายไปอีกที่ให้ ได้ส่วนตัวกว่า บ้านทั้งหลัง   .. เย้ๆ อยู่ก็โชคดี และนี่คือหน้าตาบ้านของเราวันนี้ค่ะ บ้านหลังใหญ่เลย สะดวกมาก มีอันนี้เป็นห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง และห้องนอนเล็กอีก 2 ทั้งหลังนอนได้ max สุด ก็ 8 คนเลยค่ะ

dscf0227

dscf0226

dscf0225

นอกจากนั้นก็จะมีห้องครัว ห้องน้ำ ซึ่งไม่ได้ถ่ายมา แต่ดูดีมาก มีอุปกรณ์ครบ กว้างขวาง ห้องน้ำก็ดี ใหญ่สะอาด คือที่พักนี่ดีมากกกกๆๆๆ

ราคาน่าจะประมาณ 222 Euro แต่คุ้มมากๆๆ


24 July

วันนี้เราจะไปดูนกพัฟฟฟฟฟฟินนนนนนน !!!!

แต่ไม่ใช่ที่เมืองนี้นะคะ เราต้องนั่งเรือกันไปค่ะ จากที่พักไปท่าเรือ Stykkishólmur นะคะ เรือออก 9 เราต้องไปถึงประมาณ 8:30 อย่าเกินนี้ เพราะเราต้องไปเอาตั๋วก่อน  แต่จะบอกว่าเรือ ต้องจองล่วงหน้านะคะ ไม่งั้นเต็ม

จองผ่านเว็บนี้ค่ะ http://seatours.is/  เลือกจาก Stykkishólmur ไปท่าเรือ Brjanslaekur ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งค่ะ

เรือใหญ่มาก เราเอารถเข้าไปในเรือแล้วจอดไว้ ส่วนคนก็เข้าไปนั่งค่ะ จะมีทั้งโซนข้างในเรือแบบเห็นวิว แต่คนเยอะมากๆ ไม่ก็ลงไปนั่งข้างล่างก็ได้ค่ะ จะมีที่นั่งเยอะอยู่ แต่ไม่เห็นวิวนะคะ

dscf0232

dscf0230

dscf0277

dscf0235

ถ่ายรูปกันที่หัวเรือได้แค่แปบเดียวเท่านั้นค่ะ หนาวเกิน ไม่สู้ กลับเข้าไปอยู่ข้างล่างดีกว่า เราไม่ได้อยู่ชั้นที่เห็นวิวนะคะ คนเยอะ ลงไปล่างสุดเลย ก็หาอะไรทำเอานะคะ เอาเกมไปเล่นเลย ข้างล่างไม่มีสัญญาณมือถือ

อ่ออ แล้วก็เรือจะมีจอดท่าแรกก่อน เรายังไม่ต้องลงนะคะ ของเราเป็นท่าที่สองค่ะ

dscf0282

ถึงแล้ววววววว 11:30 พอดีเลย

จากตรงนี้เราจะขับกลับที่พัก ไปนั่งเล่น นอนเล่นก่อน ค่อยออกไปดูนกกัน ระหว่างทางก็มีหยุดถ่ายรูปกันบ้าง

คือจริงๆแล้ว นักท่องเที่ยวบางคน ก็นั่งเรือมาลง รีบไปถ่าย รีบกลับในวันนั้นเลย แต่มันจะเร่งๆมากๆค่ะ เพราะถ้าจำไม่ผิด เรือจากนี่กลับไป Stykkishólmur รอบสุดท้ายคือทุ่มนึงค่ะ เราเลยเลือกจะนอนที่ฝั่งนี้ไปเลย ก็ค่อยๆไปช้าๆค่ะ ไม่รีบ

dscf0283

ที่พักคืนนี้เราชื่อว่า  ” Guesthouse Breidavik ” แต่ไม่ได้ถ่ายรูปให้ดูเลย เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ คือห้องเล็กมากกกกก แบบเปิดเข้าไป เจอเตียงสองชั้น กับทางเดินที่แค่วางกระเป๋าก็เต็มแล้ว 55555 แถมห้องยังมมีแมลงวันด้วย ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม มีห้องครัวส่วนรวมให้ใช้ บริเวณนั้นไม่ค่อยมีที่พักเลยค่ะ หายากมากจริงๆ ที่นี่คือใกล้ที่ดูนกสุดแล้ว ก็เลยอะอะ ที่นี่ก็ได้ แต่ว่าห้องส่วนกลาง พวกห้องทานอาหารห้องนั่งเล่น โอเคเลยนะคะ

