Nice to meet you ‘ Kolkata’

 ถ้าพูดถึงอินเดีย คนส่วนใหญ่คงนึกถึงเมือง ‘อักรา’ ซึ่งเป็นที่ตั้งของทัชมาฮาล

‘เลห์-ลาดักฮ์’ เมืองในหุบเขา ฉายาทิเบตน้อย หรือตามรอยพระพุทธเจ้าไปเส้นทางแสวงบุญที่เมือง ‘พุทธคยา และ พาราณสี’

แต่จะมีกี่คนที่รู้จัก ‘Kolkata’ เมืองหลวงเก่าของอินเดีย เป็นอีกเมืองที่ถูกยกย่องให้เป็นเมืองสำคัญทางศาสนา

มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามแบบอังกฤษ และเป็นเมืองที่หลายๆคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คนที่นี่ใจดีที่สุด”

จริงๆก่อนหน้านี้เราเองก็ไม่รู้จักหรอก แต่พอได้รู้จักเท่านั้นแหละ… รักเลย

และเราก็อยากแนะนำ ‘โกลกาตาที่เรารู้จัก’ ให้ทุกคนได้รู้จักด้วย

ไปทำความรู้จักกับโกลกาตาด้วยกันนะ 🙂


บันทึกเดินทางวันที่1….

เราออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง วันที่ 18 ธันวาคม เวลา 00:15 นาที โดยสายการบินแอร์เอชียร์   …… อย่าลืมนะว่าต้องไปถึงสนามบินวันที่ 17 เตือนไว้ก่อนเผื่อมีคนสับสนนนนนน

dscf0002

บินแค่ 2:30 ชั่วโมงก็ถึงแล้วววว เร็วมากกกกกก ไม่ต้องต่อเครื่อง บินตรงแล้วถึงเลยยยย (อันนี้เป็นรูทเปิดใหม่ของแอร์แอเชียร์นะคะ) และราคาถูกมากกก ราคาไปกลับแล้วประมาณสามพันปลายๆ ถึงสี่พันต้นๆเท่านั้นนนน ถูกเหมือนบินในประเทศศศ

เราถึงที่โกลกาตาเวลาประมาณตี 1:10 หลายๆคนอาจเลือกนอนที่สนามบิน เพราะดึกแล้วจองที่พักคงไม่คุ้ม ซึ่งก็ทำได้นะคะ สนามบินที่นี่ปลอดภัยมาก คนไม่มีตั๋วบินไม่สามารถเข้าได้เลยค่ะ ต้องรอนอกอาคารเท่านั้น แถมยังมีพี่ทหารเค้าคอยเฝ้าอยู่ทุกประตู ฉะนั้นวางใจหายห่วง

แต่พวกเราขอเลือกกลับไปนอนที่พักกันคืนนี้ค่ะ อยากจะนอนเหยียดขากลิ้งไปกลิ้งมา ซึ่งจากสนามบินเข้าในเมืองก็สามารถไปโดย Taxi ได้ ดึกแค่ไหนก็มีแทกซี่ค่ะ

 

เดินออกจากที่รับกระเป๋าจะเจอ Prepaid Taxi เป็นเคาท์เตอร์ตั้งอยู่ค่ะ อันนี้เค้าจะมีเรทราคามาตรฐานของเค้าเลยว่ากี่กิโลจะเป็นกี่บาท ส่วนพวกเราคุยกับที่พักไว้ว่าให้ส่งคนมารับ พอเราออกมาก็เจอเค้าถือป้ายชื่อยืนรอเลยค่ะ

dscf0005

ระหว่างทางพี่แทกซี่ก็พยายามจะชวนเราคุยนู่นนี่ แต่เชื่อมั้ยคือแบบบบ เฮ้ยยยย ฟังไม่ออกกเลยเว้ยยยยยย นี่ว่าตัวเองก็ไม่ได้ง่อยภาษาอังกฤษนะ แต่ทำไมฟังอะไรไม่ออกเล้ยยยย 55555 โชคดีน้องที่ไปด้วยกันเคยเจอสำเนียงอินเดียอยู่บ้าง น้องบอกเดี๋ยวซักวันสองวันเจ้ก็ชิน แล้วเจ้ก็จะฟังออกเอง…. นั่งเม้ามอยกะพี่คนขับมาประมาณ 35 นาทีก็ถึงที่พักของเราคืนนี้แล้วค่าาา ~

เราจองที่พักผ่าน Airbnb เพราะมากัน 4 คน อยากได้ห้องกว้างหน่อย มีมุมส่วนตัวของแต่ละคน แล้วก็อยากได้ครัวเผื่อทำอาหารกินกันเองด้วย…  เลยได้ที่พักนี้มาในราคา 4วัน 3คืน 9,xxx บาทท  (รูปนี้ถ่ายวันอื่นนะ อย่าเข้าใจผิดว่านั่งมา 45 นาทีเอ้าาาฟ้าสว่างซะละ ม่ายช่ายยยยยย)

dscf0004

dscf0002

dscf0010

dscf0011

dscf0001

dscf0019

dscf0014

dscf0029

อาจจะดูเหมือนแพง แต่อยู่กันตั้ง 4 คน หารแล้วตกคนละแค่ประมาณ 2,xxx บาทเท่านั้นเอง ได้ตั้ง 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องนั่งเล่น ห้องเขียนหนังสือ เราว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ส่วน Location ที่นี่ดีมาก อยู่ใกล้ห้าง เดินออกมาหน้าซอยก็มีรถให้เรียกได้เลย Host ก็ใจดีมาก คอยช่วยเหลือตลอด เค้าให้ยืมมือถือพร้อมซิมด้วย เราไปเติมเงินเอง เอาไว้โทรตดิต่อยามฉุกเฉิน แล้วเค้าก็มีไข่ ขนมปัง ชา อะไรเตรียมไว้ต้อนรับเราวันที่เราเข้าพักด้วยยยย เราสามารถกินของในตู้เย็นได้เลยค่ะ  ส่วนข้อเสียข้อเดียวที่นึกออกก็คือ… เราอยู่ชั้นบนสุด ไม่มีลิฟต์  วันปกติก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ เดินได้ แต่วันแรกกับวันสุดท้ายที่ต้องแบกกระเป๋านี่สิ หนักสุดดๆ แบกทีกล้ามขึ้น ออกกำลังกายหน้าแขนกันไป

นี่คือวิวจากที่พักเรา บริเวณที่พักโอเคเลยค่ะ ปลอดภัย ไม่วุ่นวาย ไม่จอแจ

dscf0017

dscf0028

dscf0026 dscf0013

dscf0004

วันนี้นัดกับรุ่นน้องที่เรียนอยู่ที่นี่ไว้ว่าให้พาเดินเล่นในเมืองหน่อย อยากให้พาไปลองนั่งขนส่งสาธารณะหลายๆแบบด้วย เพราะความตั้งใจเดิมของเราก่อนมาที่นี่คือ เราอยากเห็นอะไรมากกว่าการแค่โบกรถแทกซี่จากจุดนึง ไปอีกจุดนึง ถ่ายรูป เสร็จก็โบกแทกซี่ไปต่อ คือเราอยากมีเรื่องราวระหว่างทางที่ให้จดจำ อยากเจอ อยากคุยกับคน Local ที่นี่

ส่วนตอนนี้เราเริ่มด้วยการเดินเล่นจากที่พัก ไปจนถึง South city mall เป็นห้างที่ใกล้ที่พักมากแบบเดินไปได้

dscf0041

dscf0049

dscf0051

dscf0053

dscf0055

dscf0056

dscf0062

dscf0065

dscf0075

dscf0079

หน้าห้างจะมีรถโดยสารให้เลือกหลากหลายมากกก ทั้งแทกซี่ รถเมล์ และ Auto ที่เป็นรถสีเหมือนแทกซี่ แต่รูปร่างเหมือนตุ้กตุ้ก เราเลือกไปออโต้เพราะราคาแสนประหยัด นั่งไป 2 กิโล แค่คนละ 10 รูปี (หรือแค่5บาท) ไปลง Metro ก็คือรถไฟใต้ดินนั่นแหละค่ะ … จริงๆ อยากให้เห็นกันมากกกก ว่ารถไฟใต้ดินเค้ามันโอเคเลย ไม่น่ากลัว ไม่ได้เหม็นหรือสกปรกอะไร และทุกตู้แรกของขบวน จะเป็น ladies zone คือผู้หญิงเท่านั้นถึงจะอยู่ตู้นี้ได้ อยากบอกว่าปลอดภัยมากกกก และ Ladies zone คนจะน้อย ไม่แออัด เราขึ้น ladies zone ทุกครั้งเลยค่ะ ค่าใต้ดินก็ถูกมาก นั่งไปตั้งไกล คนละแค่ 10 รูปี

 

dscf0088

ที่แรกที่ไปคือ “New market ค่ะ นั่ง Metro ไปลงที่ Esplanade ได้ แต่ยังไม่ถึงนะคะ ต้องเดินต่อไปอีกหน่อย ระหว่างเดินเจอร้านขาย ‘จาย’ ซึ่งก็คือ ชา นั่นเองค่ะ ที่นี่เค้าชอบกินจายกันมากกกกก เดินไม่กี่ก้าวก็จะเจอร้านขายจาย เยอะมากกกก เยอะกว่าเฟรนไชส์เซเว่นบ้านเราอีกกกกก ด้วยความอยากรู้ว่ามันจะอร่อยขนาดไหนก็เลยลองดู พอลองแล้วเข้าใจเลยยยยยยยยย โอยยยยยยยย อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก และแทบทุกครั้งที่เดินผ่านร้านจาย ก็อดกินไม่ได้เลยจริงๆ วันนึงกินไปเกิน 6 แก้วตลอด 55555  แต่พอตอนกลางคืนก็หลับสนิทดี ตาไม่ค้าง คาเฟอีนไม่ได้แรงค่ะ

dscf0120

เรามาในช่วงเทศกาลคริสต์มาสพอดี ตามถนนและซอยเค้าเลยประดับธงกันสวยงาม มีขายหมวกซานต้าครอสด้วย พอเห็นคนอินเดียใส่ก็น่ารักดี 5555555

dscf0155

dscf0212

dscf0238

และแล้วเราก็มาถึง New Market  ที่นี่ของขายเยอะมากกกกๆ ส่วนใหญ่คนจะชอบมาซื้อของฝากที่นี่กัน จะมีพวกผ้าพันคอ ผ้าแคชเมียร์ กระเป๋า เสื้อผ้า เยอะแยะไปหมด ร้านอาหาร ขนม ก็มีตามสองข้างทางให้เลือก  ราคาส่วนใหญ่เราถือว่าถูกนะคะ และส่วนใหญ่ก็สามารถต่อราคาลงได้อีกกก ถ้าไม่ยอมลดก็ทำเป็นเดินหนีไป เดี๋ยวเค้าก็เรียก และเสนอราคาที่ถูกลงให้ ก็ลองต่อดูจนพอใจแล้วก็ซื้อค่ะ

