10 Hidden places in (and around) Taipei

นี่เป็นการมาไต้หวันครั้งที่ 3 ในเวลาเพียงแค่ 1 ปีนิดๆ  ครั้งแรกที่เรามา ตอนนั้นไต้หวันยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ หารีวิวอ่านยากมากกก บางทีต้องอ่านรีวิวต่างประเทศมาช่วย  แต่ก็ต้องยอมรับว่าไต้หวันโตเร็วมากจริงๆ ภายในแค่ปีเดียว ไต้หวันก็บูมขึ้นมามากกกก รีวิวผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ซึ่งทำให้ง่ายและสะดวกในการหาข้อมูลขึ้นเยอะเลย

แต่ครั้งนี้.. เราตั้งใจไว้ว่า จะลองไปที่ที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ค่อยรู้จักดูบ้าง โจทย์ของเราครั้งนี้ เลยเป็นการไปเที่ยวไต้หวัน แบบให้คนไต้หวันพาไป อาจจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวจ๋าแบบที่คุ้นเคย (จริงๆบางที่ก็อาจจะมีคนเคยไปหรือรู้จักอยู่บ้าง) แต่เชื่อเราเถอะว่าถึงไม่ใช่สถานที่แมสจัดๆ แต่ก็สวยไม่แพ้กันเลยนะ  และแล้วเราก็ได้มา 10 ที่ ….


1.ดูเครื่องบินติดขอบรันเวย์

เคยแหงนหน้ามองเครื่องบินแล้วเห็นเครื่องบินอยู่ใกล้สุดแค่ไหนคะ
ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นเครื่องบินเป็นเพียงจุดเล็กๆบนท้องฟ้า
แต่ที่นี่….   เราจะได้เงยหน้ามองเครื่องบินแล้วพบว่าเครื่องบินห่างจากหัวเราแค่นิดเดียวเท่านั้น

นี่เป็นหนึ่งใน hidden gem ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้ แต่คนไต้หวันส่วนใหญ่จะรู้จัก เพราะเป็นสถานที่ที่หนุ่มสาวชอบมาเดทกันนน ><    จริงๆ ไม่จำเป็นต้องหนุ่มสาวหรอก เราเห็นคู่คุณลุง คุณป้า ก็ยังมานั่งเดทกันที่นี่เลย


นอกจากเป็นสถานที่เดทแล้วยังเป็นสถานที่ที่เติมฝันและสร้างแรงบังดาลใจให้กับเด็กๆที่อยากเป็นนักบินด้วย เราเห็นพ่อแม่หลายคนพาลูกมาดูเครื่องบิน เดี๋ยวบินขึ้น เดี๋ยวบินลง พอเด็กๆเห็นเค้าจะดูตื่นเต้นกันมากกกก (อย่าว่าแต่เด็กเลย เราเนี่ยยังตื่นเต้นทุกครั้งที่เครื่องบินเฉียดหัว คือมันใกล้มากจริงๆ)  หรือแม้แต่วัยรุ่นบางคนก็ปั่นจักรยานมาที่นี่เพื่อรอดูรถเครื่องบินขึ้นและลง… บางทีนี่อาจเป็นการสร้างแรงฮึดให้เด็กๆเหล่านั้นก็ได้ว่า ‘ซักวันฉันจะต้องได้ขับเครื่องบินแบบนี้บ้าง’  ใครจะไปรู้ เด็กน้อยที่มานั่งดูเครื่องบินวันนี้ อาจเป็นคนเดียวกับกัปตันที่ขับเครื่องบินให้เราในอีกหลายปีข้างหน้าก็ได้นะ ☺

ส่วนใครไม่อยากนั่งรอแบบไม่มีจุดหมาย ก็โหลดแอพ Taipei songshan airport เอาไว้ดูมาเมื่อไหร่จะมีเครื่องบินมา landing อีก  บางครั้งก็ต้องรอเป็น 5 นาที 10 นาทีเลย แต่พอมาแล้วมันตื่นเต้นจริงๆนะ เราจะเริ่มเห็นตั้งแต่แสงจากไกลๆ เครื่องบินจะดูลำเล็กมากก แล้วก็จะค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนพอมาใกล้ถึงหัวเรา เราจะรู้สึกมันทั้งใหญ่และใกล้ หวาดเสียวดี 55555  นี่น่าจะเป็นครั้งที่เห็นเครื่องบินบินผ่านแบบใกล้ที่สุดแล้วแหละ แล้วตอนแรกเราตั้งใจว่าจะอยู่แค่ซัก 10 นาที ดูลำสองลำก็พอใจละ แต่ไปๆมาๆ อยู่ยาวววววไปชั่วโมงกว่าเลยค่ะ