ราคาก็ตกห้องละ 85 Euro (มีแบบให้กางเต็นนอนด้วย ไม่แน่ใจว่าต้องเสียเท่าไหร่ค่ะ)

44713

44711

 หลังจากนั่งเล่น นอนเล่น และทำอาหารกินกันจนอิ่มแล้ว เราออกไปดูนกกันประมาณ 3 ทุ่มกว่า (เนี่ยยย ท้องฟ้าตอน 3ทุ่ม)

dscf0307

และแล้ววววววว เราก็ได้มาเห็นเจ้าพัฟฟินน้อยยยยยยยยยย

 dscf0324

dscf0335

dscf0347

คือเราเข้าไปได้ใกล้เค้ามากกกกกกกๆๆๆ ถ้าไม่ไปยุ่งแบบจะไปจับ เค้าก็ไม่บินหนีเลยยยย แต่ก็ต้องระวังนะคะ เพราะถ้าพลาดตกลงไปเนี่ยก็เจอเหวเลยค่ะ

dscf0352

dscf0416

แต่ตาเค้าดูเศร้าอะะะ 55555 ทั้งๆที่จริงๆเค้าอาจจะกำลังยิ้มอยู่ก็ได้เนอะ โถถถถ เจ้าอ้วนตาตกกกก

dscf0455

dscf0464

dscf3155

dscf3173

นอกจากพัฟฟินแล้วยังมีนกอีกพันธ์ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่เท่ดี หน้าตาเหมือนสายลับอะไรซักอย่าง

dscf0477

dscf0482

dscf0392

dscf0394

dscf0457

dscf0445

dscf0467

dscf0494

พัฟฟินง่วงแล้วค่ะ นี่คือท่าหลับของเค้าหละ เราถ่ายเพลินกันจนลืมเวลา มารู้ตัวอีกทีก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว นกเริ่มหลับ คนเริ่มง่วง …เรากลับที่พักกันค่ะ

โดยรวมแล้วเราชอบที่นี่มากกกก เข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงยอมข้ามน้ำกันหลายชั่วโมงเพื่อที่จะมาดูนกกัน คือเค้าน่ารักมาก นั่งมองไปเพลินๆเลย   แต่ถ้าใครไม่อยากมาไกลขนาดนี้ ที่อื่นก็มีให้ดูค่ะ แต่เหมือนว่าที่นี่จะมีเยอะสุดนะคะ

dscf0404

 


เราถึงที่พักตอนพระอาทิตย์กำลังตกพอดี เราชอบดูพระอาทิตย์ตกมาก ชอบดูสีของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และจากที่พัก เดินไปข้างหลังจะเป็นชายทะเล เราเลยออกมาเดินถ่ายรูปเล่นกัน 3 คน ส่วนที่เหลือรออยู่ที่พักค่ะ

dscf0510

dscf0509

dscf0515

dscf0521

dscf0528

ได้ดูพระอาทิตย์ตกเที่ยงคืนที่ทะเล ฟ้าสวยอย่างกับภาพวาด แบบนี้เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกจังเลย 🙂

dscf0538


25 July

วันนี้เราจะกลับไปทาเรือ Stykkishólmur กันค่ะ เรือออก 12:15 อย่าลืมไปก่อนเวลานะคะ

คืนนี้เราพักที่เมือง Grundarfjörður เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนเป็นนอน Hostel ค่ะ ชื่อที่พักว่า Grundarfjordur Guesthouse and Apartments ซึ่งก็ ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกแล้วค่ะ สงสัยวันหลังๆเริ่มเหนื่อยยยย