dscf0177

dscf0162

dscf0184

dscf0173

dscf0160

ตรงหัวมุมจะมีร้านขาย Lassi ซึ่งคือโยเกิร์ตปั่นค่ะ มีหลายแบบ มีแบบ Lassi ปกติก็จะออกเปรี้ยวๆ หน่อย หรือจะปั่นกับผลไม้ก็ได้ ถ้าอยากได้หอมๆหวานๆ แนะนำให้ลอง Rose Lassi ค่ะ แก้วละ 25 รูปี (ประมาณ 13 บาท)

dscf0178

dscf0187

dscf0192

ถ้าใครกังวลว่ามาอินเดียแล้วกินอาหารอินเดียไม่ได้ เราแนะนำสิ่งนี้… เรียกว่า Momo จะเหมือนเกี๊ยวซ่า ข้างในจะเป็นไส้เน้นๆ แล้วแต่เราสั่งเลย มีปลา กุ้ง ไก่ แต่ที่เราชอบมาาาาาาาากกกก คือไก่ชีสค่ะ อร่อยยยยยยยยยย ส่วนตัวแล้วชอบกินแบบทอดมากกว่าแบบนึ่งนะคะ หรือจะเป็นแบบของหวานก็มีค่ะ ข้างในจะเป็นไส้ช้อคโกแลต เหมือน melt brownie เลย คือดีมากกกกกกกกก จริงๆโมโม่นี่หากินได้ทั่วไปนะ  ส่วนร้านที่เรากินอยู่ที่ New market เลยค่ะ ตรง KFC ชื่อร้านว่า Wow momo ร้านสีเหลืองๆ

dscf0163

dscf0164

dscf0166

dscf0169

 

หลังจากกินอิ่ม น้องสาวเลยพาลองนั่ง Rick shaw ค่ะ ที่ไทยมีมอไซรับจ้าง ที่นี่ก็มี แต่ไม่ใช่เครื่องยนต์เลย ใช้ฝีเท้านี่แหละค่ะพาไป

ถ้าจะนั่ง Rick shaw ต้องตกลงราคากันให้ได้ก่อนขึ้นนะ ครั้งแรกนี่โชคดีมากที่ไปกับน้องที่เรียนอยู่โกลกาตา เลยทำให้ได้เรทที่โอเค ไม่แพงแบบราคานักท่องเที่ยวจนเกินไป คืออยู่ที่คนละ 20 รูปี (หรือคนละ10บาท) เอาจริงราคานี้ก็ไม่ใช่ได้มาง่ายๆนะ 55555 ถ้าเราถามเค้า เค้าจะบอกราคาที่โคตรแพงมาก่อน ให้เราปฏิเสธไปเลย   โดยการพูดว่า neh neh (เน เน) หรือก็คือ No! นั่นแหละค่ะ เดี๋ยวเค้าจะมาง้อเราด้วยราคาใหม่เองง ให้ต่อรองไปเรื่อยๆ ใจแข็งเข้าไว้ จนได้คนละ 20 รูปีนี่แหละ กำลังดีเลย (เอาจริงๆคนอินเดียเค้านั่งกันคันละ 25 รูปีด้วยซ้ำ ก็คือตกคนละตกคนละ 10 กว่ารูปี ถูกมาก! แต่เรานักท่องเที่ยวยากที่จะได้เรทนั้นค่ะ)

dscf0218

dscf0244

dscf0281

dscf0289

ที่ต่อมาที่แวะไป เรียกว่า Fairy road น้องบอกว่าเส้นนี้ตึกสวยๆเยอะ จะมีความเป็นยุโรปๆ มีพวกสถานที่ราชการและไปรษณีย์ใหญ่ๆ  พอมาถึงก็เออออสวยจริงๆ ด้วย ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าอยู่อินเดีย นึกว่าอยู่ยุโรป เก๋มากก เสียดายที่มากันช้าไปหน่อยฟ้าเลยมืดแล้ว แต่ที่นี่น่าเดินถ่ายรูปเล่นมากๆ

dscf0371

dscf0375

dscf0344

dscf0381

dscf0385

dscf0387

dscf0393

และที่สุดท้ายของวันนี้คือ  ‘ Park street ‘  จาก Fairy road เราจะนั่งรถเมล์กันไปค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าสายไหนผ่าน ให้ถามเค้าก่อนขึ้น หรืออีกวิธีคือถามคนแถวนั้น ให้เลือกคนที่แต่งตัวดูดีหน่อย ส่วนใหญ่เค้าจะตอบเราได้ค่ะ

นั่งรถเมล์ในโกลกาตาครั้งแรกกกกก!!! เราว่ารถเมล์ที่นี่ไม่แย่เลย ไม่ได้ขับน่ากลัวด้วย ส่วนเรื่องคนเยอะไม่เยอะ ก็แล้วแต่คัน บางคันคนน้อย บางคันคนแน่น อย่างคันที่เรานั่งนี่คนน้อย ก็นั่งได้สบายๆ

dscf0402

และเราก็มาถึงงง Park street อารมณ์คล้ายๆ สุขุมวิทบ้านเรา มีความเป็นเมืองๆ ดูเจริญมาก  มีร้านอาหารที่ดูดีอยู่หลายร้าน รวมถึงร้านหนังสือเก่าแก่ชื่อดัง Oxford Bookstore ที่มีหนังสือให้เลือกเยอะแยะมากกก ใครกำลังหาหนังสือพวกที่หายากๆ ลองมาดูร้านนี้ได้ค่ะ

dscf0302

dscf0311

dscf0313

dscf0314

dscf0001

dscf0004

มื้อเย็นวันนี้เราเลือกร้าน Peter Cat เป็นร้านอาหารอินเดียค่ะ ร้านนี้น้องบอกว่าเป็นร้านดังมาก นักการเมือง คนดัง และแขกจากต่างประเทศก็จะชอบมากินร้านนี้กัน ส่วนราคา ถ้าเทียบกับค่าครองชีพอินเดีย ร้านนี้ถือว่าราคาสูง แต่ถ้าเทียบกับค่าครองชีพของประเทศไทย ราคาถือว่าอยู่ในระดับกลางค่ะ

dscf0009

dscf0013

ส่วนเมนูที่เราสั่งจะมี Butter nan กับ Chicken butter masala เป็นแป้งนาน กินกับแกงไก่ อร่อยยยยยม๊ากกกกกกก  อันนี้สำหรับเราเราคิดว่า กลิ่นเครื่องเทศน์ไม่แรงนะ แต่เพื่อนเราบางคนก็ไม่ชอบ ไม่รู้สิ ของแบบนี้ต้องลองเอง

dscf0021   dscf0024

Prawn cocktail อันนี้เป็นจานทานเล่น คล้ายๆซุป แต่จะเย็นๆ เปรี้ยวนิดๆค่ะ

dscf0022

Chelo Kabab อันนี้เป็นอาหารแนะนำของเค้าค่ะ มาเป็นเซ็ตเลย จานใหญ่มาก ข้าวเค้าจะมีเนยโป๊ะอยู่ด้วย เข้ากันได้แบบแปลกๆดีค่ะ

dscf0023

มากินกัน 5 คน สั่งแค่ 3 อย่าง แต่อิ่มมาก แถมยังกินกันไม่หมดอีก อาหารอินเดียให้เยอะมากกกๆๆๆค่ะ จะสั่งอะไรอย่าลืมดูขนาดจานนะคะ 55555

และร้านหรูขนาดนี้ ตอนแรกนึกว่าต้องแพงแน่ๆ แต่พอเช็คบิลไป หมดไปแค่ 1200 รูปี หรือประมาณ 600 บาทเท่านั้นนนนน ถูกมากกกกกก มากกกก!!!! ใครผ่านมาแถวนี้ไปลองกินได้เลยค่ะ แนะนำๆ


บันทึกเดินทางวันที่ 2…..

วันแรกของเราผ่านไปได้อย่างราบรื่นเพราะมีน้องแอนที่เรียนอยู่โกลกาตา คอยช่วยพาไปนู่นไปนี่ แต่วันนี้….. พวกเราจะต้องลุยกันเอง และเป็นวันที่ต้องออกนอกเมืองด้วยยยยย ตอนแรกก็คิดว่าจะไหวมั้ยนะะะ….  แต่มันก็ต้องไหวววววสิ๊ !!!!!!!! คือเราจะไป Botanic garden กันค่ะ ที่นั่นเป็นสวนใหญ่ๆ คล้ายสวนพฤกษศาสตร์ มี Banyan tree เป็นต้นไม้ใหญ่ที่รากเค้าจะขึ้นมาอยู่บนดิน สวยงามมาก พวกเราตั้งใจจะไปดูต้นนี้กันเป็นพิเศษ

จากความตั้งใจเดิมที่ว่าจะพยายามพึ่งแทกซี่ให้น้อยที่สุด เพราะอยากลองนั่งขนส่งสาธารณะอื่นๆมากกว่า แต่เช้านี้คงต้องยอมพึ่งพี่แท้กเค้าหน่อย เพราะยังตั้งตัวไม่ถูก เพราะมันก็แอบไกล ออกนอกเมืองแถมยังข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งเลย  และดูท่าว่าการออกจากที่พัก 10 โมงจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดไปหน่อย เพราะ Rush hour ของที่นี่จะเป็นช่วง 9-11 โมง (น้องบอกว่าที่นี่เค้าจะเริ่มต้นชีวิตกันค่อนข้างช้าหน่อย ข้าวเช้า พวกอาหารเช้าต่างๆจะเริ่มเปิดกันตอน 10 โมง ส่วนข้าวเที่ยงเค้าจะกินกันประมาณบ่าย2)  ช่วง 10 โมงนี่รถโคตรติด เรียกรถโคตรยาก ไม่รับบ้าง ไม่ยอมกดมิเตอร์บ้าง จนตอนแรกเกือบถอดใจแล้วววว จะเหมารถเป็นวันเลยดีมั้ยน้าาา แต่ราคามันโหดไปอะ เกือบ 2000 รูปี เราเลยอดทนพยายามโบกแทกซี่กันต่อไป จนสุดท้ายยยยย ก็มีแทกซี่รับพวกเรา และยอมกดมิเตอร์จนได้ เย้!!!

