48 Hours in Singapore

พอเข้าสู่วัยทำงาน หลายๆคนชอบเจอปัญหา ‘วันลาหมด … อดเที่ยว’ หรือบางทีวันลาเราไม่หมด แต่เพื่อนที่จะไปด้วยดั๊นนนใช้วันลาหมดไปแล้ว ชวนไปก็ได้คำตอบว่า ‘ลาไม่ได้แล้วอะแกกก ถ้าลาอีกเหลือแค่ลาออกแล้ววว’

แล้วถ้าเราจะชวนไปเที่ยวสิงคโปร์แบบไม่เบียดเบียนวันทำงาน ไม่ต้องลางาน ใครยังเรียนอยู่ก็ไม่ต้องโดดเรียนด้วย จะโอมั้ย.. เพราะครั้งนี้เราจะใช้เวลาเที่ยวสิงคโปร์ แค่ ’48 ชั่วโมง’ แต่ได้ทั้งเที่ยวทั้งกินตั้งหลายที่แน่ะ สนใจมั้ย?

ลองมาดูกันว่า 48 ชั่วโมงนี้เราได้ทำอะไรบ้าง ถ้าดูแล้วอยากไปก็ส่งลิ้งเพื่อนที่ชอบอ้างว่าวันลาหมด ชวนแฟน ชวนพ่อแม่ ไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วยกันเถอะ


เราเดินทางโดยสายการบิน ThaiAirAsia   ออกจากดอนเมือง 7:10 นาที ไปถึงสิงคโปร์เวลา 10:25 นาที ดูสิ ยังเหลือเวลาเที่ยวอีกทั้งวันเลยยย!

Fort caning park

ที่นี่เป็นสวนสาธารณะที่ออกมาจากตัวเมืองนิดหน่อย (แต่ยังถือว่าอยู่ใกล้เมืองมากๆ อยู่) สามารถนั่ง MRT มาได้ มีจุดเด่นคือเป็นสวนสาธารณะที่มีอุโมงค์ต้นไม้ ร่มรื่นดี ถ่ายรูปออกมาก็สวยงามม

วิธีมา นั่ง MRT มาลงที่สถานี Dhoby Ghaut MRT station แล้วออกทางออก B เดินมาเจอห้าง Park mall ข้ามถนนไปเลย แล้วเดินไปทางซ้าย เดินนตรงงงงงไปเรื่อยๆ จนเจอบ่อน้ำหัวมังกร ด้านขวาเป็นบันได ด้านซ้ายเป็น slope ให้ไปทาง slope ค่ะ แล้วเดินตรงไปจนเจออุโมงค์ ก็เข้าอุโมงค์โลดดด ก็จะเจอแล้วค่ะ…

จริงๆ ที่นี่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ไหนๆมาแล้วก็มาเถอะค่ะ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยเก๋ดี

 


Sea Aquarium

 

ที่นี่อยู่ข้างกันกับ Universal เลยค่ะ ใจจริงก็อยากเล่นเครื่องเล่นเนอะ แต่ในเมื่อเรามีเวลาแค่ 48 ชั่วโมง ถ้าเล่นเครื่องเล่นคงเสียเวลามากหน่อย เลยคิดว่าถ้างั้นเราเดินเล่น Aquarium ดีกว่า

บอกตรงๆ ว่าตอนแรกเราก็ไม่ได้อินซักเท่าไหร่ แต่เพื่อนๆอยากไปบอกว่าเป็น Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดเลยนะะะ!! อะเราก็ไปได้ แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นว่าเพื่อนเดินเสร็จจนออกไปกันแล้ว เรายังมัวแต่เดินเพลินจนลืมเวลาเลยค่ะ

 

ที่ชอบมากๆ ก็จะมีปลากระเบนค่ะ คือรู้สึกเหมือนเค้ายิ้มให้เราตลอดเลย เค้าดูอารมณ์ดี เราก็อารมณ์ดีตาม เวลาเจ้ากระเบนว่ายมาเราก็จะทักทายด้วยเสียงสองว่า “สวัสดีเจ้ากระเบนนนน ” พร้อมโบกมือทักทาย