ที่พักก็คือ จะเป็นห้องเดียวค่ะ เป็นเตียงสองชั้น 3 เตียง มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำส่วนตัว ไม่ต้องใช้รวมกับห้องอื่นค่ะ ห้องไม่ใหญ่มาก แต่ก็พอได้ค่ะ   Wifi มีแต่ในห้องสัญญาณไม่แรง ถ้าอยากเล่นต้องเดินออกไปหน้าห้องค่ะ ห้องครัวเป็นห้องครัวรวมค่ะ อุปกรณ์ครบดี ทำอาหารได้สบายๆเลย

ราคาคืนละ 210 Euro แต่มันจะมีห้องเล็กกว่านี้ด้วยนะคะ อันนี้ห้องใหญ่หลายเตียง เราแอบเห็นมีห้อง 2 คน หรือ 4 คนก็มีค่ะ

dscf0562

ความดี๊ดีของที่นี่คือ อยู่ใกล้ภูเขาสามเหลี่ยม Kirkjufell ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปเราสามารถดูได้จากห้องนอนเลยว่าวันนี้ฟ้าเปิดมั้ย หรือใครมาตอนหน้าหนาวก็ดูได้เลยค่ะ ว่าจะเห็นแสงเหนือมั้ย ถ้าแสงเหนือมา ขับไปแค่ 5 นาที ก็ถึงแล้วค่ะ

เรากะจะไป Kirkjufell ตอนค่ำๆ พระอาทิตย์ตก งั้นระหว่างนี้เราเดินถ่ายรูปเล่นในเมืองก่อน ข้างๆที่พักมีร้านอาหาร พี่ๆ กับเพื่อนเราบางคนก็ไปนั่งเล่น หาอะไรดื่มกัน เพราะวิวตรงนี้ดีมากเลย อยู่ตรงข้ามกับ Kirkjufell เลยค่ะ

dscf0563

dscf0565

dscf0561

dscf0588

ในเมืองเงี้ยบบบบบบเงียบบบบบ ไม่มีคนเลย แต่คิดไปคิดมา เออนี่มันก็สองสามทุ่มแล้วนี่หน่า อันนี้โบสถ์ในเมืองค่ะ

dscf0596

dscf0600

dscf0605

dscf0603

dscf0606

dscf0610

เดินเล่นมาจนถึงท่าน้ำ แล้วก็กลับที่พักค่ะ เตรียมตัวออกไป ” Kirkjufell ”  กัน

dscf3197

ถึงแล้วววววววว

มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง คือระหว่างเราหามุมถ่ายอยู่ ข้างบนคนเยอะแล้วไง เราเลยปีนลงไปข้างล่าง กะจะตั้งกล้องถ่ายตรงนี้ พอได้มุมปุ้บบบบ อะจะหยิบเลนส์ เปิดกระเป๋า แต่ด้วยความที่ เราเอาเลนส์ไปหลายตัว กระเป๋าเราจุเลนส์ได้แค่ 1-2 ตัว มันเลยใส่แบบยัดๆ เลนส์บางตัวเลยไม่ลงล้อค และด้วยความประมาทของของเองที่รีบเปิดกระเป๋าไปหน่อย ชั่วพริบตาจริงๆ ที่เลนส์เรา หล่นจากกระเป๋า กระแทกหินประมาณ 4-5 ครั้ง แล้ว… จ๋อมมมม …..   ตกลงไปในน้ำตกที่เย็นเฉียบ   ตอนนั้นทุกอย่างมันนิ่งไปหมด ทุกคนมองเราเป็นสายตาเดียว เราก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกันค่ะ แทนที่จะรีบลงไปเก็บ แต่เรายังช้อคอยู่เลยยยย คิดภาพสิ เห็นเลนส์หล่น กระแทกหินไปมา จนลงน้ำอย่างแรง เรานั่งนิ่งอยู่นานมาก ใจนึงก็ไม่กล้าไปเก็บ กลัวแบบ เจอภาพเลนส์แตกยับ แล้วทำใจไม่ได้ นั่งอยู่เป็นนาที จนหายช้อค ถึงค่อยๆ ไต่ลงไปเก็บ ปรากฏว่าเลนส์เรา…………