เกร็ดเล็กน้อย…. จะถามแทกซี่ว่ามิเตอร์มั้ย ถ้าอยากถามเป็นภาษาฮินดีให้ถามว่า มิเตอร์ จาลาโด?

dscf0042

dscf0035

dscf0037

ถึงที่หมายแล้ว เสียไปแค่ 170 รูปี คิดถูกมากเด้อออที่อดทนโบกเอง ไม่เหมารถถถถถ…  หลังจากลงรถมา เราเจอพี่ๆ อินเดียที่อยู่หน้าทางเข้า พอเค้าเห็นเราถือกล้อง เค้าเลยบอกว่าให้ถ่ายเค้าหน่อยย ตอนแรกคือเรางงมาก อะไรกัน อยู่ๆขอให้ถ่ายรูปให้ เลยนึกถึงสิ่งที่คนเคยเตือนมาว่าระวังนะบางทีเราถ่ายรูปเค้า แล้วเค้าจะมาคิดเงินเรา เราเลยปฏิเสธไป แต่เค้าก็พยายามตื๊อๆๆ สุดท้ายก็ใจอ่อน อะๆ ถ่ายก็ได้ พอเราถ่ายเค้าก็ดูดีใจ ยิ้มกว๊างงงกว้าง และพอถ่ายให้คนนึง อีกหลายคนก็วิ่งมาหาพูดประโยคเดียวกันว่าให้ถ่ายเค้าให้หน่อย เราเลยได้รูปเหล่านี้มา

dscf0049

dscf0051

dscf0053

dscf0054

dscf0068

dscf0080

จากถ่ายให้คนอื่น ไปๆมาๆ ก็มาชวนเราว่าให้ไปถ่ายรูปคู่กับพวกเค้า เลยได้รูปนี้มา 555555

dscf0058

และเราว่าตั้งแต่ตรงนี้แหละ ที่ทำให้เรามีภาพจำกับคนอินเดียที่เปลี่ยนไป ตอนแรกเรายอมรับว่าแอบกังวลเหมือนกัน… ก็มันแปลกนี่ อยู่ๆ ก็ขอให้ถ่ายเค้า เอ้า แล้วยังไงต่อ ไม่ได้ขอเมลให้ส่งรูปให้ด้วย แค่ถ่ายให้เฉยๆ เค้าก็พอใจแล้วว แบบนี้ก็ได้หรออออ เออออ แต่มันก็แค่นั้นจริงๆ แค่เราถ่ายรูปให้ แล้วยื่นให้เค้าดูซักหน่อย แค่นี้เอง เค้าก็มีความสุขแล้ว…. ความสุขของพวกเค้าเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แบบนี้ และเราก็สามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ง่ายๆแบบนี้ ดีจัง 🙂

และจากตรงนี้เลยทำให้เรากล้าที่จะเข้าหาพวกเค้ามากขึ้น เพราะพวกเค้าก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่หน่าาาาาาาา  หลายๆครั้งที่เราเห็นเค้ายิ้มๆอยู่ พอยกกล้องขึ้นจะถ่ายเค้าก็หุบยิ้มเฉย ไปๆมาๆเราเลยจับจุดได้ว่า อ๋ออออ มันคือวิธีเก็กของเค้าเว้ยยยยย แบบดึงหน้าไง คล้ายๆฮิปสเตอร์ไรงี้ แต่พอถ่ายเสร็จเค้าก็ยิ้มหัวเราะกันเป็นปกติเลยยย

 

ก่อนเข้า Botanic garden หันไปเห็นร้านจายยยยย~~~~ อ๊าาาาาา ชั้นต้องการดื่มจายมากกกกกก ติดจายยย ติดใจจจจจจจจ  แก้วจายที่โกลกาตาจะแตกต่างจากเมืองอื่นเล็กน้อยตรงที่แก้วเป็นดินเผา เค้าบอกว่ามันจะช่วยขับกลิ่นจายให้หอมขึ้นด้วย ที่อื่นจะเป็นแก้วพลาสติกธรรมดา ราคาส่วนใหญ่ก็จะ 5-10 รูปีไม่เกินนี้

dscf0082

และอีกสิ่งหนึ่งที่เจอคือนี่!!!…… ไข่ดาวพริกกกกกก งงมาก มันแปลกดี เป็นไข่ดาวนะ แต่ใส่พริก แล้วก็ปรุงรสด้วยอะไรอีกไม่รู้ แต่คือมันอร่อยมากๆๆๆ แบบโคตรรรรรร อร่อยยยยย ว๊ากกกก นี่ก็ติดใจจจจ อยากกลับไปทำกินเองที่บ้าน แต่ทำไม่อร่อยเท่าเค้าแน่ๆ ราคาแค่ 10 รูปี หรือแค่ 5บาทเท่านั้นนนน แล้วเราเจอแค่ร้านนี้ร้านเดียวเอง ไม่เจอร้านอื่นอีกเลย อยากให้คุณป้าร้านข้าวแกงที่ไทยมาดูงานที่นี่ และกลับไปทำให้หนูกินหน่อยย TT_____TT

dscf0092

dscf0093

กินอิ่มแล้วเข้าไปเดินเล่นใน Botanic garden กันค่ะ เสียค่าเข้าคนละ 100 รูปี ถ้ามีกล้องด้วยก็เพิ่มอีก 20 รูปีค่ะ

สวนนี่ใหญ่มากกกกกกกกกกก โชคดีวันที่เรามาอากาศไม่ร้อน เลยเดินได้สบายๆ แต่หน้าทางเข้ามีแผนที่ ควรถ่ายรูปแผนที่ไว้กันหลง เพราะใหญ่จริง เราถ่ายรูป map ไว้ ประกอบกับเปิด Google map ในมือถือดูเอา แต่ข้างในจะไม่ได้เหมือนสวนพฤกษศาตร์บ้านเราที่จัดเป็นโซนๆ มีการตกแต่งและดูแลอย่างดี เราว่าอันนี้จะเหมือนเป็นต้นไม้ที่เกิดและโตเองตามธรรมชาติมากกว่า

dscf0103

dscf0104

dscf0116

dscf0160

ในนี้รถเข้ามาวิ่งได้นะคะ และรู้สึกว่าเค้าน่าจะห้ามบีบแตร เพราะอยู่ข้างในนี้เรายังไม่ได้ยินเสียงแตรเลย  สงบมากกกกกกกกๆ  น่าจะเป็นไม่กี่ชั่วโมงสั้นๆในโกลกาตา ที่เราไม่ได้ยินเสียงแตรเลย (แต่พอออกไปข้างนอกรั้วเท่านั้นแหละ อือหืออออออออ หูดับ)

dscf0124

มีที่ให้พายเรือเล่นด้วยยยยย เราเห็นคู่รักมาพายกันเยอะ หรือตามในสวนก็มีชายหญิงมาเดทกัน นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง เราว่าที่นี่คงเป็นที่ที่ผู้ชายพาผู้หญิงมาเดทแน่เลยยยยยย  และก็ยังเป็นสถานที่ของครอบครัวด้วย เพราะนอกจากคู่รักแล้วก็เห็นมีหลายครอบครัวที่มาพายเรือ และเดินเล่นในสวนกัน อารมณ์คล้ายๆสวนรถไฟบ้านเรา แค่ไม่มีจักรยานให้เช่า

dscf0154

dscf0155

แต่ความเศร้าาาาา คือออออ …… Banyan tree ที่เราตั้งใจมา มัน ปิด!!!!! จะร้องงงงไห้ แงงงงง๊ มาปิดปรับปรุงอะไรตอนนี้ ก่อนมายังพูดเล่นๆกะเพื่อนอยู่เลยว่า ไม่ใช่มาขนาดนี้แล้วมันปิดนะ เอ้าาาา ดันปิดจริง ตบปากตัวเองสิบที

dscf0142

โอเค… กลับก็ด๊ายยยยยยยยยยย เดี๋ยวจะไปโบสถ์ St.Paul ต่อ  แต่…. จะกลับยังไงละทีนี้ คือแบบเดินออกมา ไม่เจอรถแทกซี่เลยแม้แต่คันเดียว เอาละไง ไกลด้วย….   รออยู่นานจนถอดใจ สุดท้ายเลยตัดสินใจไปรถเมล์ละกัน

เห็นรถเมล์ที่ข้างหน้าเขียนว่า Esplanade มา เออชื่อคุ้นๆ งั้นก็โดดขึ้นเลย ตอนแรกเราถามเด็กเก็บเงินว่าเท่าไหร่ เค้าบอก 10 รูปี แต่คนข้างๆบอกเราว่า 7 รูปีนะ เลยจ่ายไปแค่ 7 รูปี เราเลยได้เคล็ดลับอีกหนึ่งอย่างว่า ถ้าอยากรู้ว่าขึ้นรถบัสนี่เท่าไหร่ ให้ถามผู้โดยสารข้างๆเอา ไม่ต้องถามเด็กเก็บเงิน 5555

dscf0167

dscf0201

รถเมล์คันนี้โล่งมาก เราเดินไปถ่ายรูปเด็กบ้าง ให้เพื่อนถ่ายรูปให้บ้าง เดินเล่นบนรถเมล์กันสนุกเลย คนบนรถคง งงอะ ประเทศพวกเธอไม่มีรถเมล์หรอ 55555 เออก็จริงนะ นี่ถ่ายเยอะมากเหมือนบ้านเราไม่มีรถเมล์  ไปๆมาๆ คนข้างๆ มาขอเซลฟี่ด้วยเฉ้ยยย ยังไม่พอ มีการวีดีโอคอลหาเพื่อน ละให้เราโบกมือบ้ายบายเพื่อนเค้าให้หน่อย เอ้ออออ ดีอะ 5555

หลังจากสนุกสนานกับถ่ายรูปซักพัก ก็มาดู google map ในมือ… เอ เดี๋ยวนะ เราต้องไม่ขึ้นสะพานนี้สิ เอ…. เริ่มสงสัย เลยบอกคนข้างๆ ว่าจะไป St.paul เค้าบอก ไม่ใช่คันนี้ ให้ลงเลยยยก่อนที่จะข้ามสะพาน!!   เอ้าาาาาาา โอเคคคคค กดกริ่งละโดดลงเลยค่ะ

dscf0220

ลงมาก็เบลอๆ งงๆอยู่แปบนึง เลยนั่งใช้ Google map หาทาง ก็พบว่าต้องเดินไปอีกทางนึงจ้าาาา โชคดีที่กระโดดลงรถทัน ก่อนที่มันจะไปไกลกว่านี้ เราเลยเดินไปอีกที่นึงกัน~~