 

กับอีกโซนทีชอบคือแมงกระพรุนค่ะ มีหลายสายพันธ์มาก มีทั้งน่ารักๆ เหมือนเยลลี่เด้งดึ๋ง แล้วก็ตัวเรืองแสงแดงๆ มองไปมองมาทำไมนึกถึงผู้คุมวิญญาณเรื่องแฮรี่ เลยยยย ฮ่าาาาๆๆ

 

จริงๆ ยังมีอีกหลายโซนเลยแหละ ใครชอบสัตว์น้ำลองมาดูกันนะ มันก็ยิ่งใหญ่อลังการอยู่ เดินเล่นได้เรื่อยๆ ค่าเข้าคนละ 28 เหรียญ

ส่วนวิธีมาก็นั่ง MRT มาลงที่ Habourfront  ที่ห้าง Vivo City ก่อน แล้วเดินขึ้นไปชั้นบนของห้าง จะเจอรถไฟฟ้า Sentosa Express ราคาตั๋ว $4 เป็นตั๋วแบบไป-กลับ หรือจริงๆ ถ้าใครชอบเดิน จะเดินไปก็ได้นะ แต่แอบไกลนิดนึงงงง   แล้วเราก็จะลงที่สถานีแรกคือ Waterfront เดินไปจะเจอลูกโลกสัญลักษณ์ประจำของ Universal มองตรงไปอีกก็จะเจอ S.E.A. Aquarium แล้วค่า

          


Supertree Grove at Garden by the bay

หลายๆคนน่าจะพอคุ้นชื่อ Garden by the bay กันอยู่บ้างแล้ว มันคือสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ที่มีต้นไม้หลากหลายสายพันธ์จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งพืชเมืองหนาว ทะเลทราย พืชที่เติบโตในที่ชื้น ใครชอบดอกไม้ ต้นไม้สวยๆ หรือแปลกๆ น่าจะชอบนะคะเพราะมีเยอะมาก

การเดินทางสามารถเดินทางโดยนั่ง MRT มาลงที่ Bayfront ทางออก Gardens by the Bay แต่ไม่ได้ถึงโดมเลยนะคะ จะเจอทางเดินที่เป็นสวนก่อน ใครอยากเดินเพลินๆ ก็เดินได้ค่ะ ประมาณ 5-10 นาที แต่ถ้าใครไม่ไหว ก็มีรถ shuttle bus ค่ะ

 

พอตอนกลางคืน จาก Garden by the bay เดินออกมาข้างนอก ตามป้ายที่เขียนว่า Supertree Grove ที่นั่นจะมีการแสดงแสงสีเสียงค่ะ คือมีเพลงให้ฟังเพลินๆ กับสีของ Super tree ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามเพลง ตรงส่วนนี้ ฟรี ไม่เสียเงินค่ะ มีเพลงเพราะๆ หลายเพลงเลยนะ มีเพลงไทยด้วยย แต่ไม่บอกว่าเพลงอะไร ต้องไปฟังเองงง เราว่าโอเคเลย สวย เพลงเพราะ เพลินมาก การแสดงจะมีแค่สองรอบนะคะ คือ 19:45 และ 20:45 ค่ะ

ขากลับสามารถเดินกลับไปห้าง Marina Square….. ได้ จะเจอวิวนี้ สวยเนอะ


Marina Barrage

Marina Barrage อยู่ใกล้กับ Garden by the Bay เลยค่ะ วิธีมาเหมือนกันเลย พอมาถึง Garden by the Bay แล้วเดินเลียบแม่น้ำมาเรื่อยๆ แล้วก็เดินตามคนอื่นมาเรื่อยๆ ก็จะถึงแล้วววว

