All about Iceland

การจะไปไอซ์แลนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะเก็บเงิน ต้องแพลนทริป ต้องขอวีซ่า ต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับไอซ์แลนด์

โอ้ยยย นั่งทำ Research อย่างกับตอนต้องทำเล่มจบ (เผลอๆขยันกว่าตอนทำบุ๊คจบมหาลัยอีกกกก)

เราเข้าใจดีว่ามันยุ่งยากวุ่นวายแค่ไหน เราเลยรวบรวมข้อมูล ทั้งการขอวีซ่า การเตรียมตัว และการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาฝากกัน….

อ่านจบแล้วก็จะรู้ว่า  การเดินทางไปไอซ์แลนด์มันไม่ได้ยากเกินจะไปหรอกนะ 🙂

หลังจากนี้เราจะเจาะกันทีละเรื่อง   เริ่มจาก ….

1.    การแพลนทริป

ก่อนอื่นตัดสินใจก่อนค่ะ ว่าอยากมา Iceland ในฤดูไหน

ฤดูหนาว  จะได้เห็นแสงเหนือ กับวิวขาวๆ เจอหิมะ  ทุกอย่างราคาถูกกว่าหน้าร้อนมาก 2-3 เท่าเลยค่ะ
แต่ข้อเสียคือ ฟ้าจะสว่างไม่นานเท่าไหร่  บางวันมีพายุหิมะ บางวันหิมะปิดทาง รถไปไม่ได้
อากาศหนาววววมากกกกๆๆ  ไปเที่ยวได้ไม่เยอะที่เทาไหร่ค่ะ เพราะถนนบางเส้นปิดหน้าหนาว

ฤดูร้อน   ไม่เห็นแสงเหนือ แต่ได้เห็นวิวทิวทัศน์อื่นๆ แทน จริงๆก็หลากหลายนะ มีทั้งหญ้าเขียวๆ ทุ่งดอกลูปินสีม่วง ทรายดำที่มีก้อนน้ำแข็งสีฟ้า  แถมการเที่ยวหน้าร้อนได้เปรียบตรงที่ฟ้าสว่างแทบจะ 24     ชั่วโมง  เที่ยวได้เรื่อยๆ   ที่เที่ยวบางที เช่น Landmannalaugar หรือไปดูพัฟฟินจะมีแค่หน้าร้อน  แต่ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าหน้าหนาวมาก ทั้งค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน   เล่นเอาจุกอยู่เหมือนกัน

หน้าร้อนจะมีแค่ประมาณ 3 เดือน คือเดือน 6-8   เดือน  9 เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วค่ะ หญ้าเขียวๆ จะเริ่มเหลือง แต่อากาศยังไม่หนาวจัด  ไปหนาวจัดช่วงประมาณเดือน 12 ยาวไปจน เดือน 3-4  ถึงจะเริ่มกลับมาอุ่นขึ้นอีกทีค่ะ

หลังจากเลือกฤดูได้แล้ว  ถ้าจะขับรถรอบเกาะ  ก็ลองเลือกดูค่ะ ว่าอยากจะวนแบบไหน ทวนเข็ม หรือตามเข็ม  ที่เราเลือกแบบทวนเข็ม เพราะว่าที่เที่ยวจะได้อัดๆ ตั้งแต่วันแรก เพราะยังมีแรงอยู่  กลัวว่าถ้ามาอัดๆ วันท้ายๆ จะหมดแรงซะก่อนค่า  อีกอย่างเราจะได้ไปเดิน Trekking ที่ Landmannalaugar ในช่วงวันแรกๆ ด้วย เพราะไม่งั้นกลัวจะเหนื่อยแล้วเดินไม่ไหว และจัด Blue lagoon เอาไว้ที่สุดท้ายของทริป กะว่าเที่ยวมาเหนื่อยๆ จบด้วยการแช่น้ำอุ่นๆ ตอนอากาศหนาวๆ น่าจะฟินน่าดูเลย