ไม่แตก ไม่ร้าว เลยยยยยยยค่ะะะ   แต่ๆๆๆๆ ด้วยความที่น้ำเย็นมาก ฝ้าก็ขึ้นจัด ถ่ายไม่ได้

หลังจากนั้นเราเลย…. นอยด์ไปเลยค่ะ   ไม่มีอารมณ์คุยกับใครเท่าไหร่ ยังไม่หายช้อคด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

dscf0664

แต่ภาพที่ได้ก็ประทับใจค่ะ วันนั้นโชคดี (ในความโชคร้าย) ที่พระอาทิตย์ตกสวย ฟ้าสวยมากกก จริงๆ ถ่ายมาเยอะมากเลย มุมก็เดิมๆ แต่แสงสีของท้องฟ้ามันเปลี่ยนทุกรูปเลยอะ เลยถ่ายมารัวๆๆๆ ส่วนรูปนี้ลองหันถ่ายย้อนกลับไปที่เมืองที่เราพักบ้างค่ะ สวยดี มีฉากหลังเป็นภูเขา

dscf0679

วันนั้นกลับที่พักไปก็รีบเอาเลนส์แช่ข้าวสารค่ะ 555555 ใจตอนนั้นนี้อยากกลับไทยเอาเลนส์ไปซ่อมมาก เปิดเว็บหาวิธีแก้อยู่นานเลย แต่สุดท้ายก็ได้แค่แช่ข้าวสารนี่แหละค่าา  แต่ก็ยังมีข้าวเหลือมาทำข้าวผัดกินนะ มีไก่ทอดด้วย อร่อยมากกก

44710


26 July

ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่ทำคือ … ดูว่าเลนส์เป็นยังไงบ้าง ปรากฏว่า………

ฝ้าก็ยังเต็มข้างในเลนส์เหมือนเดิม ไม่ลดลงเลย … ใจเริ่มเสีย แต่ทำอะไรไม่ได้ เรายังต้องเดินทางกันต่อไป ไว้กลับไทยค่อยว่ากัน

ใส่เสื้อคอเต่ามาเตรียมหนาวเต็มที่ แต่กลายเป็นว่าวันนี้แดดร้อนเฉยยยย ไม่เป็นไรค่ะ ข้อดีคือวันนี้ท้องฟ้าสดใสมากเลย

DCIM101GOPROGOPR2070.

dscf0695

วันนี้เราจะไปแวะ  ” londrangar ” กันนะคะ

dscf0816

dscf3235

นี่ที่ก็มีนกให้ถ่าย แต่แอบถ่ายยากมาก ใช้เทเลยังได้แค่นี้ นกพวกนี้จะไม่นิ่งเหมือนพัฟฟินค่ะ

dscf3210

dscf3208

dscf0734

dscf0708


ระหว่างทางเข้าเมืองก็มานึกได้ ว่าเราแทบจะไม่ได้ถ่ายม้าเลยยยยย!!! ด้วยความประมาทว่าม้ามีเยอะแยะเต็มประเทศ ไว้ค่อยถ่ายก็ได้ ไปๆมาๆ อ่าววว จะเข้าเมืองแล้วนี่ ในเมืองไม่มีม้าแล้วนะ พอเจอม้าเราเลยแวะจอดถ่ายรูปกันค่ะ  เสียดายถ่ายไปนิดเดียว ทั้งๆที่มาไอซ์แลนด์น่าจะได้รูปม้ากลับไปเพียบบบ ไม่น่าประมาทเลยยยย

dscf0823

dscf0829

dscf0831

dscf0835


แล้วเราก็เข้าเมืองกันค่ะ ชื่อเมือง ” Reykjavik ” เป็นเมืองหลวงของ Iceland ค่ะ

วันนี้นอน Hostel เหมือนเดิม ชื่อว่า Reykjavik city hostel  เป็น Hostel ที่น่าจะอยู่ใกล้มหาลัย หรือเผลอๆ เป็นหอพักนักศึกษาด้วยรึเปล่า เห็นมีเด็กนักศึกษาเต็มไปหมดเลย รู้สึกเหมือนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง 5555