ที่นี่เป็นเขื่อน ที่มีสวนสาธารณะอยู่ข้างบน ให้คนได้มานั่งเล่น วิ่ง Jogging ออกกำลังการ เล่นว่าว และชมวิวได้ มาเย็นๆนะคะ อากาศกำลังดี บรรยากาศก็ดี มาดูพระอาทิตย์ตกได้ ใครที่ไปเดินเล่น Garden by the Bay แล้วอยากดูไฟที่ Supertree ต่อ ก็มานั่งเล่นที่ Marina Barrage รอเวลาก็ได้ค่ะ

ชอบที่นี่มากถึงมากที่สุดดดดดดดดด ถ้าได้มาสิงคโปร์อีกก็จะมาอีก


ทานข้าวมันไก่ Wee Nam Kee

ข้าวมันไก่เจ้าดัง ที่มีหลายสาขา …

ครั้งนี้เราเลือกทานบนห้าง Marina Square อยู่ไม่ไกลจาก Garden by the Bay ค่ะ สามารถเดินเลียบแม่น้ำมาได้ ร้านนี้จะอยู่ชั้น 4 นะคะ เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาเจอเลย

สั่งไปหลายอย่างเหมือนกันค่ะ ก็มี White Chicken , Roasted Chicken , Soya Chicken, Fragant Rice , Roast pork , Baby Kai Lan และ Soup of the day คือสั่งกันเยอะมากกกกๆ เพราะเลือกไม่ถูก 555555 ความคิดเราไก่ก็นุ่ม เนื้อแน่นดีค่ะ แต่ที่ชอบที่สุดไม่ใช่ไก่ แต่คือ “หมูกรอบ” คือแบบ กรอบมากกก อร่อยมากกกกก เอาเข้าปากแล้วหันมาทำตาโตใส่กันเลย ทำไมอร่อยแบบนี้ !!! ถ้าได้ไปต้องสั่งนะคะ The must!


Singapore Flyer

ครั้งนี้ตื่นเต้นมากกกก เพราะจะได้ชมวิวเมืองแบบ 360 องศา จากบน Singapore Flyer เย้!!

ความน่าตื่นเต้นคือชิงช้าสวรรค์นี้เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก โดยเทียบเท่ากับตึก 42 ชั้นนน อาจฟังดูน่ากลัว แต่แคปซูนเค้าคือดีมาก ใหญ่และปลอดภัย สามารถมองวิวเมืองได้รอบด้านเลยค่ะ รอบนึงใช้เวลาประมาณ 30 นาที ชมวิวกันอย่างจุใจ ส่วนค่าขึ้น ผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 33 SGD ค่ะ เด็กจะอยู่ที่ 21 SGD

ช่วงเวลาที่เราแนะนำคือช่วงเย็น มาดูพระอาทิตย์ตกบนนี้รับรองว่าสวยมากกกๆ หรืออีกช่วงเวลาคือช่วงกลางคืนค่ะ มาชมวิวเมืองกลางคืน มีไฟทั้งจาก Garden by the bay เห็น Supertree grove สะพาน Helix และไฟในเมืองที่ส่องสว่างจากความสูง 165 เมตร แบบนี้ คือสวยมากกก อย่างพีคคคค

ส่วนวิธีมา ให้นั่ง MRT มาลง Promenage (CC4) และเดินออกตรง Exit A เดินต่อไปอีก 5-10 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ แต่ถ้าใครจะไปรูทเดียวกับเรา คือดูไฟที่ Super tree grove ก่อน แล้วค่อยมาขึ้น Singapore Flyer ก็สามารถเดินมาได้นะคะ ไกลนิดหน่อย แต่ตอนกลางคืนเดินได้เรื่อยๆ สบายๆค่ะ

จะเดินผ่านสะพาน Helix ด้วย แถมวิวจากสะพาน Helix นิดนึงค่ะ


Michelin star foods แบบ Hawker Style

ร้านนี้ชื่อว่า “Hill Street Tai Hwa Pork Noodle”