ของจริงคือจะรู้สึกใหญ่และใกล้มากกกกก แทบจะรู้สึกเฉียดหัว  แล้วยิ่งถ้าเจอเครื่องบนลำใหญ่ๆ กำลังจะขึ้นนะ เค้าจะมีลมออกมาท้ายเครื่อง (เรียกไม่ถูก ฮ่าๆ) พึ่งรู้ว่าลมนั้นแรงมาก ขนาดเราไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนั้น เรายังแทบปลิว คือต้องหาอะไรเกาะ ไม่งั้นล้มมมมม  สนุกดี 55555

สำหรับวิธีมา ถ้ามาเอง อาจจะยากหน่อยเพราะไม่มีขนส่งสาธารณะไหนผ่านเลย อาจจะต้องนั่ง metro มาที่สถานี Songshan Airport (สายสีน้ำตาล) แล้วต่อแทกซี่เอา ลองยื่นรูปที่นี่ให้เค้าดูคนส่วนใหญ่จะรู้จัก แต่ถ้าไม่รู้ก็บอกว่าไปวัดเซินเต๋งกง แล้วเข้าซอยข้างวัด ตรงไปเรื่อยๆ จะอยู่ซ้ายมือเลยค่ะ


2. Yangmingshan  National park

อุทยานแห่งชาติหยางหมิงซาน เป็นอีกที่ที่อยากแนะนำให้มากัน เพราะว่าเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยมาก อากาศดี เดินทางง่าย เพราะใกล้ Taipei มาก  อุทยานนี้ใหญ่มาก ถ้าเอาจริงๆ เดินวันเดียวไม่หมดแน่นอน คนส่วนใหญ่เลยจะเลือกไปอยู่ไม่กี่จุด ที่คนชอบไปกันก็จะมีทุ่งหญ้าวัว  เดิน trekking ระยะสั้นแต่วิวดีมากกกก หรือใครเมื่อยๆ ก็มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติไว้แช่ขา หายปวดหายเมื่อยกันไป  แต่วันนี้จะพามาชมอีกจุดนึงที่คนอาจยังไม่ค่อยรู้จักกัน จุดนี้ชื่อว่า  “Longfenggu” ค่ะ




ตรงนี้มีศาลาให้ยืนชมวิว (และหลบหนาว)  หรือถ้าใครอยากเดินไปต่อก็เดินไปได้ค่ะ  เรามาช่วงปลายธันวา อากาศหนาวมาก ลมแรง สองข้างทางเป็นดอกหญ้าสูงๆ สวยงามมากค่ะ   แต่เห็นน้ำสีฟ้าสวยๆแบบนั้น จะบอกว่าอันตรายมากเลยนะคะ ห้ามลงไป กำมะถันแรงมาก (แต่เราเห็นเป็ดว่ายได้อะ งงเหมือนกัน 55555)



เดินเข้าไปลึกอีกนิดจะเจอจุดชมวิวอีกหนึ่งจุดค่ะ  ตรงนี้ดีมากกกกกกก  น้ำสีสวยมากจริงๆ เห็นแล้วอยากโดด แต่ไม่เอาดีกว่าาาา


ถ้าเดินแล้วเมื่อยๆ เดินไปข้างหลังอีกนิดนึง จะเจอบ่อน้ำพุร้อนเอาไว้แช่เท้า เผื่อใครเมื่อยๆเนอะ เราลองจุ่มมือลงไปแล้ว อุณหภูมิกำลังดีเลย เหมาะกับอากาศเย็นๆ แบบนี้ที่สุดดด แต่เสียดายวันนั้นเราไม่ได้แช่ ดั๊นน ใส่รองเท้าบูธกับกางเกงที่ถลกขึ้นยากเหลือเกินมาอีกกก


3.    เนินคู่รัก (ฉิง เหลิน กัว)

ถ้าได้ไป Yangmingshan แล้ว ที่นี่เป็นอีกที่ที่แนะนำให้แวะ เพราะอยู่ใกล้ๆกันเลย


ที่เราเรียกว่าเนินคู่รักเพราะ… คนไต้หวันเล่าให้เราฟังว่า หนุ่มสาวไต้หวันชอบขับมอไซขึ้นมาชมวิวเมือง Taipei กันบนนี้ ที่นี่พระอาทิตย์ตกสวยมาก วิวกลางคืนก็สวย  จริงๆก็คล้ายหนุ่มสาวเชียงใหม่ขับมอไซไปชมวิวบนดอยสุเทพนั่นแหละ แต่อันนี้ทางไปง่ายกว่าขึ้นดอยสุเทพอีก แล้วก็จะเห็นวิวไทเปทั้งเมืองเลย มันสวยมากกกกกก