dscf0008

หลัง Hostel จะมีลาน Camping ด้วยค่ะ คนเอาเต็นท์มานอนกันเพียบเลย

รูปที่พักไม่ได้ถ่ายมาอีกแล้ว คือก็เป็นห้องรวมเหมือนเดิม เป็นเตียงสองชั้น 6 เตียง

ห้องอาบน้ำมีชั้นละห้องค่ะ   บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างคึกคัก อย่างที่บอกว่าเป็นเหมือนเรากลับมาอยู่หอพัก เหมือนหอพักในหนังฝรั่งมากกว่า 555 มีซ้อมเชียร์ลีดเดอร์กันด้วย ถ้าใครอยากได้ที่พักสงบๆ ก็อาจจะรู้สึกวุ่นวาย   ส่วนที่พักนี้ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองขนาดนั้นค่ะ แต่เดินได้นะ ครึ่งชั่วโมงก็ถึงละ อากาศดีเดินเล่นชิลๆ ใครไม่อยากเดินก็นั่งรถ Bus ได้ค่ะ ราคาห้องประมาณ 233 Euro ค่ะ


ออกไปเดินเล่นกันค่ะ จากที่พักถ้าจะเข้าในตัวเมืองที่เป็น walking street สามารถเดินหรือนั่งรถบัสไปได้ ส่วนเราเลือกเดินไปค่ะ ถ้ากลัวหลงก็เดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ได้เลย จะเจอทั้ง SunVoyage และ Harpa Hall ที่คนนิยมมาถ่ายรูปกันค่ะ

dscf0884

dscf0853

dscf0854

dscf0876

dscf0862

dscf0852

dscf0848

dscf0847

dscf0895

พอเจอ Sun Voyage  พอเจอตรงนี้แล้ว ด้านซ้ายมือจะมีซอยให้เข้าไป ก็จะทะลุเข้าไปตรงกลางเมืองค่ะ จะมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านของฝาก เยอะมากๆเลย

dscf0901

dscf0902

 ข้างหน้าเป็น hallgrimskirkja church

dscf0906

dscf0905

เดินกลับมาทางเลียบน้ำอีกรอบ เจอ Harpa Hall เหมือนวันนี้จะมีงานอะไรซักอย่างเกี่ยวกับรถด้วย เห็นรถสวยๆจอดเต็มเลย

dscf0917

DCIM101GOPROGOPR2081.

ส่วนอันนี้เป็น Pocket Wifi ที่ใช้นะคะ ของ Samurai wifi เราจองจากที่ไทย ไปรับเครื่องที่สุวรรณภูมิ ขากลับก็คืนที่สุวรรณภูมิค่ะ

dscf0936

ตอนแรกจะกลับที่พักแล้ว แต่พี่ๆที่แยกไปชวนให้ไปเจอ บอกที่นั่นสวย มีเป็ดด้วย อะก็ไปถ่ายรูปกัน ที่นี่แหละค่ะ แต่ตอนไปถึงเป็ดเหลือน้อยแล้ว สงสัยกลับไปนอนหมดแล้วรึเปล่า เพราะเห็นฟ้าแบบนี้ก็ 3 ทุ่มแล้วค่ะ

dscf0950

dscf0955

dscf0953

ตอนแรกคุยกันว่าจะนั่งรถ Bus กลับ แต่เรากับอีกคนอยากเดินกลับมากกว่า อยากเดินชมบรรยากาศก่อน เพราะใกล้จะต้องกลับแล้วเลยอยากซึมซับบรรยากาศให้มากที่สุด เลยทำให้ได้เห็นทั้ง Harpa Hall และ Sun Voyage ตอนพระอาทิตย์กำลังตก เป็นอีกอารมณ์ที่ต่างจากตอนแรกที่มาเลยค่ะ

dscf0961

dscf0970

จากนั้นก็กลับที่พักก แต่แบตมือถือดันหมด ตอนแรกคิดว่าจะเดินกลับถูก แต่พอฟ้ามืด อะไรๆ รอบข้างก็ไม่เหมือนตอนขาเดินมา 5555555 ก็งมๆ ทาง เดินกันมั่วๆ พยายามช่วยกันจนสุดท้ายก็กลับมาถึงงง เย้ แล้วเรามาถึงก่อนเพื่อนที่ขึ้นรถ Bus ด้วยยยย พอเพื่อนกลับมาเลยถามเพื่อนว่าทำไมกลับมาถึงกันช้าจัง เพื่อนบอก ขึ้นผิดคันบ้าง รถพาอ้อมบ้าง 5555 วันนี้ก็ได้บทเรียนการหลงทางกันไป แต่สนุกดีค่ะ 🙂