เป็นร้านบะหมี่หมูต้มยำโบราณ ที่ได้รางวัล Michelin star แต่ราคาสามารถจับต้องได้ เพราะจัดว่าเป็น Hawker Food ราคาก็จะถูกลงมาจากร้านอาหารทั่วๆ ไปค่ะ

ร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากสำหรับคนสิงคโปร์ค่ะ พีเราบอกว่าถ้ามาช่วงเช้าหรือเที่ยงนะ คนแน่นมากกกก รอนานมากๆๆ กว่าจะได้กิน เราเลยมาประมาณ 10 โมง กะว่าให้คนกินตอนเช้ากันไปให้เสร็จก่อน คนก็ยังเยอะอยู่ดีนะ แต่ไม่มาก

เมนูที่ให้เลือกมีไม่ได้หลายหลายมาก ก็จะมีกินเล่นแบบปลากรอบ ซุปซาหร่าย ซุปลูกชิ้น แล้วก็บะหมี่อีกสองอย่าง แต่ที่ดังและคนสั่งกันเยอะ จะเป็น Gan mian

ถ้าถามเรา Gan mian ก็จะคล้ายๆกับบะหมี่หมูต้มยำแหละค่ะ แต่รสชาติไม่ได้เหมือนต้มยำบ้านเรา รสชาติเค้าจะเปรี้ยวๆ กลิ่นจิ๊กโฉ่ว แล้วก็พริกเผาจีน เครื่องให้เยอะดีค่ะ มีทั้งหมูชิ้น หมูสับ เกี๊ยว ลูกชิ้น ตับ ปลากรอบ

ส่วน Guo Tiao Tang เป็นบะหมี่น้ำ ถ้าใครไม่ชอบทานเปรี้ยว ไม่ชอบกลิ่นจิ๊กโฉ่ว น่าจะชอบชามนี้มากกว่านะคะ

ของกินเล่นจะเป็นปลากรอบก็กรอบๆเค็มๆดีค่ะ

โดยรวมเราว่ารสชาติใช้ได้ค่ะ แค่เราอาจจะไม่ชอบกลิ่นจิ๊กโฉ่วเท่าไหร่ ด้วยความที่ไม่ชินมั้งคะ แต่เราอยากให้มาลองกันเองมากกว่า เรื่องการกินนี่ความชอบส่วนบุคคลมากๆ ถึงเราจะไม่ถูกปาก แต่หลายคนก็ชอบกันมากกๆ ค่ะ

วิธีมาให้นั่ง MRT มาลงสถานี Lavender ทางออก Exit A ร้านจะอยู่ ในศูนย์อาหารเล็กๆใต้ Apartment เบอร์ 466 ฝั่งตรงข้ามโรงแรม V Hotel Lavender

 


Bali lane – Haji lane – Arab street

 

อันนี้เป็นเหมือนย่านชิลลๆ ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟและสตรีทอาร์ตและกราฟิตี้เจ๋งๆ และตึกสีสันๆ เต็มไปหมด มาถ่ายรูปเล่นก็ได้ หรือใครอยากจะนั่งทานกาแฟ แถวนี้ก็เยอะมากเลยค่ะ

วิธีมา นั่ง MRT มาลง Bugis ทางออก B ขึ้นมาจะเจอ Raffles Hospit แล้วเราก็เดินข้ามฝั่งไปก็จะเป็น Bali lane , Haji lane และ Arab street ทั้งหมดอยู่ถัดกันแค่อย่างละซอยค่ะ ส่วนถ้าใครกิน Tai Hwa Pork Noodle ก่อน สามารถเดินมาได้ โดยเดินออกมาตรงถนนใหญ่ จะเจอ North bridge Rd. ข้ามถนน แล้วเดินไปทางขวา ตรงอย่างเดียวยาวๆ ก็จะถึงค่ะ แล้วแต่เราเลยว่าอยากเข้าซอยไหนก่อน