ซึ่งคราวนี้ก็ขึ้นรถเมล์ถูกคันซักที (ถามก่อนขึ้นว่าไป St.paul มั้ย) แต่ความซวยมาเยือนนนน คือพึ่งรู้ว่าแบงค์เล็กหมดดดดด !!!  ตอนนี้ที่อินเดียเค้าจะมีปัญหาเรื่องเงินนิดหน่อยคือเค้าเก็บแบงค์พันคืน เลยทำให้จะมีแต่แบงค์เล็กไปเลย แล้วก็ใหญ่ไปเลย อย่างแบงค์ 2000 จะจ่ายค่ารถเมล์ด้วยแบงค์ 2000 ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ 555555 เลยพยายามค้นหาเศษเหรียญจากทุกซอกกระเป๋าแล้วก็มีไม่ครบ แต่รถเมล์คงรีบมาก เลยบอกให้พวกเราลงไปเถอะ 55555  ขอบคุณในความใจดีนี้ (หรือจริงๆเค้าอาจรำคาญพวกเราก็เป็นได้)

dscf0251

พอลงจากรถเราเลยหาของกินกันก่อน เพื่อแตกแบงค์ด้วย เจอร้านข้างทางมา สิ่งนี้คือจาปาตีและเครื่องแกงของเค้า อันนี้เป็นมังสวิรัตค่ะ โอเคเลยนะ รสชาติกินได้ หรือเพราะหิวด้วยยย 55   อ้อออ อยากบอกว่าใครกินมังสวิรัต ที่อินเดียอาหารมังสวิรัตเยอะและหากินง่ายมากค่ะ หายห่วงได้เลย

เดินมาซักพัก ก็ถึง St. Paul Cathedral

โบสถ์ที่เป็นศิลปะแบบโกธิค สร้างคล้ายโบสถ์ที่ชื่อเดียวกันในประเทศอังกฤษ … คือโกลกาตาเคยเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษน่ะค่ะ เลยทำให้ได้มีสถานที่ที่ได้รับวัฒนธรรมจากอังกฤษมาเยอะเหมือนกัน

dscf0266

dscf0268

dscf0294

โบสถ์สวยดีค่ะ ข้างในก็สวยและสงบมากกก แต่ต้องมาดูเองนะคะ เพราะข้างในถ่ายรูปไม่ได้ เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากกกก ดูไม่ออกเลยว่าคนไหนเจ้าหน้าที่ ถ้าหยิบกล้องขึ้นมาเค้าจะรีบเดินเข้ามาห้ามทันที และถ้าใครถ่าย เค้าจะสั่งให้ลบต่อหน้าเค้าเลยค่ะ

 

และที่ต่อไป อยู่ใกล้กันเลย เดินข้ามถนนและเดินต่อไม่เกิน 5 นาทีถึง “ Victoria memorial

ค่าเข้า 10 รูปีต่อคน (อันนี้เฉพาะโซนสวนนะคะ ไม่รวมข้างในนะ) ตอนเราซื้อตั๋วเค้าแอบทอนไม่ครบด้วยยย ขาดไป 100 รูปี เราเลยไปทวง เค้าก็ให้มาง่ายๆนะ 55 คืออยากจะบอกว่าถ้าเราเป็นคนละเอียดรอบคอบ เค้าก็โกงเราไม่ได้หรอก แล้วนิสัยนับเงินทอนดีๆ มันก็ควรเป็นนิสัยที่ทำติดตัวเป็นประจำอยู่แล้วไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม

dscf0350

dscf0352

ที่นี่เป็นอนุสรณ์สถานสร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย จอมจักรพรรดินีอังกฤษ เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของจักรวรรดิอังกฤษในอินเดีย และเป็นสถาปัตยกรรมออกแบบยุคเดียวกับทัชมาฮาลด้วยค่ะ

ปิดวันจันทร์นะคะ วันอื่นๆจะเปิดเวลา 10:00-17:00

ถ้าใครมา แนะนำให้มาช่วงพระอาทิตย์ตกนะคะ ส่วนเรามาหน้าหนาว พระอาทิตย์ตกเร็วหน่อย ประมาณ 5 โมงก็เริ่มตกแล้วค่ะ

dscf0358

dscf0366

dscf0379

dscf0386

dscf0413

dscf0440

หลังจากนั้นเราจะกลับที่พักกันโดยคงความตั้งใจเดิมคือจะไม่นั่งแทกซี่ .. จาก Victoria memorial เราเลยเดินไป metro ใกล้สุดคือ Rabindra sadan นั่งไปลงแถวที่พักคือ Rabindra sarobar แล้วก็จะนั่ง Auto ต่อไปที่พัก

 

เวลาจะนั่งใต้ดิน ให้ดูราคาจากแผ่นป้ายสีน้ำเงินแถวๆที่ซื้อตั๋วให้ดี ว่าสถานีที่เราจะไป ประมาณกี่รูปี แล้วเวลาได้เงินทอน ก็อย่าลืมนับเงินทอนกันด้วยนะคะ

ตอนไปถึง Metro Rabindra sarobar เราเห็นซอยนึงน่าเดินถ่ายรูปเล่นมาก สีสันสดใส เลยแวะถ่ายรูปกันก่อน

dscf0069

dscf0076

dscf0090

dscf0096

dscf0134

ถ่ายไปถ่ายมา พี่แขกก็ชวนกินจาย แถมเลี้ยงจายซะด้วยยยย ใจดีไปอีกกก   แล้วถ่ายรูปพี่แกก็เดินตาม ชวนคุย คิดว่าแค่คนสองคนหรอ เปล่าเลย ทั้งหมดนี่! … หน้าแต่ละคนชายฉกรรจ์ทั้งน้านนนน เหมือนจะน่ากลัวแต่ไม่เลยยย พี่ๆน่ารักกันมากกกก เดินมาส่งขึ้นรถกันด้วยนะ

dscf0121

ระหว่างทางเจอสิ่งนี้เราเคยเข้าใจว่ามันคือมันทอด แต่มารู้ทีหลังว่ามันคือลูกตาลบดทอด อร่อยดี มีขายอยู่ทั่วไปเลย

dscf0140

และแล้วก็เดินกลับมาถึงซอยบ้านที่คุ้นเคยย เจอร้านตัดผม เลยเข้าไปขอถ่ายรูปกะเค้าแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบเนี้ยแหละ คุณลุงเค้าจะงงมั้ยนะ 555555  เราว่าเค้าก็คงจะงง แต่ก็เอ้อออ ถ่ายก็ถ่าย

dscf0176

ความตั้งใจเดิมของเราคือ การมา Kolkata ครั้งนี้เราจะพยายามเข้าถึงความ Local ให้ได้มากที่สุด เราเลยพยายามจะใช้รถสาธารณะแบบ Local กินแบบ Local และคลุกคลีกับคน Local…… ส่วนคืนนี้เราเห็นเด็กตีแบดอยู่แถวหน้าปากซอยบ้าน เลยไปขอเล่นด้วย …..

111585

อ๊าาาาา บรรลุความเป็น Local ไปอีกหนึ่งงง ทำตัวเหมือนนี่คือหน้าปากซอยบ้านชั้นเองจ้ะ นี่ตีแบดกับเด็กข้างบ้านไง แล้วคือเล่นจริงจังสุดนึกว่าชนะแล้วได้ถ้วยรางวัล ตบหยอดใส่เค้าเต็มที่ เด็กอินเดียน่าจะเกลียดนี่ไปแล้วววววว 555555  และที่พีคกว่าคือไปตีแบดแบบที่ใส่รองเท้าแตะหูหนีบ เพราะเดินเยอะเกินจนเท้าพอง ห้อเลือด พึ่งจะเจาะเลือดและล้างแผลเสร็จ… ก็ยังจะไปเล่น ดีจ้าาาาาา

111584

 


บันทึกการเดินทาง วันที่ 3…

วันนี้เราจะไป Flower Market กันค่ะ   เป็นตลาดดอกไม้ มีดอกไม้ขายเยอะมากกกกก ตอนเช้าช่วง 7 โมงจะเยอะสุดๆ ถ้าไปช่วงสายตลาดจะวายแล้ว แต่ก็ยังพอมีอยู่บ้าง แค่ไม่คึกคักเหมือนตอนเช้าตรู่นะคะ อย่างเราไปถึงกันตอนช่วง 8 โมงกว่าๆ ก็ยังพอมีขายอยู่บ้าง แต่บรรยากาศจะเงียบลงมาหน่อย

  วิธีไปคือ นั่ง metro ไปลงสถานี Central (คนละ 10 รูปี) วันนี้ได้นั่งรถไฟแบบ open air ค่ะ แต่เราโอเคนะ เราว่าอากาศมันถ่ายเทดี ไม่ร้อนด้วย พอไปถึงก็ต่อรถบัส (จำสายไม่ได้ค่ะ ถามคนแถวนั้นเอา ว่าจะไป flower market หรือถ้าเค้าไม่รู้ก็บอกไป Hawrah bridge ก็ได้ค่ะ นั่งมาไม่นานก็จะถึงแล้ววววว

dscf0027

dscf0003

dscf0013

dscf0020

หลังตลาดดอกไม้ จะมีแม่น้ำและสะพาน Hawrah เราจะเจอคนมาอาบน้ำกันแถวนี้ด้วย

ผู้ที่นับถือศาสนาฮินดูถือว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อว่าการอาบน้ำชำระร่างกายในแม่น้ำคงคาจะสามารถชำระบาปได้ทั้งหมด  หากตายไปแล้ว เถ้ากระดูกของเราได้นำมาทิ้งในแม่น้ำคงคาจะทำให้ดวงวิญญาณของผู้ตายไปเกิดใหม่ในโลกที่ดีกว่าเดิม และถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต

ส่วนแม่น้ำนี้คือแม่น้ำ Hoogly เป็นแม่น้ำที่ไหลแยกออกมาจากคงคา ถือเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่การมาอาบน้ำที่แม่น้ำนี่อาจไม่ได้ถือเป็นการชำระบาปเสียทีเดียวเพียงแต่ชาวฮินดูมีความเชื่อว่าชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ทุกวิถีชีวิตดำรงอยู่ได้เพราะแม่น้ำ ดังนั้นแม่น้ำ Hoogly จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต รวมถึงประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ทุกชนิดตั้งแต่เกิดจนตาย

ตอนที่เราไป เราเห็นคนอาบน้ำริมแม่น้ำกันเยอะมาก ถ้าใครอยากมาดูให้เห็นกับตาซักครั้งก็ลองมาดูค่ะ ไม่ต้องห่วง ทุกคนยังนุ่งกางเกงในหรือผูกผ้าอยู่ ไม่เจออะไรน่าตกใจแน่นอน 5555 และบางคนก็ไม่ได้แค่อาบน้ำเฉยๆ แต่เหมือนทำพิธีอะไรซักอย่างไปด้วย เราว่าน่าสนใจดี แต่ตรงนี้อาจจะมีกลิ่นนิดนึงง ถ้าใครไม่ชอบก็เลี่ยงได้ค่ะ

dscf0036

dscf0066

dscf0073

ในตลาดดอกไม้ถ่ายรูปสนุกมากค่ะ ผู้คนใจดี ส่วนใหญ่ให้ถ่ายรูปได้ไม่ได้ว่าอะไรค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีเราก็ควรทำความคุ้นเคยกับเค้าด้วยค่ะ ชวนคุยบ้าง หรือเวลาถ่ายรูปเสร็จ ก็ขอบคุณเค้า เอารูปให้เค้าดูด้วย เค้าจะชอบใจมากกกกกก ยิ้มแฉ่งเลยยยยย

dscf0087

dscf0090

dscf0100

dscf0104

dscf0110

dscf0155

dscf0167

dscf0187

dscf0209

dscf0212

dscf0230

dscf0130

เรามาอินเดียเจอคนทำผมสีส้มเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นเทรนหรืออะไร แต่เค้าจะย้อมทั้งผมทั้งคิ้ว หนวด เครา เป็นสีส้มหมดเลย