หลังจากนั้นก็หารีวิวอ่านๆๆๆๆ อ่านเยอะๆๆ เพื่อที่จะได้ลิสที่ที่อยากไปว่ามีที่ไหนบ้าง
ลองดูว่าที่ไหนใกล้กับที่ไหน  วันนึงจะไปไหนบ้าง   แล้วลอง plot เส้นทางใน google map ดูค่ะ ว่าจากจุดนึงไปอีกจุดนึง ใช้เวลานานแค่ไหน แล้วเราจะอยู่ที่นั่นกันนานแค่ไหน  พยายามจัดไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบค่ะ เราเองก็แแพลนๆ แก้ๆ อยู่หลายเดือน กว่าจะ Final  แต่ต่อให้ Final แล้ว พอไปถึง ก็มีต้องแก้หน้างานเยอะค่ะ (วันนึงพยายามอย่าให้ขับรถเกิน 300km นะคะ ไม่งั้นจะเหนื่อยเกิน)

แพลนเสร็จแล้วขั้นตอนต่อไป…

2.    ขอวีซ่า

เนื่องจาก Iceland ไม่ได้มีสถานทูตของตัวเองนะคะ เราจึงขอผ่านประเทศ Denmark แทนค่ะ ผ่านบริษัท VFS Global ที่เป็นตัวแทนยื่นขอวีซ่านะคะ

เอกสารที่ต้องเตรียม
–    แบบฟอร์ม Visa  จากเว็บนี้ค่ะ http://vfsglobal-denmark.com/thailand/thai/iceland_tourist_visaapplicationform.html

     ปริ้นออกมาแล้วกรอกข้อมูลเลย อันไหนไม่มั่นใจเว้นไว้ได้ค่ะ เข้าไปกรอกในห้องได้ ดีกว่ากรอกผิดแล้วต้องกรอก  ใหม่หมด
–    รูปถ่ายย  35×45 MM
–    Passport ที่ยังไม่ได้หมดอายุภายใน 6 เดือนจากวันเดินทาง
–    สำเนา Passport หน้าแรก และทุกหน้าที่มีตราประทับ
–    สำเนา Passport หน้าแรก (เพิ่มอีกแผ่นอีกแผ่นนึงค่ะ)
–    เอกสารเปลี่ยนชื่อสกุล (ต้องมีทั้งภาษาอังกฤษและไทยนะคะ สำหรับภาษาอังกฤษมีที่รับแปลอยู่หลายที่ค่ะ แต่ค่อนข้างแพงเหมือนกัน เราแปลเอง ดูแบบจากในเว็บเอาเลยค่ะ แล้วลองเขียนเองดู  เสร็จแล้วเอาไปยื่นกงศุลที่แจ้งวัฒนะค่ะ แต่เอาจริงๆ ถ้าแปลไปไม่ถูก เดี๋ยวเค้าก็จะวงๆ แก้ๆ ให้ เราควรเอาทรัมไดรฟ์ที่ใส่ไฟล์นี้ไปด้วย พอเค้าแก้มา เราก็ไปร้านปริ้นฝั่งตรงข้าม ไปแก้ แล้วพิมใหม่ จบค่ะ แต่เสียเวลาไปทั้งวันเหมือนกัน ถ้าจะเอาแบบด่วนนะคะ วันเดียวได้ แต่อยู่ตั้งแต่เช้ามืดยันเย็นเลย แต่แบบไม่ด่วนก็ 4 วันค่ะ)
–    ประกันสุขภาพ  เราซื้อของ AIA ประมาณ 1,237 บาทค่ะ
–    สำเนา จองตั๋วเครื่อง
–    สำเนา ที่พัก
–    แผนเดินทาง ทั้งหมด
–    จดหมายรับรองการทำงาน หรือการเรียน (ทั้งตัวจริงและสำเนา) ถ้ามีกิจการส่วนตัวต้องมีเอกสารรับรองค่ะ
–    เอกสารทางการเงิน
ถ้าเป็นชื่อตัวเอง :  เอา Bookbank และสำเนา หน้าแรก หน้าสุดท้าย(อัพเดทล่าสุดไม่เกิน15วันจากวันที่ขอวีซ่า)
ถ้าเป็นของผู้ปกครองหรือบุคคลอื่น :  ต้องไปขอ statement ค่ะ