สุดท้ายเรามานั่งร้านนี้ค่ะ “Juice Clinic” อยู่ในซอย Haji lane สั่ง Banana Lassi กับ โกโก้ปั่น

Banana Lassi เราว่ายังเฉยๆ แต่โกโก้ปั่น อร่อยค่ะ


Singapore City Gallery

เคยได้ยินว่าผังเมืองของสิงคโปร์เป็นระเบียบมาก แต่ก็นึกภาพไม่ออก จนได้มาเห็นด้วยตาตัวเองนี่แหละ

ที่นี่เป็น Gallery ที่บอกเล่าความเป็นมาตั้งแต่เริ่มวางผังเมือง ตั้งแต่เมืองยังไม่มีอะไรเลย เป็นแค่เมืองท่าเก่าแก่ และพัฒนามาเรื่อยๆจนเป็นเมืองที่ทันสมัยและมีผังเมืองที่เป็นระเบียบแบบทุกวันนี้ แต่เค้าไม่ได้หยุดแค่ปัจจุบันนะคะ เค้ามีแนวทางที่จะพัฒนาเมืองต่อไปในอนาคตให้ดูด้วยค่ะ เจ๋งมาก มีให้ดูทั้งแบบรูปภาพ และโมเดลจำลองหลายสเกล ทั้งเล็กและใหญ่

ส่วนชิ้นนี้เป็นผลงานของ Stephen Wiltshire เป็นศิลปินชาวอังกฤษ ที่เป็นออทิสติก คนเดียวกับที่เคยขึ้นเฮลิคอปเตอร์วนรอบ Newyork แล้ววาดรูป Newyork ออกมาจากความทรงจำนั่นแหละค่ะ คราวนี้คุณ Stephen Whiltshire ก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์วนรอบเมืองและวาด Singapore จากความทรงจำของเขา เพื่อเป็นของขวัญให้สิงคโปร์ในวันครบรอบ 50 ปีค่ะ

วิธีมา สามารถนั่ง MRT มาลงสถานี Tanjong Pagar MRT แล้วออกทาง Exit A จะเจอถนน Maxwell Road เดินผ่านอาคาร Red Dot ไปนิดนึงค่ะ แล้วเดินข้ามถนนมาอีกฝั่งจะเห็นอาคาร Singapore City Gallery เข้าไปได้เลย แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนชั้นนึง เจอเลยค่า

ใครที่เรียนสายนี้ห้ามพลาดเลย คือดีมาก แต่ใครที่ไม่ได้เรียนสายนี้ก็มาดูได้เพลินๆค่ะ


Tian Tian Hainanese Chicken Rice

อีกร้านข้าวมันไก่ชื่อดังที่อยู่ในศูนย์อาหาร Maxwell Food Center ข้อดีคือ อาหารในศูนย์อาหารจะราคาถูกกว่าข้างนอกค่ะ แถมอร่อยด้วย ส่วนตัวเราชอบข้าวมันไก่ร้านนี้มากกว่า Wee Nam Kee นะ (แต่ร้านนั้นหมูกรอบอร่อยยยยยยยยยยยยยย)

ใครอยากมานะคะ ถ้ามาจาก Singapore City Gallery สามารถเดินมาได้เลย ใกล้มาก 5 นาทีก็ถึง แต่ถ้ามาจากที่อื่น สามารถนั่ง MRT มา โดยเลือกได้สองทาง

  • ลงสถานี Chinatown MRT (NE4) ออก Exit A

  • ลงสถานี Tanjong Pagar MRT (EW15) ออก Exit B

ลองเลือกดูค่ะว่าทางไหนจะสะดวกกว่า แต่มากินเถอะค่ะ อร่อยจริงงง!


Café at Ann Siang Rd.