ใครอยากมีรูปเก๋ๆ ก็ซื้อดอกไม้ที่เป็นพวงๆ มาคาดหัวหรือคล้องคอแล้วถ่ายรูปเล่นได้ค่ะ พวงละแค่ 20 รูปีเอง เราก็ซื้อมาแล้วให้เค้าช่วยพันให้ค่ะ แล้วอีกอย่างคือถ้าเราเล่นกับคนแถวนั้นคนนึง คนอื่นก็จะมาคุยมาเล่นด้วย บางร้านก็ยื่นดอกไม้ให้ ให้มาถือถ่ายรูป 55555555 พร้อบเยอะแยะไปหมด  สีสันในตลาดดอกไม้ก็สดใส มาถ่ายรูปเล่นที่นี่รับรองได้รูปใหม่ไปตั้งเป็นรูปโปรไฟล์แน่ๆ

dscf0116

dscf0141

dscf0195

dscf0164

ส่วนสิ่งนี้ไม่รู้ว่าคืออะไร ขอเรียกว่า(โคตร)พวงดอกไม้ละกัน เราเห็นคนห้อยคอ เลยอยากห้อยบ้าง พอลองห้อยจริง โอโหหหหหหห หนักมากกกกก ความรู้สึกเหมือนคอจะหัก หนักๆๆๆๆๆๆๆ แต่ต้องฝืนยิ้มไว้ก่อน เพราะจะถ่ายรูปปปปปปปป แล้วพอเอาลงไอจี มีแต่คนมาเม้นว่าเราดูเหมือนข้าวโพดดดดด เดี๋ยววววววว ให้เกียรติขอที่เกือบหักของฉันด้วยยยยยยยย ช่วยชมหน่อยยยยย

dscf0089

dscf0257

ส่วนพี่คนนี้ เห็นหน้าโหดๆแบบนี้แต่พี่แกปั่นรถมาหา บอกให้เราถ่ายรูปเค้าหน่อย แล้วก็ไป

dscf0275

ส่วนลุงคนนี้ ไม่ยอมยิ้มเห็นฟัน แกบอกแกอาย ‘เพราะ…ฟันหลอ’

dscf0204

ที่นี่ก็มี Rick shaw นะคะ

dscf0316

ชอบอินเนอร์พี่คนนี้ด้วย มีความนายแบบ

dscf0304

เดินมาจนจะสุดตลาด จะเจอบันไดขึ้นไป Hawrah Bridge

dscf0284

dscf0310

เจอคู่ตายายเค้าเดินขึ้นมาเพื่อนั่งขอเงินอยู่บนสะพานค่ะ… ทั้งคู่ก็แก่มากแล้ว ส่วนคุณตาก็ตาบอด เห็นแล้วก็ปลง เฮ้ออออ ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากันจริงๆ

dscf0330

 ส่วนบนสะพานคนก็เยอะมากๆ คืออันนี้เป็นเหมือนสะพานเข้าเมืองอะค่ะ อีกฝั่งจะเป็น Hawrah station ที่คล้ายๆหมอชิต แบบมีรถจากหลายๆที่ มาจอดที่นี่ มีรถไฟด้วย เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดแล้วในโกลกาตา ก็เลยคนเยอะมาก

dscf0340

dscf0370

dscf0392

อันนี้คือ Hawrah station

dscf0009

dscf0007

dscf0032

dscf0028

 

ถ้าใครมาจากเมืองอื่น แล้วมาลงที่ Hawrah station วิธีเข้าเมืองก็คือจะมี Prepaid taxi อยู่ด้านล่างค่ะ เราแค่บอกสถานที่กับเค้า เค้าก็จะให้จ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ได้เลย ไม่ต้องมากังวลว่าจะโดนแทกซี่โกง

dscf0036

dscf0041

dscf0044

dscf0050

ที่ต่อไป Nakhoda masjid

dscf0059

dscf0064

พี่แท้กคนนี้ พี่แกเห็นเราถือกล้องอยู่เลยจอดรถแล้วบอกถ่ายเค้าหน่อย ไอเราก็ใช้เลนส์มือหมุนอยู่ กว่าจะถ่ายได้ ส่วนคันหลังก็บีบแตรรัวๆ ถามว่าพี่แกแคร์มั้ยยย … บอกเลยว่าาาาาา ไม่แครรรรรรร์ แต่เราเนี่ยสิ กดดันสุดดดดดดดดๆ

dscf0072

และด้วยความที่ยังติดใจการนั่ง Rick shaw อยู่ เลยขอนั่งอีกที เราชอบ Rick shaw มากตรงที่เค้าจะพาเราไปในถนนที่แทกซี่หรือรถโดยสารอื่นๆ ก็พาเราไปไม่ได้ เราเลยได้เห็นซอยน่ารักๆ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนอินเดียตามซอยเล็กๆ อยู่หลายครั้ง

dscf0086

dscf0096

dscf0097

ที่ต่อไปที่เราจะไปคือถนนปั้นหุ่น Kumatuli ค่ะ วิธีไปก็นั่ง Metro ไปลงที่ Sovabazar Sutanuti ค่ะ แล้วนั่งออโต้ต่อค่ะ (หมดค่าเดินทางตรงนี้ไปแค่ 15 รูปีเท่านั้นนน ถูกมากกก) พอออโต้ส่งเราลงแล้ว ก่อนเราจะเดินเข้าซอยถนนปั้นหุ่น เราหันไปเห็นซอยนึง มีผ้าตากอยู่เต็มไปหมด และสีสันสวยงามมากๆ เลยเข้าไปถ่ายรูป เอาจริงๆคนก็คงแบบ งงๆเหมือนกันนะว่าจะถ่ายทำไม แค่ตากผ้า 55555555

dscf0137

dscf0192

dscf0154

dscf0218

dscf0169

และในซอยนี้ผู้คนก็เฟรนลี่กับเราเหมือนกัน ทุกคนน่ารักมาก ชอบถ่ายรูป เด็กๆก็น่ารัก กดชัตเตอร์กันเพลินเลย แล้วพอถ่ายรูปเสร็จ กำลังจะเดินออกจากซอย เด็กๆก็เดินตามกันเป็นขบวน แล้วก็มาวิ่งเล่น กระโดดๆ ล้อมรอบพวกเรา เหมือนยังไม่อยากให้พวกเราไป คือเค้าดูมีความสุขที่พวกเราเข้ามาตรงนี้ มาเล่นกับเค้า มาถ่ายรูปให้เค้า… เห็นแบบนี้เราเองก็มีความสุขมาก มันเป็นวินาทีที่เราประทับใจมากจริงๆ

dscf0214

dscf0212

dscf0211

เราต้องออกมาก่อนทีจะเย็นไปมากกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนเราจะมาช้าไปหน่อย ร้านปั้นหุ่นปิดกันเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่แค่ไม่กี่ร้าน เราไปนั่งดูเค้าปั้นมา คือเก่งมาก ปั้นเหมือนจะง่ายๆเลย แต่เอาจริงถ้าให้เราทำเราก็ว่าย๊ากกกยากกกก

dscf0219

dscf0235

dscf0233

และเดินเล่นต่อมาเรื่อยๆ จนมาเจอคุณลุงคนนี้ แกปั้นหุ่นอยู่ เราก็ไปยืนดู ถ่ายรูปบ้าง แรกๆก็กลัวจะโดนด่าเหมือนกันเพราะไปยืนดูใกล้มาก แต่คุณลุงกลับชวนเราเข้ามานั่ง  แล้วก็ชวนเราคุยว่ามาจากไหน เราบอกมาจากประเทศไทย คุณลุงบอกว่าคุณลุงรู้จัก แต่ไม่เคยไป หลังจากนั้นเราก็คุยกันต่ออีกเล็กน้อย แต่เราไม่ค่อยกล้าชวนคุยมาก เพราะคุณลุงน่าจะต้องใช้สมาธิ

dscf0246

dscf0252

ซักพักเรากำลังจะกลับ คุณลุงบอกให้รอก่อน แล้วก็เริ่มปั้นหัวหุ่นตัวใหม่ ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าคุณลุงจะเริ่มปั้นให้ดูใหม่เพื่อให้เราถ่ายรูป เราเลยอยู่ถ่ายรูปต่ออีกซักพัก

dscf0262

dscf0278

แต่กลายเป็นว่าพอคุณลุงปั้นหัวหุ่นนี้เสร็จ คุณลุงยื่นให้เรา และบอกว่า “This is my gift” เราเลยพึ่งเข้าใจว่า คุณลุงปั้นหุ่นนี้เพื่อเป็นของขวัญให้เรา  ยังไม่พอ คุณลุงปั้นหุ่นเพิ่มอีก คราวนี้เราเลยลงไปนั่งด้วย แล้วดูคุณลุงปั้นใกล้ๆ คุณลุงคอยสอน บอกว่าไม้ที่ใช้เกลี่ยเนี่ยทำมาจากไม้ไผ่ เราใช้น้ำลูบๆ เพื่อจะเกลี่ยได้ แล้วพอถูกใจแล้วค่อยเอาไปตากแดดให้แห้ง

แล้วคุณลุงก็ยื่นให้อีก 1 เป็นของขวัญเหมือนกัน… จริงๆ ก็งงนะ อยู่ๆก็ให้มาเป็นของขวัญ แต่ก็ดีใจ… เนี่ย ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกว่าคนอินเดียใจดีจังงง

dscf0308

dscf0296

เย็นนี้เราจะไปหาอะไรกินที่ New market กันค่ะ   แต่ขอไปตั้งต้นที่ Park street ก่อน เพราะต้องการสัญญาณ internet กันมากกก โทรศัพท์ที่ได้มาจาก host เป็นแบบโทรเข้าโทรออกอย่างเดียว ไม่สามารถเล่น internet ได้ค่ะ

การเปิดซิมที่อินเดียเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานานหลายวัน แต่ถ้ามาอินเดียหลายครั้งก็เปิดไว้ก็ได้ค่ะ คุ้มอยู่ หรือถ้าใครแค่มาเที่ยวไม่กี่วัน และไม่ได้มาบ่อยๆ ก็คงต้องรอที่ที่มีสัญญาณ Wifi เช่นที่พัก หรือตามร้านอาหารที่ใหญ่หน่อย หรือที่ Park street ก็มี free wifi นะคะ เผื่อใครต้องการใช้ internet เร่งด่วนหน่อยก็มาถนนนี้ได้ มีสัญญาณเกือบตลอดทั้งเส้น แต่บางทีสัญญาณก็อ่อน บางทีก็แรง ต้องเสี่ยงดวงเอาค่ะ..