–    ค่าธรรมเนียม 3,270 บาท (แบบรับเอง)  หรือ  3,370 บาท แบบให้ส่งมาบ้าน

เตรียมเอกสารเรียบร้อย ไปขอวีซ่าค่ะ สถานที่คือ ตึก Trendy สุขุมวิท 13 ชั้น 8  ถ้ามา BTS ลงอโศก หรือนานา ก็ได้ค่ะ แล้วก็เดินเอา

ใต้ตึกมีร้านรับแปลเอกสาร ร้านสำเนา ขายประกัน รับถ่ายรูป  เผื่อใครขาดอะไร แต่ทางที่ดี เตรียมไปก่อนก็ดีค่ะ เพราะข้างล่างค่อนข้างแพง

เวลาไปขอวีซ่าถ้าไม่อยากรอนาน ก็ไปเร็วหน่อยค่ะ เปิด 8 โมง เราไปถึง 8:30 กว่าจะเสร็จก็ 10 โมงแล้วค่ะ ออกมาเจอคนเยอะเต็มไปหมด

3.    จองที่พัก
อยากจะบอกว่าหน้าร้อนแพงมากกกกกก มากกกกก  แพงกว่าหน้าหนาวเกือบ 3 เท่าเลยค่ะ ถ้าอยากประหยัดงบ ลองดูพวก Hostel นะคะ แต่ไม่ได้มีทุกที่ จะมีแค่ตามเมืองใหญ่ๆค่ะ

เราจะเลือกหาที่ที่มีครัว เพราะเราเน้นทำอาหารเองค่ะ

ส่วนใหญ่เราจองผ่าน Booking.com ค่ะ เพราะบางที่ก็จะไม่ตัดบัตรเลย ทำให้เรายังสามารถเปลี่ยนใจได้  (แต่ต้องอ่านดีๆ บางทีตัดเลย บางที 3 วันตัด เราโดนมาแล้วค่ะ คือเค้าจะมีเงื่อนไขการ cancel booking ควรอ่านให้ดีนะคะ)

4.    จองรถ
หน้าร้อนก็แพงงงงงงง แพงม้าาาาาาาาาาาาก รถมีให้เลือกหลายแบบค่ะ  รถเล็ก รถใหญ่ รถบ้าน มีหมด มีหลายเว็บด้วย ส่วนใหญ่ก็ให้มัดจำก่อน แต่เว็บทีเราจองคือตัดบัตรเต็มจำนวนเลย
ข้อดีคือราคาก็จะถูกกว่าค่ะ เราลองเทียบๆ ดูราคาถูกกว่าที่อื่นเกือบ 20,000 อยู่นะคะ
เว็บนี้ค่ะ  citycarrental.is   แต่ถ้าใครสะดวกเป็นมัดจำ ลองหาเว็บอื่นๆดูน้า

5.    อย่าลืมจองเรือ จองบลูลากูนล่วงหน้านะคะ
http://www.bluelagoon.is/   นี่เว็บจองบลูลากูนค่ะ
http://seatours.is/   เว็บจองเรือค่ะ

6.    ทำใบขับขี่สากล
ทำได้ที่ขนส่งหมอชิตค่ะ วันเดียวได้ ส่วนเอกสารที่ต้องเตรียมก็ไม่ยุ่งยากค่ะ มีแค่
–  สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) พร้อมเล่มจริง
–  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมฉบับจริง
–  สำเนาใบขับขี่ พร้อมฉบับจริง
–  รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 รูป
–  อื่นๆ (ถ้ามี) ได้แก่ สำเนาการแก้ไขชื่อ-สกุล / ทะเบียนสมรส-ใบหย่า