และความแสบของหนุ่มไต้หวันคือ… เวลาขับมอไซขึ้นมาอากาศจะหนาวใช่มั้ยคะ หนุ่มๆเค้าจะแอบใส่ถุงร้อนไว้ในเสื้อ เอาไว้เวลาสาวๆซ้อนมอไซแล้วหนาวก็จะมากอดแล้วรู้สึกว่าา “อุ้ยยย ผู้ชายคนนี้อบอุ่นจังเลยยย” ก็จะยิ่งกอดแน่นขึ้น  555555  นี่ไม่ได้โม้นะ คนไต้หวันเค้าเล่าให้ฟังจริงจริงงงงงงง  และตามคาดค่ะ ขึ้นมาเจอแต่คู่รักเต็มไปหมด  หนาวด้วย มีแต่คนยืนกอดกันนน หึ้ยยย อิจฉาาาา ดูวิวดีกว่าาา!!!   (อ้อ จะบอกว่าที่นี่มีร้านกาแฟด้วยนะ เผื่อหนาว สั่งอะไรอุ่นๆมาทาน มีเค้กไรงี้ด้วย ฟินไปอี๊กกกกก)

อ่อแต่ที่นี่ไม่มีรถสาธารณะผ่านอีกแล้ว ถ้าจะมาแทกซี่ให้บอกคนขับแทกซี่ว่าไป Chinese Culture university  เลยค่ะ


4.    แช่ออนเซ็นที่ Beitou

ยังอยู่กันที่ route เดิมค่ะ ต่อเนื่องเลย หลังจากชมวิวเนินคู่รักเสร็จ อากาศหนาวๆ เห็นคู่รักกอดกันแล้วดูอบอุ่นก็อย่าได้แครรร์ค่ะ เราไปสร้างความอบอุ่นด้วยตัวเองโดยการไปแช่น้ำพุร้อนกันที่เมือง Beitou ดีกว่า  เมืองนี้ดังเรื่องน้ำพุร้อนมากกกกๆ มีให้เลือกหลายแบบหลายราคาเลยค่ะ  มีตั้งแต่แช่รวม  ห้องส่วนตัว แบบคนเดียว สองคน สามคน  ห้องส่วนตัวแบบมีเตียงอย่างกะโรงแรม เอาไว้นอนพักแล้วแช่ต่อ (เพราะมันไม่ควรแช่เกิน 15 นาทีต่อครั้ง ต้องขึ้นมาพักก่อน)


ส่วนออนเซนแบบที่เราเลือกเป็นแบบธรรมดาๆค่ะ ห้องส่วนตัวแบบแช่สองคน (ข้อดีของการแช่สองคนคือ ไม่ต้องแก้ผ้าก็ได้ ถ้าอายกันนะ5555 เพราะถ้าแช่บ่อรวมเราก็ต้องแก้ผ้าตามกติกาของเค้า)  ราคาก็จะไม่แพงมาก ห้องละ 500 NTD อยู่ได้ชั่วโมงนึงค่ะ
แต่บริเวณนี้มีหลายร้านหลายแบบมาก ลองเดินๆ ดูก่อนค่อยเลือกก็ได้ค่ะ

สำหรับเราคือฟินนนนมากกกกกๆๆ มาแช่ตอนค่ำๆ อากาศหนาวๆ นี่แบบ หืออออออ สบายยยยยสุดๆๆๆๆ ผ่อนคลายมาก คืนนี้ฝันดีแน่ๆเลยยย (อ้ออ แต่ด้วยความที่น้ำเค้ามาจากธรรมชาติ  ก็จะได้กลิ่นกำมะถันเบาๆด้วยนะคะ)


 

5.    Shrimp fishing

มาค่ะ จะชวนมาตกกุ้งกินกันน …  เดี๋ยวๆ กำลังจะบอกว่า ตกกุ้งก็ตกที่ไทยก็ได้ใช่ปะะะะ แต่แบบเฮ้ยยยมันต้องลองง มันไม่เหมือนกันนน

การตกกุ้งนี่เป็นกิจกรรมที่คนไต้หวันนิยมกันมากเลย  มันเป็นเหมือนกิจกรรมไว้นัดสังสรรค์กับเพื่อน อารมณ์แบบ คล้ายๆชวนเพื่อนไปร้องคาราโอเกะงี้แหละ แต่นี่มาตกกุ้งไง  ร้านตกกุ้งบางร้านเปิดกัน 24 ชั่วโมงเลยนะ แต่คนส่วนใหญ่ชอบมากันช่วง 3-4 ทุ่ม