ถนน Ann Siang นี่ก็มีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่เยอะแยะมากเลยค่ะ แต่ร้านที่จะพาไปครั้งนี้คือคาเฟ่ชื่อดังงงอย่าง Ps. Café ค่ะ

ถ้าใครมาจาก Maxwell Food Centre หรือ Singapore City Gallery สามารถเดินมาได้ค่ะ ใกล้มาก หรือถ้ามาจากที่อื่น นั่ง MRT มาลง China Town แล้วเดินมาถนน Ann Siang ค่ะ เดินมาจนสุดทางเลย จะเห็นทางขึ้นเป็นบันไดเล็กๆอยู่ซ้ายมือ เดินขึ้นไปเจอเลย

หรือจะนั่ง MRT มาลง Telok Ayer Station ก็ได้ค่ะ ใกล้กว่านิดหน่อย

ร้านบรรยากาศดีเลยค่ะ อารมณ์เหมือนเป็น Bar ด้วย ตอนกลางคืนมีเครื่องดื่ม Alcohol อยู่ค่ะ ปิดเที่ยงคืนเลย ใครมากลางวันก็มาทานขนมและเครื่องดื่มก็ได้ค่ะ

ที่สั่งไปจะมี Affogato ค่ะ ราคา 9.50 SGD

Ultimate Fudgy Brownie Slice มาชิ้นอย่างบิ๊กเลยค่ะ ราคา 16 SGD ค่ะ ข้างในจะเป็นมาชเมลโลว ข้างนอกเป็นบราวนี่ และราดด้วยช้อคโกแลตค่ะ ที่สุดของความอ้วนแล้ว 555555 คือถามว่าอร่อยมั้ยมันก็อร่อยค่ะ แต่รู้สึกผิดมากกกกกก ต้องกินกับเพื่อนหลายๆคนอะ แชร์กันอ้วน รู้สึกผิดน้อยลง… นิดนึง

(อ้วนก็อ้วนขึ้น แต่กระเป๋าตังค์… ผอมลงผอมลง)

Sticky Date Pudding อันนี้ราคา 15 SGD ค่ะ

เมนูนี้เป็นเมนูที่ทางร้านแนะนำค่ะ ซึ่งแบบบบบอร่อยมากกก เป็นพุดดิ้ง (แป้งๆนะไม่ใช่ดึ๋งๆ) ที่ราดด้วยซอสลูกเดทหวานๆร้อนๆ ท้อปด้วยไอติมเย็นๆ คือแบบ ใช่มากกกกกกกกก แต่ก็ต้องกินหลายคนอีกแหละค่ะ ถ้ากินคนเดียวค่อนข้างเลี่ยน (โดยส่วนตัวไม่ชอบทานหวานเท่าไหร่ค่ะ)


ArtScience Museum

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะค่ะ โดยจะหมุนเวียนการจัดแสดงไปเรื่อยๆ ต้องลองเช็คดูค่ะว่าในช่วงที่ไปตอนนั้นเป็นการจัดแสดงอะไร

การเดินทาง นั่ง MRT มาลงสถานี Bayfront Station เดินต่อไปทางแม่น้ำค่ะ จะเจอตึกที่หน้าตาเหมือนดอกบัว นั่นแหละค่ะ ถึงแล้ว เย้

ช่วงที่เราไป มีนิทรรศการที่ชื่อว่า Future world Where Art Meets Science โดยกลุ่มศิลปิน Team Lab จากญี่ปุ่น ที่เสนอผลงานศิลปะในโลกดิจิตอล (ตามชื่อนิทรรศกาลเลยค่ะ) โดยเน้นว่าตัวชิ้นงานจะ Interactive กับผู้เข้าชม

โซนที่เราชอบที่สุด ชื่อโซนว่า SPACE ชื่องานว่า ‘Crystal Universe’