7.    แลกเงิน
ที่ไอซ์แลนด์ใช้ค่าเงิน isk ค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีแลกจากไทยเท่าไหร่ เลยต้องแลกเป็น Euro ไป แล้วค่อยไปแลกเป็น isk ที่สนามบินค่ะ   เราแลกเงินที่ Superrich ที่เขียวค่ะ มีหลายสาขามาก ตอนนั้นไปสาขาพารากอน คนน้อยดีค่ะ ได้เรทดีสุดด้วย จากหลายๆที่ที่ลองเทียบมา

8.    Internet

เราเช่า Pocket wifi ของ Samurai WIFI ไปจากไทยค่ะ เพราะรู้สึกว่าสะดวกดี เราไปสองประเทศ ก็บอกเค้าได้เลยว่าไปประเทศอะไรวันที่เท่าไหร่บ้าง แค่นั้นเลย ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนซิม สัญญาณดีพอๆ กับเพื่อนที่ซื้อซิมเลยค่ะ

หรือถ้าจะซื้อซิม ก็สามารถซื้อจากบนเครื่องก็ได้ หรือว่าซื้อในปั๊มก็ได้ค่ะ มีขายอยู่ ที่เพื่อนเราใช้กันก็ของ Simin  ประมาณ 500-600 บาท เล่นได้ 1 GB ค่ะ ถ้าหมดเราก็ไปปั๊มนั่นแหละ แล้วก็เติมเงินเข้าไป ก็กลับมาเล่นได้ใหม่

9.    วิธีเติมน้ำมัน
ที่นี่จะมีปั๊มที่เห็นบ่อยๆ คือ N1 ค่ะ
เวลาจะเติมก็เข้าไปซื้อบัตรเติมน้ำมัน มีทั้งแบบ 5,000 isk และ 10,000 isk  พอได้เป็นการ์ดมา ก็มาเสียบที่เครื่อง แล้วเครื่องก็จะคืนบัตรเรามาก่อน เสร็จแล้วก็เติมได้เลย ใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าเงินในบัตรจะหมด

นอกจาก N1 ก็ยังมีปั๊มอื่นๆ ด้วย แต่เราไม่ได้เข้าเลย เพราะซื้อบัตร N1 ไว้หลายใบค่ะ

10. เรื่องการขับรถ….
ที่นี่ขับรถพวงมาลัยซ้ายนะคะ และที่เน้นนนนนนนนนนสุดดดดดดดๆ คืออออออ ห้ามขับเกิน 90 นะคะ เพราะมีทั้งตำรวจทั้งกล้อง มีน้องที่รู้จักเคยโดนค่าปรับ 2 ใบ (คือเค้าส่งในอีเมลตามมาทีหลังตอนกลับมาถึงเป็นเดือนแล้วอะ)  ปาเข้าไป  20,000 บาทททท!!  คุณพระ จุกกกกกมากกก  แล้วก็จะมีตำรวจคอยดักอยู่ตามทางด้วยนะคะ โหดด ถ้าโดนคือต้องรูดบัตรหรือจ่ายตรงนั้นเลย