วิธีก็คือ อย่างเราซื้อ 1 ชั่วโมง เค้าก็จะให้เหยื่อ กับเบ็ดมาาาา ( เบ็ดนึง 350 NTD ค่ะ สมมุติไปกัน 3 คนแต่ตกแค่คนเดียว ก็คือจ่ายแค่ 350 ตกได้ชั่วโมงนึง) เราก็ตกไป  ครบ 1 ชั่วโมง ตกได้กี่ตัวก็เอาไปกินได้เลย แต่ถ้าฝีมืออ่อน ตกไม่ได้หรือได้ตัวเดียว จะซื้อเพิ่มก็ได้ค่ะ 55555    นี่จะบอกว่าบางคนที่เค้าตกจริงจังหน่อย เค้าก็หาเหยื่อมาเองเลยนะ  กุ้งในบ่ออาจเบื่อไงเหยื่อเดิมๆ รู้ทันๆ

วิธีตก ก็คล้ายตกปลาเลยค่ะ ใส่เหยื่อกับเบ็ด โยนไป รอกุ้งกินเหยื่อ แล้วเอาขึ้นมา คนที่นี่พอตกได้เค้าจะเด็ดก้ามออก เพราะจะโดนหนีบแล้วเจ็บ แต่กลุ่มเราไม่กล้าเด็ดออก สงสารรร (แต่สุดท้ายแกก็กินมะะะ)

จนพอหมดเวลา กลุ่มเราตกได้….   3 ตัวววววว


ก็เอามากินกันได้เลยยยย  จริงๆ ตอนแรกสงสารมาก รู้สึกผิด กะจะไม่กินแล้ว แต่ไปๆมาๆ ชิมไปนิดเดียว เอ้าาาา อร่อยเฉย  เลยสรุปกินไป 1 ตัวเลย  คืออร่อยจริง เนื้อกุ้งหวานมาก สดมาก  แล้วเกลือเค้าที่เอามาโรยก็อร่อย ไม่เหมือนเกลือบ้านเรา บอกไม่ถูก เค็มแบบแปลกๆ แต่แปลกแบบอร่อยนะ

ส่วนนี่พิกัดร้านที่เราไปค่ะ
No. 13號, Section 3, Zhishan Rd, Shilin District, Taipei City, Taiwan 111
อยู่ไม่ไกลจากตลาดกลางคืน shilin เท่าไหร่ ถ้ากินกุ้งจากนี่ไม่อิ่ม ก็ไปลุยของกินที่ตลาดกลางคืนต่อได้เลยค่ะ


6. National Revolutionary Martyrs’ Shrine

“สถานที่สถิตย์ดวงวิญญาณวีรชนที่พลีชีพเพื่อชาติในสงครามต่อต้านญี่ปุ่น”

ที่นี่เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญที่หนึ่งของไต้หวันค่ะ คนที่ชอบสถานที่ประวัติศาสตร์น่าจะชอบ  แต่สำหรับวัยรุ่นที่ไม่อินประวัติศาสตร์ ก็มาดูสถาปัตยกรรมแบบจีนก็ได้ เราว่าสวยดี






อีกหนึ่ง Hilight ของที่นี่คือ การเปลี่ยนเวรยามของพี่ๆทหารค่ะ
ที่นี่พี่ทหารที่เฝ้าหน้าประตูจะเปลี่ยนเวรกันทุกๆ 1 ชั่วโมง แล้วเค้าไม่ได้เปลี่ยนเวรแบบเดินแปะมือ อะแกไปยืนแทนไรแบบนั้นนะ แต่จะมีการเดินแถวกันอย่างพร้อมเพรียงและสวยงามมาก

เส้นๆนี่เกิดจากการที่พี่ทหารเค้าเดินกัน รองเท้าเสียดสีกับพื้นจนเกิดเป็นเส้นค่ะ





การเดินเปลี่ยนเวรยามจะกินเวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงค่ะ  หลังจากนั้นก็จะไปประจำที่หน้าประตูเหมือนเดิม  ตอนยื่นหน้าประตูพี่เค้าจะนิ่งกันมาก เห็นเหงื่อไหล แดดส่องตาก็ทำอะไรไม่ได้   แต่พอเปลี่ยนเวรแล้ว ก็จะกลับมาใส่สูทซะหล่อเนี้ยบบบ แล้วคอยเดินดูความเรียบร้อยค่ะ

นอกจากนั้นข้างในโถงจะมีรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  อยู่นับพันรายชื่อเลยค่ะ

ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีหนุ่มสาวคู่นึงจากเมืองจีนที่ต้องผลัดพลากกันด้วยเหตุจากสงคราม.. หญิงสาวเฝ้ารอสามีของเธอให้กลับมาตลอดวันแล้ว วันเล่า จนสงครามจบลง  สามีของเธอก็ยังไม่กลับมา เธอรับรู้ได้ทันทีว่าสามีของเธอได้จากเธอไปตลอดกาลแล้ว ถึงแม้จะเจ็บปวดเหมือนหัวใจสลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปีให้หลัง เธอตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวใหม่อีกครั้ง เธอเล่าว่า “สามีของฉันดีกับฉันเหลือเกิน แต่อย่างไรฉันยังไม่สามารถลืม ‘เขา’ ผู้เป็นรักแรกของฉันได้  …. ไม่รู้ว่าป่านนี้ดวงวิญญาณของเขาจะสถิตย์อยู่แห่งหนใด”

ตลอดเวลาหลายสิบปีที่ เธอยังพยายามหามาตลอดว่าดวงวิญญาณเขาอยู่แห่งหนใด จนวันหนึ่งลูกชายของเธอได้พบว่ารายชื่อของเขา… ผู้เป็นรักแรกของเธอ อยู่ที่แห่งนี้ ‘National Revolutionary Martyrs’ Shrine’  เธอไม่รอช้าที่จะจองตั๋วเพื่อมาพบกับเขา เพราะนี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเธอ…. การได้มาพบกับรักแรก เป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อมาถึงเธอพบว่ามีแผ่นไม้จารึกรายชื่อของผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สองอยู่มากมายหลายพัน เธอค่อยๆ หาทีละชื่อ ทีละชื่อ เพียงเพื่อจะได้เห็นชื่อของเขาด้วยตาตัวเองซักครั้ง จนกระทั่ง..

“ ในที่สุด… เราก็ได้พบกันซักที ”

ประโยคที่เธอรอพูดมาหลายสิบปี วันนี้เธอมีโอกาสได้พูดแล้ว…  แม้ว่าวันเขาจะไม่ได้ยินก็ตาม

ตลอด 6 วันที่เธออยู่ที่ไต้หวัน เธอมาหาเขา เพื่อเล่าเรื่องต่างๆ ตลอด 70 กว่าปีที่ผ่านมา แต่เล่าอย่างไรก็คงเล่าไม่หมด…   วันสุดท้ายของการอยู่ไต้หวัน เธอมาหาเขาเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่ได้มีเรื่องเล่าอะไร มีเพียงประโยคสั้นๆว่า

“77 ปีแล้วนะที่เราจากกันมา มีเรื่องราวอีกตั้งมากมายที่อยากเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ฉันก็แก่มากแล้ว ปีนี้ก็อายุ 93 แล้ว คงไม่สามารถมาหา มาเล่าอะไรให้เธอฟังได้แล้วล่ะ….   ไว้พบกันใหม่ในชาติต่อไปนะ”

แปลมาจาก
http://m.appledaily.com.tw/realtimenews/article/new/20141212/522959/

https://m.youtube.com/watch?v=rSpMJB6ejYI

ถ้าไม่กลัวบ่อน้ำตาแตกก็กดดูได้เลยค่ะ ส่วนเรา กว่าจะแปลเสร็จ ปาดน้ำตาไปหลายรอบ

วิธีมาให้นั่ง metro มาลงสถานี Jiantan (สายสีแดง)  แล้วนั่งแทกซี่ต่อมาค่ะ


 

7.    Leofoo Village fun park

ที่ไต้หวันก็มีสวนสนุกเหมือนกันนะ ไม่ไกล Taipei ด้วย

เราซื้อทัวร์ one day ของบริษัท up to go  ในราคา 880 NTD (ซึ่งจะถูกกว่าไปซื้อที่หน้าสวนสนุกเองค่ะ ถ้าซื้อเองจะ 999NTD เลย)  พอซื้อทัวร์แล้ว ถึงวันเราก็ไปขึ้นรถบัส วิธีไปคือนั่ง metro สายน้ำตาลไปลง songshan airport เดินออกทางออก 3 จะเจอที่รอรถบัส ให้เราไปรอที่เบอร์ 5 เลยค่ะ  บัสเลข 5053 นะคะ  แล้วก็นั่งยาวๆ ไปจนสุดสายเลย (ใช้เวลาประมาณ 2 ชัวโมงค่ะ)  ที่นั่งสบายดีค่ะ เราหลับยาวเลย ตื่นมาอีกทีก็มาถึงแล้วววววว~~~~


ที่นี่แบ่งออกเป็น 4 โซนนะคะ เดี๋ยวพาไปทีละโซน

โซนแรก คือโซน wild west  จะตกแต่งเป็นตีมคาวบอย มีร้านของฝากอยู่หลายร้าน มีโซนให้ถ่ายรูปเล่นด้วยค่ะ



ส่วนเครื่องเล่นในโซนนี้ที่น่าสนใจก็จะมี
Old Oil Well ค่ะ คล้ายๆกับไวกิ้งตีลังกาแหละ  หมุนๆๆๆ แกว่งๆ วนไปมา มีตีลังกาด้วยเตือนว่า…อย่าเล่นตอนกินอิ่มนะคะ