เพลงเพราะมาก ไฟสวยมากกกๆๆ เข้าไปแล้วเหมือนอยู่อีกโลกนึงเลย จริงๆมันเป็นแค่ห้องเล็กๆแหละค่ะ แต่ด้วยความที่อยู่แล้วเพลิน เลยใช้เวลาที่นี่กันนานพอสมควรเหมือนกัน

แล้วมารู้ตอนหลังว่า เราสามารถมีส่วนร่วมกับงานชิ้นนี้ได้โดยสร้างดวงดาวเข้าไปในห้องคริสตัลนี้ได้ ง่ายมาแค่เข้าไปเว็บ asm-universe.team-lab.com พอเราเลือกดวงดาวส่งเข้าไปแล้ว ซักพักดาวดวงนั้นก็จะปรากฏในห้องคริสตัลนี้ค่ะ

ราคาค่าเข้านะคะ ผู้ใหญ่ 17 SGD ส่วนเด็ก 10 SGD ค่ะ แล้วก็ควรจองบัตรเข้าก่อน เพราะบางวันถ้าคนเยอะก็เต็มได้ค่ะ ส่วนรอบเข้าชมมีทั้งหมด 6 รอบนะคะ

  • 10:00

  • 11:30

  • 13:00

  • 14:30

  • 16:00

  • 17:30


Tiong Bahru Rd.

อีกหนึ่งย่านถนนเก๋ๆ แต่คนละแบบกับ Haji lane นะ อันนี้ไม่ได้เน้นกราฟฟิตี้ แต่เป็นแนวแบบคลีนๆ ฮิปๆ เต็มไปด้วยคาเฟ่สีสบายตา และร้านอาหารที่โคตรหลากหลายเชื้อชาติทั้งจีน อินเดีย อาหารฝรั่งก็มี ไปจนถึงร้านขายหนังสือ ขายของจุ๊กจิ๊กแฮนเมด เต็มไปหมดเลยยย หลายคนน่าจะชอบนะ… ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ก็นึกถึงซอยอารีย์บ้านเรานี่แหละค่า

วิธีมาก็ง่ายมาก นั่ง MRT มาลง Tiong Bahru Station ได้เลยค่ะ เดินออกมาทางออก B แล้วใครจะนั่งแทกซี่ก็ได้ หรืออยากเดินก็ได้ (ไกลนิ๊ดดดนึงแต่ถ้าอากาศดีก็เดินได้สบายๆ) หรืออีกตัวเลือกคือนั่งรถเมล์ค่ะ สายที่ผ่านจะมี 23,16,5 นั่งประมาณ 2 ป้าย จะเจอป้ายรถเมล์หมายเลข 10149 ลงเลยค่ะ จากนั้นข้ามไปฝั่งตรงข้าม เดินไปเรื่อยๆ ก็จะถึงแล้วค่ะ

ครั้งนี้เรามาลองเดินกินร้านมั่วๆ แบบที่ (น่าจะ) ยังไม่เคยเห็นในรีวิวมาก่อนดูบ้าง

ร้านนี้ชื่อว่า “Tiong Bahru Yong Tao Hu” เป็นร้านที่ตอนแรกไม่ได้คากหวังอะไรมากเล้ยยย แค่หิวข้าวและขี้เกียจหาเลยแบบ อะะะะ ร้านนี้เลยละกัน ร้านนี้อยู่ตรงหัวมุม ถนน Tiong Poh Rd.

และสิ่งที่ได้รับก็เกินความคิดหมายมากค่ะ….