11.    ทำอาหาร
อยากประหยัด ต้องทำอาหารกินเองค่ะ  เราซื้อของตุนจากไทยไป คือข้าวสาร (ที่นู่นก็มีขาย แต่ไทยถูกกว่า) มาม่าด้วยค่ะ บางมื้อข้าวบางมื้อมาม่า สลับกันไป
พวกเครื่องปรุงก็ซื้อจากไทยค่ะ พริกไทย แม้กกี้ ซอสต่างๆ  แล้วก็ซื้อพวกน้ำพริก หอยกระป๋อง ไปคลุกกับข้าวด้วย
เครื่องดื่มก็ซื้อเนสวีต้า โอวันติน ไว้ชงกินด้วยค่ะ
อย่าลืมซื้อเตาแก๊สแบบปิคนิคไป สิ่งนี้ช่วยชีวิตมาก แก๊สกระป๋องไปซื่อนู่นได้ค่ะ ขนจากไทยไปไม่ได้นะ 5555
พกหม้อเล็กๆ ไว้ด้วย รวมถึงหม้อหุงข้าวเล็กๆด้วยค่ะ
ของกินเล็กๆติดกระเป๋า พวกโปรตีนบาร์ต่างๆ เผื่อหิวค่ะ
ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ไปซื้อที่นู่นก็ได้ค่ะ  ที่ที่มี Supermarket แน่ๆ จะเป็นตามเมืองใหญ่ๆ  ก็จะมี

Keflavik
Reykyavik
Vik
Hofn
Akureyri
Grundafjordur

ตามเมืองเหล่านี้ จะมีปั๊มน้ำมัน, Supermarket,  bank และที่พัก  ลองวางแผนดีๆ นะคะ เพราะเวลาออกนอกเมืองค่อนข้างเวิ้งว้างมากกกกกกก แทบไม่เจออะไรเลยค่ะข้างทาง

12.    สภาพอากาศ
สำหรับหน้าร้อน…. อย่าประมาทว่าจะร้อนค่ะ เราเจอทุกสภาพอากาศเลย หนาวว ฝน และ ร้อนนนน ขอให้อย่าประมาทนะคะ เตรียมไปให้ครบเลยค่ะทั้งเสื้อกันหนาว กันฝน และเสื้อธรรมดาในวันที่อากาศร้อนด้วย ขอบอกว่าเวลาร้อนนี่ร้อนพอๆกับไทยเลยนะคะ

ส่วนหน้าหนาวก็ยิ่งหนาววววมากกกกก เตรียมตัวไปให้ดีๆๆๆๆที่สุดเลยค่ะ  รวมถึงรองเท้าด้วยนะคะ สำหรับใครที่อยากจะเดินถ้ำน้ำแข็ง

12.    อีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากแพลนทริปหรือจัดการอะไรเอง ตอนนี้มีทัวร์ไปไอซ์แลนด์หลายเจ้ามากกกก  มีทั้งทัวร์พาเที่ยว และทัวร์พาถ่ายรูป แน่นอนว่าราคาจะแพงกว่าจัดการเอง แต่ก็จะไม่ต้องเหนื่อยและวุ่นวาย ที่อยู่ที่กินก็จะดีกว่า ตามราคาเลยค่ะ  เรารู้จักอยู่แค่ทัวร์เดียวคือ
9th Photography Workshop นี่ค่ะ ( search ใน facebook ดูนะคะ)  พี่นายเป็นเจ้าของและคนพาไปเอง กล้าการันตีเพราะพี่นายคือเจ้าของกระทู้ http://pantip.com/topic/32479185 ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรา และเป็นที่ปรึกษาตลอด ตั้งแต่เริ่มแพลนทริป ยันแทบทุกวันตลอดการอยู่ไอซ์แลนด์  ของพี่นายจะเป็นทัวร์เน้นไปในทางถ่ายรูปนะคะ ส่วนรายละเอียดต้องลองดูในเพจค่า

นี่คือสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับไอซ์แลนด์ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงระหว่างเดินทางเลย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ ^^  สำหรับใครที่อยากเห็นภาพไอซ์แลนด์ให้ชัดขึ้น สามารถดูทริปไอซ์แลนด์ของเราจากลิ้ง

https://bivoyages.com/2016/11/22/iceland-summer/

กระทู้นี้เราเขียนไว้ค่อนข้างละเอียด เรียงตามวันและสถานที่ตอนเดินทางจริง สามารถลอกแพลนได้เลยค่ะ

หากใครมีอะไรสงสัยสามารถถามไว้ได้นะคะ จะพยายามหาข้อมูลมาตอบให้ค่ะ

🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s