ส่วนอันนี้ไม่รู้เรียกว่าอะไร เราเรียกว่า รถไฟเหาะเด็กน้อยแล้วกัน 55555  ก็มันเป็นรถไฟเหาะแบบสั้นๆ ไม่มีตีลังกาด้วย เล่นน่าจะแค่นาทีเดียวเองมั้ง ก็เสร็จละ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับไม่น่ากลัวเลยนะคะ ก็เสียวๆ  คนที่กลัวรถไฟเหาะตีลังกา มาลองอันนี้ก่อนก็ได้ค่ะ ไหวอยู่

ต่อมา …  “ถังหมุน”   เป็นเครื่องเล่นที่นั่งบนถัง แล้วเราก็คอยหมุนๆๆพวงมาลัย โคตรมึนหัวเลยค่ะ 555555  อันนี้เป็นอีกเครื่องเล่นที่อย่าได้เล่นตอนกินอิ่ม

และเครื่องเล่นที่พีคที่สุดของโซนนี้ (พีคที่สุดของที่นี่เลยก็ว่าได้) คือ  Screaming Condor ค่ะ !!!!  เป็นเครื่องเล่นรูปตัว U  ที่แบบบ…..  ฝั่งนึงมันดิ่งงงงงง 180 องศาเลยยยย ปกติเจอแบบโค้งๆซักหน่อย นี่มันตรงแด่วเลยอะะะะ  แล้วอีกฝั่งก็เป็นทวิสอีก โอยยย แล้วเร็วมากกก ออกตัวแบบไม่ทันตั้งตัว ขึ้นไปสูงมาก เร็วมาก ไปมาแบบนี้อยู่ 2-3 รอบ กรี้ดสุดเสียงเลยอะ ไม่เคยกรี้ดดังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกเหมือนใจจะขาด ถีบเก้าอี้คนข้างหน้าไป 10 รอบ (กราบขอโทษ)  เล่นเสร็จลงมาขาสั่น น้ำตาคลอ พูดอะไรไม่ออก 5555555555  ถามว่ามันสนุกมั้ยก็สนุกกกก แต่ถ้าถามว่าเล่นอีกมั้ย… ไม่เอาแล้ววววววววววว  ครั้งเดียวในชีวิตพอ คือตั้งแต่เล่นเครื่องเล่นมา อันนี้แหละน่ากลัวที่สุดแล้ว  แต่ถ้ามาก็ลองเล่นเถอะ เครื่องเล่นนี้นะเกม Running man เค้ายังมาเล่นกันเลยยยย เคยดูกันป๊าววววว



มาโซนต่อไปค่ะ South Pacific  ซึ่งตีมก็ตามชื่อเลยค่ะ แปซิฟิกใต้ แต่งแบบชนเผ่าๆ มีต้นปาล์มเยอะๆ ตกแต่งแบบเหมือนอยู่บนเกาะ


ส่วนเครื่องเล่นของโซนนี้ที่น่าสนใจก็จะมี Mighty Mountain Flume Adventure คล้ายๆ supersplash นี่แหละค่ะ แต่ความสนุกคือถ้าเราไม่อยากไปเล่นให้เปียกเอง เราก็แกล้งเพื่อนที่กำลังเล่นอยู่ได้ โดยการหยอดเหรียญแล้วกดปุ่มมม ตู้มมมม จะมีระเบิดจากใต้น้ำ ให้คนบนเครื่องเล่นเปียกกันอีกรอบค่ะ

ส่วนอันที่พีคสุดของโซนนี้คือ Pagoda’s Revenge  เป็นเครื่องเล่นที่น่ากลัวอันดับ 2 ของที่นี่เลยค่ะ ตัวเครื่องเล่นก็เหมือน giant drop เลยค่ะ ความสูงเท่ากับตึก 17 ชั้น!!!!  โชคดีมากกกกกกกกกกที่ตอนเราไปเครื่องเล่นนี้ปิดปรับปรุง ไม่งั้นเราโดนลากไปเล่นแน่ๆ (ไ่ม่มีรูปให้ดูนะคะ เพราะว่ามันปิด)  แต่อันนี้สารภาพว่าใจไม่ถึงจริงๆค่ะ ถ้าสำหรับเรานะ อันนี้น่ากลัวว่า Screaming Condor อีกค่ะ

นอกนั้นก็จะเป็นเครื่องเล่นเบาๆ สำหรับเด็กๆแล้วค่ะ


โซนต่อไป Arabian Kingdom  เข้ามาแล้วเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในเรื่องอลาดินเลย ชอบมากๆ โซนนี้สวยค่ะ ถ่ายรูปสนุกเลย