หลังจากเล่น internet เสร็จ เราจะนั่งไปหาอะไรทานรวมถึงซื้อของฝากกันที่ new market โดย Rick shaw ไปเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้พอเราถามราคา เค้าบอกคนละ 100 รูปี เราแบบ โหหหหหห ไม่ใช่มั้ยยยอะ เคยนั่งมาคนละแค่ 20 รูปี เราเลยไม่เอาแล้วไปถามคันอื่น ซึ่งที่นี่จะไม่เหมือนคิววินมอไซบ้านเรานะ ที่ต้องเรียงคิวเป็นคันไป แต่คือ ถ้าเราดีลราคากับคันไหนได้ เราก็ไปคันนั้น ละพอเราจะไปดีลราคากับคันอื่น คันแรกเราก็ไม่ยอม บอกว่า 50 รูปีก็ได้ ซึ่งราคานี้ถ้านักท่องเที่ยวที่ไม่รู้เรทก็คงโอเคไปแล้ว เพราะตีเป็นเงินไทยแค่ 25 บาท ก็ถือว่าไม่แพง แต่เราเคยนั่งมา 20 รูปีไงงงง เราเลยรู้สึกว่าไม่โอเคคคค คือชั้นจะเอา 20 รูปีให้ได้ !!!!   จนเราได้คุณลุงแก่ๆ คนนึง ที่ยอมไปในราคา 20 รูปี แต่คนขับคนแรกก็โวยวายๆ ใส่ลุงแก่ๆ อารมณ์แบบตัดราคาแย่งลูกค้ากัน ละเค้าก็เสียงดังใส่กันไปกันมาซักพัก แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวนะคะ เถียงกันไปกันมา สุดท้ายคือเราได้ละคันนึง แต่เรามา 4 คน เลยต้องการสองคัน คนนั้นก็ยั๊งงงงจะพยายามมาต่อราคาเรา อะ 30 รูปีละกัน จนนี่ก็เกือบใจอ่อนละ แต่มีคนขับออโต้ผ่านมา สงสัยเค้าเห็นยืนเถียงกันหน้าตาจริงจัง เค้าเลยกระซิบบอกเพื่อนเราว่า อย่าไปยอมนะ คนอินเดียเค้านั่งกันคนละ 10 กว่ารูปีเอง !!! เอ้าาาา ได้ยินอย่างนี้ไม่ใจอ่อนละค่าาาาาา ยืนกรานที่ 20 รูปีเท่านั้น ไม่งั้นก็ไม่ไป!!!!   และด้วยความดื้อของเราเค้าคงรำคาญ จนทำให้มีพี่คนนึง ยอมไปด้วยราคา 20 รูปีจนได้ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คนแรกคนนั้น คนนั้นเค้าจะเอาเรตนักท่องเที่ยวให้ได้)

dscf0376

คันของเรา พี่เค้าดูยังไม่แก่มาก ยังมีแรง ก็เลยวิ่งได้เร็วเชียว หันไปหาเพื่อนอีกคันที่เป็นลุงแก่ๆ ก็หาไม่เจอแล้ว น่าจะทิ้งห่างมาเยอะ   แต่ประเด็นคือ…. มีมือถืออยู่เครื่องเดียว คืออยู่ที่เพื่อนอีกคันนึงซะด้วย เอ… เราจะหลงกันมั้ยนะ (ละความฉลาดน้อยคือลืมจดเบอร์เครื่องนั้นไว้)

พอมาถึงที่หมาย เราจ่ายไป 50 รูปี ก็ควรจะได้ทอน 10 รูปี แต่ดันไม่ทอนแฮะ พี่แกบอกว่าคนละ 25 รูปีนี่…..   เราเลยทำหน้าจริงจังใส่ ท้าวสะเอว และบอกว่า

NO!! YOU SAID 20 RUPEE THEN 20 RUPEE!!!!!! GIVE ME 10 RUPEEEE!!!!!!!! ”    พี่แกหน้าเจื่อนและยอมทอนแต่โดยดี งงเลย 5555 จริงๆคือเราทำใจดีสู้เสือไปงั้นเองอะ เพราะเคยอ่านมา บางคนเจอแบบแขกดื้อนะ ยังไงก็ไม่ยอมทอน   หรือเราทำหน้าดุเกินไป หรือยังไง ทำไมได้มาง่ายมาก ลองเอาวิธีเราไปใช้ดูนะคะ 555555

dscf0394

ระหว่างรอเพื่อนที่มาอีกคันก็มีรถขับผ่านมา เห็นเราถือกล้องก็เบรคเลย ให้ถ่ายรูป และแน่นอนว่า คันหลังบีบแตรรัวๆ เหมือนเดิม แต่ที่แน่นอนกว่าคือ พี่แกไม่แครรรรร์เหมื้อนนนนเดิมค่าาาา

รอไปรอมา ชักจะนานผิดปกติละ…. แล้ว New market นี่ก็ใหญ่นะ หรือว่าเค้าอาจจะจอดตรงอื่น แล้วจะตามหากันยังไงดีละ ……. แต่คิดว่ายืนอยู่ตรงนี้ไปก็เท่านั้น เลยเดินๆ เล่นใน new market เผื่อจะเจอ

dscf0400

dscf0402

dscf0408

ระหว่างนั้นก็เลยนึกขึ้นได้ว่า เออ โทรหาน้องที่อยู่อินเดียได้นี่หน่า น้องเค้ามีเบอร์ของโทรศัพท์อีกเครื่องที่อยู่ที่เพื่อน ก็เลยยืมมือถือคนที่เดินผ่านกันโทร (พยายามเลือกคนที่แต่งตัวดูดีๆหน่อย) ก็บอกน้องไปว่าให้น้องนัดเจอกะเพื่อนเรา แล้วอีกซักพักเดี๋ยวเราหายืมมือถือคนข้างทางโทรไปนัดสถานที่อีกที (มานึกได้ตอนหลังว่า แทนที่จะโทรหาน้อง ขอเบอร์เพื่อน แล้วโทรติดต่อกับเพื่อนเองเลย ทำไมต้องทำให้มันซับซ้อนไม่รู้ คือตอนนั้นมันคิดไม่ทันจริงๆ ฮ่าๆๆ)

ระหว่างที่ยังไม่เจอกันเลยแวะกินของหวานก่อน…. (อ่าวเฮ้ยย ทำไมชิลจังอะ หลงอยู่นะเว้ยยยยยยยยยยยย เพื่อนหายตั้งสองคนนะแกกกกกกกก)

dscf0411

dscf0413

 สองอย่างนี้คือ Rose Lassi และ Kulfi faluda ค่ะ

Rose Lassi เป็นน้ำโยเกิร์ตปั่นรสกุหลาบ อร่อยดีค่ะ หอมหวาน

ส่วน Kulfi faluda เป็นไอศกรีมโฮมเมด กินแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกินไอติมฝอยทองและเส้นสลิ่ม มันหวานๆมันๆ เส้นก็นุ่มดีค่ะ แปลกดี ลองมากินดูค่ะ แต่รสชาติจะออกไปทางหวานนำนะ

พอกินเสร็จเลยยืมเจ้าของร้านโทรหาน้องอีกรอบ บอกว่า ให้โทรบอกเพื่อนว่ามาเจอกันที่ KFC นะ   และเราก็ไปรอนานมากกกกกกกก จากฟ้ายังสว่างจ้า ก็เริ่มมืดละ นี่ก็เริ่มใจไม่ดี เลยเดินตามหาอีกรอบ หาอยู่เป็นชั่วโมง จนในที่สุดก็เจอออออ !!!

คือเพื่อนก็เล่าว่า คุณลุงคนขับริคชอร์ของเพื่อนแก่มาก แกดูเดินไม่ไหวแล้ว คนข้างทางเห็นก็ตะโกนถามไหวมั้ยๆ จนเพื่อนก็สงสาร เลยขอลงกลางทาง แล้วเรียกริคชอร์คันใหม่ นางก็ไปส่งส่วนไหนของ New market ไม่รู้ เพื่อนก็ไม่คุ้น และติดต่อเราไม่ได้ เลยนั่ง Rick shaw กลับไปที่ Park street เพื่อจะหาสัญญาณเน็ตติดต่อเรา แต่คือออ เราเองก็ไม่มีเน็ตไงง ส่วนทางด้านน้องเราก็พยายามติดต่อเพื่อนเรา ก็ติดต่อไม่ได้ เพราะเพื่อนเราลืมว่ามือถืออยู่กับเค้า วุ่นวายกันอยู่ซักพักจนเพื่อนเรานึกได้ว่ามือถืออยู่กับเค้านี่หว่าาา เลยติดต่อน้องเราได้ ละก็ตามมาเจอที่ KFCCCCCCCC   ซาวน์ “แต่เราก็หาาาากันนนนจนเจอออออ” ดังขึ้นมาเลยค่าาาาาา ในที่สุดดดดดด!!!!