27 July

วันนี้เที่ยวในเมืองอีกวันค่ะ   ระหว่างเดินเข้าเมือง เราจะผ่านร้าน Hotdog แสนอร่อย เมื่อวานก็กิน วันนี้ก็กินอีก

44709

วันนี้เราเข้าเมืองกันตั้งแต่บ่ายๆ รู้สึกว่าคนเยอะและคึกคักกว่าเมื่อวาน

dscf0032

dscf0044

dscf0056

dscf0059

dscf0061

dscf0042

dscf0071

dscf0075

ที่นี่มีร้านกาแฟและร้านอาหารเยอะมาก เลือกไม่ถูกเลย ก็เลยลองเดินเข้าไปกินมั่วๆ เห็นร้านไหนน่าเข้าก็เข้าไปลองเลยค่ะ อย่างอันนี้เป็นร้านไอศกรีมชื่อ JOYLATO ร้านน่ารักๆ ไอศกรีมและเครื่องดื่ม บางรส มีความแปลกกก เจ้าของเป็นคนอินเดีย มันเลยจะมีรสที่เป็นพวกแบบ สมุนไพรๆ เครื่องเทศน์ๆ 5555

dscf0035

dscf0036

dscf0041

dscf0037

ไปหาอะไรกินต่อ ร้านชื่อ Gamla vinhusid มีสเต็กหลายอย่างค่ะ ราคาไม่แพง รสชาติดีเลย

dscf0047

dscf0049

dscf0050

dscf0054


dscf0063

อันนี้คือหน้าตาห้องน้ำสาธารณะ แบบหยอดเหรียญ พึ่งเคยเข้าครั้งแรก ตอนแรกคิดว่าอาจจะไม่ได้สะอาดมาก แต่พอได้เข้าถือว่าโอเคนะคะ ก่อนเราเข้า เครื่องเค้าจะทำความสะอาดห้องน้ำใหม่หมด ไม่สกปรก ไม่มีกลิ่นค่ะ

dscf0065

dscf0068

“GROW OLD TOGETHER”

เจอดนตรีเปิดหมวกด้วย เห็นว่ามาจากฝรั่งเศสนะคะ ขอเพลงได้ ร้องดีเลยค่ะ

dscf0093

dscf0094

หมดเวลาเที่ยวในเมืองแล้ว เดินกลับที่พักกันค่ะ จอดรถไว้นั่น เดินเลียบน้ำกลับไปเหมือนเดิม

dscf0177


และก็ถึงเวลาของอีกสถานที่ที่เรารอคอย ตั้งใจเอาที่นี่มาไว้ที่สุดท้ายในวันสุดท้าย หลังจากที่เหนื่อยมากนาน ก็อยากจะแช่น้ำ Relax หน่อย ที่นั่นคือออออ

 

  ” Bluelagoon

dscf0181

ก็ว่าจองเวลาไว้ สองทุ่ม กะว่าแบบ อากาศจะได้เย็นๆ แช่น้ำอุ่นๆ อ๊าาาาา สบายยยย แต่กลายเป็นว่าวันนี้ดันแดดแรงง และ ร้อนนนนนน ลองคิดดูว่า อากาศก็ร้อนแล้วมาแช่น้ำร้อนอีกเนี่ยจะเป็นยังไง ตัวแทบสุกเลยค่ะ เอาจริงๆ จะเป็นลมเหมือนกันนะ