ส่วนเครื่องเล่นน่าสนใจของโซนนี้นะคะ ที่ 1 ยกให้ Ring of Fire เลย เป็นคล้ายๆรถไฟเหาะตีลังกา แต่มันตีลังกาตลอดเวลาเลยค่ะ เพราะมันเป็นวงกลม ดูจากข้างนอกเหมือนจะน่ากลัว แต่พอเล่นแล้วสนุกดีค่ะ เราว่าน่ากลัวน้อยกว่า Screaming condor และ Pagoda’s Revenge นะคะ ระดับความเสียวและน่ากลัวกำลังสนุกดีค่ะ อยากเล่นอีกรอบเลย




ข้างๆกันจะมีเกมห้องเลเซอร์ค่ะ อารมณ์เหมือนที่เห็นในหนังเลย เข้าไปในห้องจะมีเลเซอร์เป็นเส้นๆ เราจะต้องไปกดปุ่มปิดเลเซอร์นี้ให้ได้โดยห้ามโดนเลเซอร์  มีระดับความยากง่ายให้เลือกนะคะ แต่แนะนำว่าเลือกอันยากสุดไปเลยค่ะ เพราะขนาดระดับกลางยังง่ายเกิ๊นนนนน

ถัดมาจะมีม้าหมุนค่ะ น่ารักมากกกกกกกกกๆๆๆๆ  เด็กๆต้องชอบแน่ๆ เลย  ส่วนเราชอบมาถ่ายรูปค่ะ 555 ยิ่งตอนเริ่มเย็นเค้าจะเปิดไฟนะ ยิ่งสวยยย

Flying  Carpet  ก็ตามชื่อเลยค่ะ พรมลอยได้…  เครื่องเล่นจะคล้ายๆพรม แล้วก็ลอยไปลอยมา ไม่น่ากลัวเลยค่ะ แต่เหมือนได้ชมวิวของโซน Arabian Kingdom  ซึ่งสวยมากกๆ เราเล่นสองรอบเลยค่ะ วิวตรงนี้สวยจริงๆ อยากให้ได้เห็น




มาถึงโซนสุดท้ายกันค่ะ นั่นคือ African Safari

พูดถึงซาฟารีเราก็คงนึกถึงสวนสัตว์ใช่มั้ยคะ ถูกต้องแล้ว โซนนี้มีแต่สัตว์เต็มไปหมดเลย




ส่วนอันนี้เป็นเครื่องเล่นคล้ายๆ ปั่นจักรยานชมสวนสัตว์จากข้างบนค่ะ แต่โซนนี้จะเป็นลิงกับนกซะเยอะค่ะ ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมามากค่ะ ซูมไม่ถึง 555555



อีกโซนเป็นนั่งรถเข้าไปในซาฟารีค่ะ ก็จะมีเสือ สิงโต ลิง แรด แล้วก็อีกหลายอย่างเลยค่ะ



หมดแล้วค่ะ ที่นี่ถือว่าเครื่องเล่นไม่ได้เยอะจนเล่นไม่หมด แต่ก็ไม่ได้น้อยจนเกินไปค่ะ ใช้เวลาเล่นทั้งหมดประมาณ 1 วันพอดีๆเลย เรามาวันธรรมดา คนไม่เยอะมาก ต่อคิวเครื่องเล่นแค่แปบๆ ก็ได้เล่นแล้วค่ะ  แต่เครื่องเล่นส่วนใหญ่ไม่ได้หวาดเสียวพอจะสู้กับ lotte world หรือ Six flag อะไรแบบนั้นหรอกค่ะ อันนี้จะเป็นสวนสนุกสำหรับ เด็ก , ครอบครัว และวัยกำลังจะวัยรุ่น อารมแบบประถม มัธยม มาเป็นก๊วนๆ กำลังดีเลย  แต่ก็จะมีเครื่องเล่นหวาดเสียวอยู่บ้างพอให้หายอยาก   เอาเป็นว่า ถ้ามีเวลาว่างก็ลองมากันนะคะ


8.    Qianshui Bay

จุดนี้เป็นทางผ่านไป Hualian ค่ะ  คนส่วนใหญ่ตรงไปฮัวเลียนเลย แต่เราแวะที่นี่ก่อน  วันที่เราไปตรงกับ 1 มกราคม เป็นวันปีใหม่พอดี คนเลยเยอะหน่อย แต่เราชอบที่นี่มากเลยนะคะ

ที่นี่เป็นทะเลก็จริงแต่เราไม่ค่อยเห็นคนเล่นน้ำกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะทำกิจกรรมบนชายหาด เล่นทราย เล่นว่าว พาสัตว์เลี้ยงเดินเล่น นั่งสวีทริมหาด