หลังจากนั้นเราก็หาอะไรกินกัน และด้วยความเหนื่อยและหิวโหย มื้อนี้ลืมถ่ายรูปค่ะ 555555

กินเสร็จหาซื้อผ้าพันคอเป็นของฝาก ที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก และก่อนกลับที่พักวันนี้ แวะ South city mall เพื่อซื้อ Himalaya กันค่ะ (เผื่อใครไม่รู้ Himalaya เป็นแบรนด์เวชสำอางค์ชื่อดังมากกกกก หลายอย่างใช้ดีมาก พวกสบู่ล้างหน้า มาร์กหน้า ครีมทาหน้า ครีมทาใต้ตา อายครีม คือนางใช้ดีมากกกกกกกกก และถูกมาาาาาาากกกกจ้าาา ซื้อไปเยอะแทบจะแจกจ่ายทั้งตระกูลทั้งฝั่งพ่อและแม่ได้แล้ว ยังหมดไปพันกว่าเอง งี้ต้องเหมาค่ะเหมาาาา ซื้อเป็นของฝากได้เลย สาวๆได้รับต้องกรีดร้องอย่างดีใจ นี่ซื้อมาใช้เองเยอะมาก ประหนึ่งมีพันหน้า และคนก็ฝากซื้อเยอะมากเช่นกัน ซื้อมาขายซะเลย) เอาเป็นว่าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มลองหารีวิวดูได้ค่ะ แต่ดีจริงงงงงงงๆๆๆ


บันทึกการเดินทาง วันที่ 4 …

วันนี้เป็นวันสุดท้ายใน Kolkata แล้วค่ะ ครึ่งวันแรกเราเลยไม่มีจุดหมายว่าจะไปไหน จะนั่งมั่วๆ ไปลงมั่วๆ เดินมั่วๆ และถ่ายมั่วๆกัน เริ่มตั้งแต่เดินถ่ายมั่วๆ ในซอยบ้าน…  เราชอบซอยนี้มาก เราคิดว่าถ้าได้กลับมาที่โกลกาตาอีก ก็จะพักที่เดิม dscf0009

dscf0014

dscf0030

dscf0033

dscf0036

dscf0016

dscf0039

dscf0045

 เรานั่ง Auto ไปลง metro เพื่อไปลงสถานี Jatin das park เลือกสถานีนี้แบบไม่มีเหตุผล เลือกมั่วๆตามเซ้นส์   และเดินถ่ายมั่วๆ ไปเรื่อยๆ

 dscf0058

dscf0064

dscf0061

dscf0114

dscf0083

dscf0115

dscf0194

 ถือว่าเลือกได้ถูกเหมือนกัน เพราะซอยนี้น่ารักมากกกก  จริงๆ มันคือซอยธรรมดาแหละ ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรเป็นพิเศษหรอก แต่สิ่งที่น่ารักมันคือสถานที่และผู้คน

dscf0145

dscf0136

dscf0174

 เราชอบสีสันของตึก ชอบสีที่ปกติมันไม่ควรจะอยู่ด้วยกัน แต่ที่นี่ก็จับมันมาอยู่ด้วยกันได้ และมันก็โคตรลงตัวเลย ชอบความไม่มีกฏของคู่สี ชอบความกล้าและความบ้าในการทาสีบ้าน ถ้าเราทาสีบ้านเราในกรุงเทพแบบนี้บ้างคงดูเพี้ยนๆ แต่ที่นี่… ทุกคนทำเหมือนกันหมด แล้วมันไม่ได้ดูเพี้ยน มันน่ารักโคตรๆ (จริงๆมีเยอะมาก แต่ไม่ได้ถ่ายมาทั้งหมด มาลองดูเองสิ ^^ )

 และความน่ารักของผู้คน คนที่นี่ใจดีอีกแล้ว ทำไมเราเจอแต่คนใจดี ถ้าเจอคนใจดีแค่ครั้งสองครั้งเราอาจคิดว่าเราโชคดี แต่นี่เจอตลอด 4 วัน วันละหลายรอบ เราว่าเราไม่ได้โชคดีหรอก แต่พวกเค้าเป็น ‘คนดี’ มากกว่า

คุณลุงคนนี้น่ารักมาก ตอนแรกเค้าตากผ้าอยู่ เราซูมถ่ายเค้า ซักพักหมาวิ่งมาเห่า เค้าเลยจับหมามาโบกมือบ้ายบายเรา แล้วก็ยิ้ม น่ารักกกกกกกก

dscf0206

dscf0087

dscf0093

 เดินเล่นกันไปมา จนเจอบ้านหลังนึงที่สีสวยยยเลยเดินเข้าไปถ่ายรูปกัน

 ถ่ายๆอยู่มีคุณตาเดินออกมาจากบ้าน ตอนนั้นคือแบบกลัวละ นี่บุกรุกบ้านเค้าเลยนะ เข้ามาในรั้ว ซวยแล้วแน่ๆ หน้าคุณตาดุด้วย   เราเลยขอโทษเค้าแล้วกำลังจะเดินออกมา แต่คุณตาบอกว่า “come inside” พวกเราก็งงสิ… จะให้เราเข้าไปทำไม จะปลอดภัยมั้ย ควรเข้าไปมั้ย คิดอยู่ซักพัก น่าจะเกือบ 5 วิ ก็ตกลงเข้าไปค่ะ (นี่คือซักพัก….)

 dscf0098
dscf0108

คุณตาก็นั่งคุยเล่น เห็นแบบนี้คุณตาอายุ 94 แล้วนะ ยังแข็งแรงอยู่เลย และภาษาอังกฤษของคุณตาถือว่าดีเลยหละ คุณตาถามว่าพวกเรามาจากที่ไหน มาอินเดียมาเที่ยวหรอ ชอบมั้ย เป็นยังไงบ้าง ส่วนเราก็ถามว่าคุณตาอยู่คนเดียวหรอ คุณตาบอกว่าใช่ … จริงๆ มีลูกสาว 4 คน แต่ก็แต่งงานแล้วย้ายออกไปอยู่ข้างนอกหมดแล้ว นานๆจะกลับมาที… พูดถึงตรงนี้คุณตามีสีหน้าเศร้าลงมาหน่อยนึง ก่อนจะหันมามองพวกเรา แล้วพูดว่า ‘I’m glad….you come.’ พร้อมส่งยิ้มบางๆให้พวกเรา … ถึงแม้เราจะเห็นรอยยิ้มจากคุณตา แต่สิ่งที่เราเห็นชัดกว่ารอยยิ้มคือดวงตาที่มีทั้งความเศร้า ความคิดถึง… และความเหงา

dscf0111

ถึงแม้อยากอยู่คุยเป็นเพื่อนคุณตาต่อนานๆ แต่เรายังมีที่ที่เราอยากไปอยู่ ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพในคืนนี้ เราเลยต้องขอตัว ลาคุณตา… เราดีใจนะที่ทำให้คุณตาหายเหงาได้ เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ยังดี

 

เดินเล่นเพลิน ดูนาฬิกาอีกที บ่ายสองแล้ว!!!   เราควรไปต่อกันนนนนนน แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราแวะหาอะไรทานกัน หน้าสถานี Metro Jatindas park เลย จะมีร้านเล็กๆขายเจาเหมี่ยนกับไก่โลลี่ป็อบ

dscf0224

dscf0233

เพื่อนเราไม่ถูกปากกับอาหารอินเดียเท่าไหร่ นางดีใจมากกกที่เจอเจาเหมี่ยน นางบอกว่าอร่อยดี ส่วนเรา.. กินไม่เป็น 55555 แต่เรากลับไปถูกใจกับไก่โลลี่ป็อบ คล้ายๆไก่ทอดนั่นแหละ แต่รูปทรงมันเหมือนโลลี่ป็อบ มีที่จับ กินง่าย อร่อยด้วยยยย

 

คนแถวนี้ก็ใจดีอีกแล้ว มาชวนคุยบ้าง ให้ถ่ายรูปให้บ้าง เอาจริงคนอินเดียเฟรนลี่มากกกกก มากแบบตั้งแต่เราเดินทางมาหลายประเทศ เราว่าคนอินเดียเฟรนลี่กับเราสุดแล้วนะ

dscf0211

dscf0214

dscf0219

dscf0230

dscf0240

สถานที่ต่อไปของเราคืออออ Dakshineswar Kali temple อ่านว่าอะไรไม่แน่ใจ แต่เราพยายามฟังสำเนียงเค้าเหมือนจะอ่านว่า ดัคตินัช กาลี เทมเพิล นะคะ คือวัดเจ้าแม่กาลีมีสองที่คือ dakshineswar กับ Kalighat แต่ที่ kalighat มีแต่คนแนะนำว่าอย่าไปเลย เพราะแถวนั้นเค้ายังมีบูชายันอยู่ พวกสัตว์อะไรแบบนี้ คือจะมีกลิ่นคาวเลือดอยู่ อีกอย่างซอยนั้นจะมีผู้หญิงขายบริการด้วย (อันนี้เป็นข้อมูลจากคนท้องที่นะคะ ผิดถูกยังไงขออภัยด้วยค่า)

ส่วน Dakshineswar Kali temple ที่เราจะไป สามารถนั่ง Metro ไปลง Shyambazar แต่ต้องต่อแทกซี่ไปอีกต่อนึงนะคะ ซึ่งแทกซี่เรียกยากกกกกมากกกกกกกกกกกก ถึงเรียกได้ก็ไม่ยอมกดมิเตอร์กัน ต่อรองอยู่หลายคัน จนสุดท้ายมีคันนึงยอมกดมิเตอร์ แต่ถึงปลายทางให้บวกเพิ่มอีก 10 รูปีนะ ก็เลยโอเคยอมก็ด๊ายยยยย

 แทกซี่ไม่ได้ส่งแล้วถึงเลยวัดเลย เพราะซอยเข้าไปมันจะเล็ก เราต้องเดินเข้าไปเอง สองข้างทางจะขายของเต็มไปหมด มีร้านรับฝากรองเท้าด้วย ละคือเดินๆ อยู่ มีคนเดินมาดักหน้า บอกให้ถอดรองเท้า เนี่ยฝากไว้ที่ร้านเค้าก็ได้ เราก็ไม่เอา เค้าบอก จะใส่เข้าไปได้ไง ข้างในเป็นวัด ต้องถอด!! สีหน้าจริงจังมาก เราเลยสวนกลับไปด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่า ทำไมจะใส่ไม่ได้คนข้างหน้ายังใส่ได้เลย ฉันก็ใส่ได้!!! นางเลยยอมถอยยยย …. เฮ้ยยยยแต่บอกก่อน ปกติเป็นคนยอมคนม๊าก ไม่เหวี่ยงไม่อะไร หนิมๆ มากนะะะ แต่มาที่นี่มีแต่คนบอกว่าต้องดุๆ นิดนึง ทำหน้าจริงจังเข้าไว้เวลาเค้าทำท่าจะโกง เค้าจะไม่กล้าโกง ฮ่าๆๆๆๆ

 dscf0261

dscf0259

และเราก็มาถึง Dakshineswar Kali temple แล้ววว เราเจอแก๊งครอบครัวที่มาขอถ่ายรูปด้วย พอถ่ายรูปเสร็จก็มากอดเราแน่นๆทีนึง การกอดนี่เป็นภาษากายที่ดีเนอะ กอดรู้สึกอบอุ่นดีจังทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่พอกอดแล้วรู้สึกเหมือนพวกเค้าเป็นคนในครอบครัวเลย 🙂

 