อ่อ มีคำเตือนก็คือ ผู้หญิงควรรวบผมนะคะ เพราะว่าถ้าผมโดนน้ำ ผมจะแข็งและแห้งมากๆ

DCIM101GOPROGOPR2122.

dscf0186

อันนี้จะเป็นที่ที่เรามาเอาที่มาร์กหน้าค่ะ ก็จะมีที่มาร์กหน้าแต่งต่างกันไป ตามประเภทบัตรที่เราซื้อเข้ามา

อย่างเราซื้ออันถูกสุด ก็จะได้มาร์กแบบธรรมดาๆ ส่วนคนที่ซื้อบัตรแพงกว่าจะได้มาร์กที่ดีกว่า ได้ครีม กับผ้าเช็ดตัว (แบบถูกสุดไม่มีผ้าเช็ดตัว อย่าลืมเตรียมมาเองนะคะ) ยังไงลองดูในเว็บนะคะว่าต่างกันยังไง ควรจองก่อนนะคะ เผื่อเต็ม จองจากเว็บถูกกว่าด้วย

http://www.bluelagoon.is/   เว็บนี้ค่ะ ของเราแบบถูกสุด ตอนนั้นก็ประมาณ 2,010 บาทค่ะ

dscf0192

dscf0211

ถ้าถามเรา ก็ค่อนข้างผิดหวังกับที่นี่นิดหน่อย อาจจะเพราะเราคาดหวังเยอะด้วยมั้งคะ อยากให้อากาศเย็นๆ แล้วได้แช่น้ำอุ่นๆ แต่วันนี้คือฟ้าเปิด แดดออก ร้อนมาก คนเยอะมากกก 55555 ถ้าไม่ยึดติดว่าฉันอยากมาบลูลากูน ก็ลองดู Lagoon อื่นๆ ใน Iceland นะคะ มีเยอะมาก แต่ไม่ได้ดังเท่าบลูลากูนค่ะ

 กว่าจะแช่น้ำเสร็จ ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว ก็ 4 ทุ่มกว่าได้ค่ะ อันนี้เป็นโซนด้านนอก ใกล้ๆกับที่จอดรถค่ะ

dscf0220

dscf0240

วันนี้พระอาทิตย์ตกสวยงามค่ะ 🙂

dscf0264

ส่วนที่พักวันนี้ อยู่ใกล้สนามบินมาก ชื่อว่า fit guesthouse ค่ะ ห้องเฉยๆ เลย เล็กมาก เล็กพอๆกับคืนที่ไปดูพัฟฟิน ห้องก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ แต่เรานอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ไปสนามบินแล้ว เลยโอเคค่ะ ไม่เป็นไร ห้องคืนละ 70 Euro ค่ะ มีห้องน้ำ ห้องครัว ชั้นละห้องค่ะ


28 July

 IT’S TIME TO SAY GOODBYE

dscf0252

ขับไปสนามบินกันค่ะ กลับไฟลท์เช้าเลย   ส่วนรถก็ไปคืนได้ที่สนามบินค่ะ เค้าจะมีที่ให้ไปจอดแล้วก็ทิ้งกุญแจรถไว้ แต่ส่วนใหญ่ที่จอดแถวนั้นจะเสียค่าจอด เพราะฉะนั้นเราก็ทิ้งเงินไว้ให้เค้าหน่อยค่ะ


สรุปค่าใช้จ่ายในทริปค่ะ

  • ค่าวีซ่า (แบบให้ส่ง ems มาที่บ้าน)   3,370  บาท/คน

  • ค่าเครื่องบิน (BKK-> CPH -> KEF -> CPH -> BKK)     38,311 บาทคน

  • ค่าน้ำมัน   ประมาณ 21,974 บาททั้งทริป

  • ค่ารถ ตกคนละ 15,163 บาท (แพงมากกก แต่รถใหญ่เพราะไปหลายคนค่ะ)

  • ค่าเรือ   3,661 บาทต่อคน (จริงๆ ถูกกว่านี้ค่ะ แต่เรารวมค่าโหลดรถลงเรือด้วย ค่ารถก็หารๆกัน จนไฟนอลก็ตกคนละประมาณเท่านี้ค่ะ)