หรือใครไม่อยากเปื้อนทราย ริมหาดจะมีร้านอาหารและคาเฟ่เต็มไปหมด แต่ละร้านบรรยากาศดี น่านั่งมากกก ยิ่งวันไหนอากาศดีๆนะคะ นั่งโซน outdoor จิบโกโก้ร้อนๆ ชมวิวทะเล หูยยยยย ฟินนน





ส่วนอันนี้แถมนิดหน่อย เป็นวิวระหว่างทางจาก Qianshui bay ไป Hualian นะคะ และสงสัยวิวข้างทางจะสวยไปหน่อย ทำให้ไป Hualien ไม่ทัน สุดท้ายเลยจอดดูพระอาทิตย์ตกข้างทางแทน แต่ก็สวยไม่แพ้กันเลยค่ะ





9.    Camping Bali Xinbei

นี่เป็นอีกหนึ่งที่พัก Hidden gem ของไต้หวันเลยค่ะ เป็นที่พักสไตล์ camping  แต่ละหลังจะมีลักษณะเป็น ball tent ติดแอร์ ข้างบนเต็นท์จะใสๆ นอนดูดาวจากบนเตียงได้เลยยยยยย
เสียดายมากที่เราไม่ได้พักที่นี่ เพราะมันเต็มค่ะ ถึงคนไทยจะไม่ค่อยรู้จัก แต่สำหรับคนไต้หวันที่ชอบ camping แล้ว ที่นี่ดังมากๆค่ะ  ถ้าอยากพักที่นี่ต้องจองล่วงหน้านานหน่อย (อ้อ แต่เห็นว่าเค้ามีแพลนจะมาเปิดที่ไทยอยู่นะคะ แต่คงอีกซักพักใหญ่ๆ)




10.    หมู่บ้านทหารเก่า “ซื่อ ซื่อ หนัน ชุน” ความเก่าแก่ใจกลางเมืองใหม่

ที่นี่มีชื่อเรียกง่ายๆอีกชื่อนึงว่า “Military village ค่ะ”  แต่ถ้าคนไต้หวันเค้าจะเรียกว่าซื่อซื่อหนันชุน เป็นหมู่บ้านทหารเก่าที่ปัจจุบันไม่มีคนอยู่แล้วค่ะ และกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม  และกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแทนค่ะ ที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปหลายมุมเหมือนกัน แล้วก็มีแกลอลี่ให้ชมงานศิลปะ มีคาเฟ่น่ารักๆ แล้วก็มีร้านไอติมด้วยค่ะ







ส่วนถ้าใครมาวันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีตลาด “simple market” ที่มีสินค้าจากชาวบ้านมาวางขายด้วยนะคะ เช่น อาหารโฮมเมดท้องถิ่น น้ำผึ้ง ของแฮนเมดกระจุกกระจิก มาซื้อกลับไปเป็นของฝากก็ได้ด้วยค่ะ (เสียดายที่เราไม่ได้มาวันที่มีตลาด ไม่งั้นได้ละลายทรัพย์แน่ๆ)




ถ้าอยากมา มาง่ายค่ะ อยู่ไม่ไกลจาก Teipei 101 สามารถนั่ง mrt สายสีแดงมาลง Taipei 101 world trade center และออกทางออก 2 เดินมาอีกนิดเดียวก็ถึงแล้วค่ะ


ครบแล้วค่ะ 10 สถานที่  Hidden places ในไทเป ลองไปที่ๆไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวจัดๆ แบบนี้บ้างก็ได้นะคะ  แต่หลายๆที่ในนี้อาจจะไปยากซักหน่อย เพราะไม่มีรถประจำทางผ่าน วิธีเดินทางเลยอาจจะต้องพึ่ง Taxi  หรือเราอาจจะนั่งไปลงใต้ดินให้ใกล้ที่สุดแล้วต่อ Taxi เพื่อประหยัดงบก็ได้ค่ะ  หรือจะอีกวิธีนึงคือซื้อทัวร์ค่ะ   ทัวร์แบบที่เฟิร์นไปครั้งนี้ชื่อว่า uptogo  ความพิเศษคือเราสามารถเลือกจากทัวร์ที่เค้ามีอยู่ให้ตรงตามความต้องการของเราได้ หรือจะบอกความต้องการของเราไปแล้วให้เค้าจัดทริปให้เราก็ได้ มีรถมีคนขับให้ด้วยยย!!  ใครสนใจลองเข้าไปดูวิธีใช้เว็บตามลิ้งนี้เลยค่ะ (แอบกระซิบว่ามีโค้ดไว้ใช้ลดราคาด้วยน้าาาาา)

https://bivoyages.wordpress.com/?p=1150&preview=true

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s