ชามนี้ชื่อ “Bee Hoon” หน้าตาโคตรธรรมดา เหมือนเส้นหมี่ ลูกชิ้นกับเกี๊ยวปลางี้ แต่รสชาติไม่ธรรมดาเลย อร่อยมากทั้งเส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปใสกลมกล่อม และเครื่องที่ให้มาเยอะมากๆๆๆๆๆ และอร่อยมากกก ชอบมากถึงกับต้องสั่งเพิ่ม

ทานของคาวแล้วต้องทานของหวานต่อ เราตั้งใจมากินร้านนี้กันค่ะ  “ Tiong Bahru Bakery ”

ร้านนี้เป็นร้านเบเกอรี่ชื่อดังในย่านนี้เลย มีให้เลือกเยอะมากก ละลานตาไปหมด ส่วนราคาก็……. ค่อนข้างสูงงงง

ลองมาดูของหวานที่เราสั่งกันค่ะ

  • Original Kouign Amann

  • chocolate kouign amann

  • Apple Crumble

  • Berries Tart

สำหรับเรา เราว่า kouign amann อร่อยค่ะ ทั้งสองรสเลย ส่วนตัวชอบ chocolate มากกว่า จะมีความขมๆ หน่อย ไม่เลี่ยน ส่วนตัว Original ก็จะหวานกว่า แต่ไม่หวานมากค่ะ อร่อยดี   ส่วน Apple crumble และ Berries Tart เราว่าค่อนข้างหวานนนนนมากกก เราไม่ชอบทานหวานค่ะ เลยยังไม่ถูกปากเท่าไหร่


Henderson Waves

อันนี้เป็นอีกหนึ่งที่ที่ชอบมากกกกกกกกๆๆๆ และภูมิใจสำเสนอมากกกกกก

คือจริงๆ ก็เป็นสะพานคนข้ามเนี่ยแหละค่ะ แต่สูงและดีไซน์เก๋มาก เอาไว้เชื่อมระหว่างป่าสองป่า คือ Mount Faber Park และ Telok Blangah Hill Park ซึ่งป่าของเค้านี่ไม่ใช่ป่ารกๆ อะไรแบบนั้นนะคะ แต่เป็นป่าที่ทำทางวิ่งไว้อย่างดี ส่วนใหญ่คนจะชอบมาวิ่งออกกำลังกายกัน ส่วนบนสะพาน Henderson Waves คนจะชอบมานั่งเล่นกันค่ะ มีทั้งครอบครัว เพื่อน คู่รัก เพราะบรรยากาศดีจริงๆ ได้ชมวิวเมืองด้วย

 

ส่วนวิธีไปไม่ได้ง่ายแบบนั่ง MRT แล้วถึงเลย แต่ก็ไม่ได้ยากค่ะ คือถ้าง่ายสุดเนี่ยก็ต้องนั่ง Taxi ยาวๆ ไป แต่มันก็ราคาสูงอยู่ อีกวิธีคือนั่ง MRT ไปสถานีใกล้ที่สุด คือสถานี Harbourfront ออกทางออก VivoCity จะเป็นห้างค่ะ ให้เดินออกมาหน้าห้าง จะมีป้ายรถเมล์ชื่อป้าย 14141 Vivocity รอรถเมล์สาย 145 ไปจนเห็นสะพาน แล้วลงได้เลยค่ะ ถ้าไม่มั่นใจ ดูจากที่ป้ายรถเมล์ก็ได้ค่ะ ชื่อว่า B14051

พอลงแล้วข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม แล้วเดินขึ้นไปได้เลย.. แต่แอบเหนื่อยนิดนึง 55555 ต้องเดินๆ หยุดๆ เพราะมันเดินขึ้นเขาอะเนอะ

แต่ไปเถอะค่ะ คุ้มจริง


นี่แหละค่ะ 48 ชั่วโมงในสิงโปร์ของเรา อาจจะดูมีเวลาเที่ยวไม่เยอะ แต่ถ้าเราบริหารเวลา และวางแผนการเดินทางดีๆ เชื่อเถอะค่ะว่า 48 ชั่วโมงก็ทำอะไรได้ตั้งเยอะ ใครขี้เกียจวางแผนก็ไปตามแพลนที่เราเรียงให้เลยก็ได้นะคะ เอาล่ะะะ ถ้ารู้แล้วว่าการไปเที่ยวทีไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ไม่ต้องเสียวันลาก็ได้ งั้นรออะไร จองโลดดดด!!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s