ที่ Dakshineswar Kali temple เค้าไม่ให้ถ่ายรูปข้างในนะ เลยไม่มีรูปข้างในให้ดูเลย งี้ถ้าอยากเห็นคงต้องไปดูเองอะเนอะะ อิอิ แต่เรามีรูปจากข้างนอกให้ดูกัน ถ่ายตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตกพอดี

 dscf0273

พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้วเรายังเหลือที่ที่ต้องไปอีกตั้ง 1 ที่ ก็คือ Belur math โชคดีที่ไม่ไกลจากที่นี่มาก และสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปได้ ท่าเรือมีอยู่สองจุดนะคะ จุดแรกถ้าหันหน้าเข้า Kali temple จะอยู่ซ้ายมือ เดินตรงไปเรื่อยๆจนเจอแม่น้ำ

 dscf0289

ซึ่งตรงนี้ นานน๊านนนนนนนน เรือจะออกที (ชั่วโมงละครั้ง) เราก็เริ่มเอะใจแล้ว เพราะจำได้ว่าอ่านรีวิวมา มันออกทุก 10 นาทีไม่ใช่หรอออออ พอหันซ้ายหันขวา เห็นท่าเรืออีกท่าอยู่ขวามือไกลออกไป   หรือจะใช่……

 dscf0294

ทีนี้เลยยอมเสี่ยงวิ่งไปดู ซึ่งก็ไกลอยู่ค่ะ 55555 ส่วนพิกัดก็ถ้าหันหน้าเข้า kali temple ไปทางขวามือ เลาะแม่น้ำไปเรื่อยๆ จะเจอทางลงท่าเรือเองค่ะ และนี่แหละค่ะ ท่าเรือที่ถูกต้องงงง เรือออกทุกๆ 10 นาทีอย่างที่อ่านมาจริงๆ … เลยยอมทิ้งตั๋วเก่าแล้วมาขึ้นที่นี่ ดีที่ค่าตั๋วไม่แพง แค่ 10 รูปีต่อคนเท่าน้านนนน

พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง นั่งเรือข้ามฟากกันค่ะ

  dscf0299

dscf0319

dscf0332

 จะว่าไปก็ไม่ใช่ว่า แค่ข้ามฝั่งไปก็ถึงเลยนะคะ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่น่าเบื่อเลย นั่งกินลมชมวิวไปเรื่อย แถมบนเรือก็เจอครอบครัวคนอินเดียมาคอยชวนคุยอีก เราว่าคนที่นี่เค้าคุยเก่งมากนะ หาอะไรมาคุยมาถามกันได้ตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ทักกันผ่านๆตามมารยาท และพอเรามาถึงท่าเรือ ครอบครัวคนอินเดียที่คุยอย่างถูกคอกันบนเรือ ก็ชวนกินจาย แถมยังเลี้ยงพวกเราด้วย ใจดีมั้ยละ

กว่าเราจะมาถึง Belur Math ก็มืดแล้ว .. เสียดายที่เรามา Belur math ไม่ทันตอนที่ยังมีแสง หรือช่วงพระอาทิตย์ตก เพราะจริงๆแล้วที่นี่สวยมากกกกๆๆๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีกครั้งตอนที่ฟ้าสว่างกว่านี้

dscf0355

dscf0377

แต่เราโชคดีที่ได้มาตอนเค้ากำลังมีพิธีอะไรซักอย่าง (อันนี้ไม่แน่ใจเลยค่ะว่าพิธีอะไร มีทุกวันมั้ย) ถ้าเราเข้าไปใกล้เค้าจะห้ามใช้เสียง ห้ามถ่ายรูป เดินก็ต้องเดินให้เบาที่สุด ทุกอย่างบริเวณนั้นเงียบมาก และซักพักก็จะเริ่มมีเสียงสวดดังขึ้นมา เราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าบทสวดนั้นแปลว่าอะไร สวดเพื่ออะไร แต่แปลกที่ได้ยินแล้วก็ขนลุก ส่วนน้องที่ไปด้วยกัน ลองเข้าไปข้างในดู ข้างในจะนั่งแยกหญิงชาย น้องบอกว่าข้างในทุกอย่างดูศักดิสิทธิ์มาก ขนลุกมากจริงๆ

dscf0381

เราอยู่ที่นี่ไม่นานก็ต้องกลับ ส่วนวิธีกลับเราก็นั่งเรือข้ามฟากกลับไปที่เดิม และคราวนี้ก็… ซื้อตั๋วผิดอีกแล้ววววววววค่ะ คือถ้าหันหน้าไปท่าน้ำ จะเจอทางซ้ายที่เป็นที่ซื้อตั๋ว ตรงข้ามกับห้องน้ำ ซึ่งอันนั้นนนนคืออันที่เรือออกทุก 1 ชั่วโมง แต่ที่เราต้องไปเนี่ย คือด้านขวามือ ไม่ต้องซื้อตั๋วอะไร ไปจ่ายบนเรือค่ะ   และโชคดีของพวกเราอีกครั้งที่เจอครอบครัวอินเดียน่ารักคนเดิมเลย มาคอยช่วยพูดกับเจ้าหน้าที่ขายตั๋วให้ว่า พวกเราซื้อตั๋วผิด คืืนเงินให้พวกเขาไปเถอะ พวกเขาไม่รู้ ถือว่าเป็นของขวัญให้นักท่องเที่ยวนะ   เราเลยได้เงินคืนกันค่ะ ประทับใจมากๆ

dscf0353

หลังจากลงเรือ ครอบครัวอินเดียก็คุยกับเราไปตลอดทาง จนถึงอีกฝั่งของท่าน้ำ ซึ่งจริงๆเค้าจะกลับเลยก็ได้ แต่เค้าไม่กลับเพราะคอยช่วยเรียกรถแทกซี่ให้พวกเรา ช่วงเวลาที่เรากลับเป็นช่วง Rush hour พอดี บอกเลยว่ายากมากๆๆๆ แทกซี่แทบไม่ยอมรับซักคัน ถ้าขอให้กดมิเตอร์นี่เลิกหวังได้เลย จะนั่งรถเมล์ก็ไม่อยากเสี่ยง เพราะถ้าเกิดถึงช้ากลัวว่าจะตกเครื่องบิน ครั้งนี้เราเลยต้องยอมนั่งแทกซี่แบบราคาเหมา 200 บาท ราคานี้ได้ครอบครัวอินเดียใจดีช่วยเรียกให้ (เพราะถ้าเรียกเองนี่แพงกว่านี้อีกกกก)

ก่อนจะกลับไปเอาของที่ที่พัก (เค้ายอมให้ฝากของไว้ก่อนได้) เราแวะ South city mall เพื่อ shopping himalaya ก่อนกลับอีกครั้งงงงงงง ฮ่าๆๆๆ หน้าห้างเรามีจายแสนอร่อย เราเลยแวะกินจาย (อีกแล้ว) ถ้าใครมาลองแวะกินดู ชาหอมกลิ่น masala กำลังดีเยยยยย แก้วที่นี่ก็ใหญ่กว่าที่อื่นด้วยยย แถมโมโม่ร้านข้างๆ ก็อร่อยยยย

dscf0407

และข้างบนห้างก็มีฟู้ดคอร์ต อาหารให้เลือกหลากหลายมาก สะอาดและราคาไม่แพง เราลองกิน Dosa เป็นแป้งแผ่นใหญ่ ข้างในเป็นชีสสสสสสสส จิ้มกินกับน้ำแกง มีสองแบบให้เลือก คืออร่อยมากกกกกก คือเด็ดดดดดดดด

dscf0408

หลังจากนั้นก็ไปกวาด himalaya แต่ก็ต้องช้ำใจเมื่อพบว่า eye cream แสนโด่งดังหมดแล้วค่ะ ฮืออออ เมื่อวานยังเห็นอยู่หลายหลอด วันนี้หมดแล้ววว ถ้าใครมาอินเดียเจอ eye cream ก็ซื้อไว้เลยค่ะ อย่ารอช้าาาาา

ทำธุระเสร็จแล้วเราก็กลับไปเก็บของที่บ้านพัก โดยมี Saby เจ้าของบ้านใจดี ยืนรออยู่แล้ว พอขนของเสร็จเราก็เรียกแทกซี่โดยใช้แอพ Uber เราใช้เวลาเกือบ 45 นาทีก็ถึงสนามบินอย่างปลอดภัย กับค่าแทกซี่แค่ประมาณ 320 รูปีเท่านั้นนนน (ขามาโดนราคาเหมาหมดไปพันกว่ารูปี จะร้องง TT______TT)

dscf0416

จบทริปโกลกาตาแล้ว…. หลายอย่างของที่นี่ที่ทำให้เราต้องแปลกใจ โดยเฉพาะความใจดีและช่วยเหลือของผู้คน ซึ่งตรงนี้ น้องที่ไปด้วยกันบอกเราว่า คนอินเดียถือว่า ‘แขกคือพระเจ้า’ เค้าจะคอยช่วยเหลือ ดูแล และมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขก… ถ้าเราฟังประโยคพวกนี้ ก่อนที่จะมาที่นี่เราคงไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ …เราเชื่อสนิทใจ… เราก็เข้าใจนะถ้าเราไปบอกคนอื่นว่า “เฮ้ยยย อินเดียมันดีมากเลยนะ ผู้คนยิ้มแย้ม ชวนคุย เฟรนลี่มาก คอยช่วยเหลืออย่างดี ยังไม่โดนโกงเลย แล้วบ้านเมืองไม่เหม็น ไม่ได้สกปรกขนาดนั้น ไม่ต้องเดินไประวังเหยียบอึไป ไม่ต้องรีบเข้าบ้านหลังพระอาทิตย์ตก คือมันไม่ได้อันตรายอะไร เป็นประเทศที่น่าไปประเทศนึงเลย”…. ถ้าเราบอกแบบนี้กับคน 10 คน จะมีซักคนที่เชื่อเรามั้ยก็ไม่รู้ หรือแม้แต่เราเองถ้าฟังประโยคนี้ก่อนหน้านี้ จะเชื่อมั้ยนะ แต่การมาอินเดียครั้งนี้ ก็เปลี่ยนความคิดของเรากับอินเดียไปอย่างสิ้นเชิงเลย

อย่างว่า…. สุภาษิตที่ ‘สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น’ ก็ยังใช้ได้ดีเสมอ….

ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่เราเขียนก็ได้ เพราะสิ่งที่เราเขียนคือสิ่งที่เราได้สัมผัสด้วยตัวเอง มันคืออินเดียในแบบของเรา แต่ถ้าคุณไม่มา คุณก็จะรู้จักแต่อินเดียในแบบของเรา ในแบบของคนนู้น ในแบบของคนนี้… ถ้าคุณอยากมีอินเดียในแบบของคุณ คุณต้องมารู้จักอินเดียด้วยตัวเอง เพราะอินเดียของคุณกับของเราไม่เหมือนกันหรอก แต่เราก็ยังเชื่อนะว่า อินเดียที่คุณจะได้รู้จัก เค้าต้องน่ารักและใจดี ไม่แพ้อินเดียที่เรารู้จักแน่ๆ ❤

 15578632_398437940495909_8673951792519111707_n

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s