  • ค่าบลูลากูน   2,010 บาทต่อคน (แบบถูกสุด)

  • ค่ากิน (รวมทั้งที่ซื้อจากไทยไปก่อน และวัตถุดิบเวลาไปซื้อที่นู่น แค่ของส่วนรวม ไม่รวมกินเล่นที่ซื้อกันเอง)   16,401   บาททั้งทริป

  • ค่าที่พัก   330 Euro ประมาณคนละ   16,177 บาทไทย (ต่อคนค่ะ)

  • ส่วนนอกนั้นจะเป็นค่าของกินเล่นจุกจิกที่เราซื้อกันเองก็แล้วแต่คนนะคะ ของเราน่าจะประมาณ 8,000 บาทค่ะ

ทั้งหมดสำหรับทริปไอซแลนด์ เราใช้ไปประมาณ 93,xxx บาท

ตอนแรกเราตีไว้ประมาณหนึ่งแสน ก็ถือว่า ยังไม่เกินเนอะ แต่ถ้ารวมกับ Copenhagen ด้วยแล้ว ก็จะเป็น 98,xxx บาท ก็ยังไม่เกินหนึ่งแสนที่คิดไว้อยู่ดี ซึ่งเราก็โอเคนะคะ กับเวลา 15 วัน 2 ประเทศ

 แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการอยู่การกินของเราและกลุ่มด้วยนะคะ ส่วนที่เราจะประหยัดได้ก็เป็นพวกค่าที่พัก กับค่ากิน เราจะพยายามเลือกที่พักแค่แบบ กลางๆ พออยู่ได้  ส่วนค่ากิน อยากประหยัดต้องทำกินเองค่ะ (ไว้เดี๋ยวเราจะมาเจาะเรื่องนี้กันอีกทีข้างล่างนะคะ)

 


จบแล้วสำหรับทริปไอซแลนด์ ที่ที่เหมือนหลุดออกจากโลกมนุษย์ 5555…..

สถานที่ที่เคยอยู่ใน Bucket list มานาน เห็นรูปจากกระทู้ต่างๆ มาเยอะ เคยถึงขนาดจินตนาการภาพตัวเองตอนอยู่ในสถานที่นั้น

จนวันนี้ที่เราได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ได้มาอยู่ในสถานที่นี้จริงๆ แบบไม่ใช่แค่ในจินตนาการอีกแล้ว ถึงบางวันจะเหนื่อย จะลำบาก หรือเจออุปสรรคบ้าง แต่เราก็ยังยืนยันว่า นี่คือหนึ่งในโอกาสดีที่สุดในชีวิต

เรารู้สึกขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจมา มันไม่ได้ง่ายเลย แต่เราก็ไม่เคยหยุดพยายาม พยายามเก็บเงิน พยายามหาข้อมูล เจอปัญหาตั้งแต่เริ่มแพลนยันเกือบทุกวันของการเดินทาง เราก็พยายามแก้ไข จนทำให้ “ความฝัน” กลายมาเป็น “ความจริง”   และวันนี้ เราก็ได้มานั่ง และสูดอากาศ ในสถานที่ที่เราเคยเฝ้ามองผ่านจอคอมแล้ว 🙂

dscf0376

เราเชื่อว่าหลายคนอาจมี Iceland เป็นทริปในฝันเช่นกัน แต่อย่าปล่อยให้มันเป็นทริปที่เกินฝันเลยค่ะ อย่าเอาแต่นั่งหน้าจอเพื่อดูรูปคนที่เคยไป อย่าเอาแต่ฟังสิ่งที่เค้าเล่ากันมาว่ามันสวยแค่ไหน เพราะมันไม่ได้ครึ่งของภาพที่เราจะได้เห็นด้วยตาตัวเองเลย….

ไม่มีความฝันไหนที่ไกลเกินไปถ้าเรามีใจและความพยายามค่ะ

dscf0357

“ It’s better to see it once by your eyes than to hear about it a hundred times. ”

เป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่อ่าน ขอให้วันนึงได้มาเห็นทุกสิ่งในรูปนี้ด้วยตาตัวเองนะคะ

dscf0274

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s