“ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว”.. เที่ยวไม่ไกล เที่ยวให้ลึกซึ้ง

ถ้าพูดถึงจังหวัด “ตราด” คนส่วนใหญ่คงนึกถึงเกาะช้าง แต่จริงๆแล้วในจังหวัดตราดเองก็มีที่ให้เที่ยวได้ซัก 2-3 วันอยู่เหมือนกันนะ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การเที่ยวแบบเดิมๆ ที่คอยตามหามุมเช็คอินสวยๆ ถ่ายรูป แต่เป็นการเที่ยวแบบ ‘ลองไปใช้ชีวิตกับชุมชน’ ….   อยากรู้มั้ยว่ามันจะเป็นยังไง?


ครั้งนี้เรามาที่ ‘ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว’ เป็นชุมชนเล็กๆ ในจังหวัดตราด และเป็นทางผ่านไปท่าเรือข้ามไปเกาะช้าง เรามาพักอยู่ที่นี่ด้วยกัน 3วัน 2 คืน (จริงๆจะน้อยกว่านี้ก็ได้ แต่ขับมาหลายชั่วโมงเราเลยอยากใช้เวลาให้เต็มที่)  น้ำหนักขึ้นเลย ก็อาหารอร่อยมาก จัดหนักจัดเต็มทุกมื้อ และได้ทำหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วย  มาสิ เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง 🙂

บ้านน้ำเชี่ยว.. วันที่หนึ่ง

เราขับจากกรุงเทพมาเรื่อยๆ มาแวะกันที่จังหวัดจันทบุรีก่อน เพราะหิวจ้าาาาาา และจากการหาข้อมูลเราก็มาจบที่ร้านนี้ค่ะ

“  เจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ”

ร้านเย็นตาโฟชื่อดังเพราะเครื่องแน่นม๊ากกก ใส่กั้งด้วยย และอีกอย่างที่คนสั่งเยอะก็คือเต้าหู้ทอดนี่แหละค่ะ

DSCF0004DSCF0002

เติมพลังเสร็จพร้อมไปต่อค่ะ จากจันทบุรีไปตราดใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ววว ก่อนจะเข้าชุมชนเรามาแวะท่าเรือกันก่อน อันนี้เป็นท่าเรือเก่าที่เมื่อก่อนไว้ข้ามไปเกาะช้างค่ะ แต่ตอนนี้ท่าเรือข้ามไปเกาะช้างย้ายไปอีกจุดแทนแล้วค่ะ

กว่ามาถึงชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว 6 โมงพอดี ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ (แต่พึ่งกินมาไม่ใช่เรอะะะ) และโชคดีที่วันนี้เรามาพร้อมกับกรุ้ปใหญ่ เลยได้มาทานข้าวเย็นรวมกัน และได้ดูการแสดงพื้นบ้านจากเด็กๆด้วยนะ

DSCF0041

อาหารที่กินวันนี้ มีทั้งห่อหมก ปูตัวใหญ่ๆ ขนมจีนน้ำยา แกงเขียวหวาน อร่อยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ

DSCF0054

และสิ่งนี้ ‘หอยปากเป็ดผัดใบโหระพา’ อะอะ ไม่รู้จักกันล่ะสิ หอยปากเป็ดเป็นหอยพันธุ์นึงที่มีอยู่เพียงไม่กี่ที่เท่านั้นค่ะ มีมากก็ที่ตราดนี่แหละ คือหากินยากนะ กินแล้วก็กรึบๆ อร่อยดี อธิบายไม่ถูกกก ต้องมาลองเองง มาลองที่นี่เลยจ้าา สดมากก อร่อยนะ ชอบบบบบ

พอกินเสร็จก็มีการแสดง ‘ ลิเกฮูลู’ เป็นการเต้นประกอบเพลงของชาวมุสลิมค่ะ จากน้องๆ ค่ะ น่ารักมากกกกก แล้วอยู่ๆกลายเป็นว่าพวกเราต้องไปเต้นด้วยยย ฮ่าๆๆๆๆ สนุกกก ฟีลแบบเหมือนเข้าค่ายลูกเสือแล้วเต้นรอบกองไฟงี้ ความทรงจำวัยเด็กกลับมาอีกครั้งงงงง

DSCF0075

DSCF0103

เรามีโอกาสได้แต่งชุดแบบชาวอิสลามด้วยแหละ เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ชุมชนสองศาสนา สามวัฒนธรรม’ ซึ่งก็คือศาสนาพุทธและอิสลามที่สามารถอยู่กันได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่แบ่งแยก และสามวัฒนธรรมก็คือ ไทย จีน และมุสลิม จะบอกว่าวัดไทย วัดจีน และมัสยิด คืออยู่ใกล้ๆกันหมดเลยค่ะ ดีเนอะ ❤ เราชอบความเป็นหนึ่งเดียวแบบนี้จังเลย

หลังการแสดงผ่านไป… เห็นงี้ บอกเลยว่าเหนื่อยค่ะ 5555 เหงื่อแตก เบิร์นไปได้หลายแคลเลย แต่สนุกมาก น้องๆน่ารัก และมีความสุขสุดก็ตรงที่ทุกคนในลานกว้างนี้มีแต่รอยยิ้มให้กันและกัน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมากเลย 🙂


บ้านน้ำเชี่ยว… วันที่สอง

กองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ .. เช้านี้เรามาทานข้าวที่ลานอเนกประสงค์ที่เดิม เพิ่มพลังก่อนจะไปลุยทำกิจกรรมกันค่ะ

และอาหารเช้ามื้อนี้เป็นข้าวผัดทะเล ตักไปเจอทั้งกุ้ง ปู ปลาหมึก หื้มมมม เยอะมาก สดๆทั้งนั้น แล้วก็มีปาท่องโก๋ด้วยค่ะ พึ่งทอดเสร็จร้อนๆเลย

ท้องอิ่ม พลังมา วันนี้เราจะมาทำกิจกรรมกับชุมชนกันค่ะ อะเริ่มมม!

ส่วนยานพาหนะทริปนี้เราจะใช้เป็นจักรยานนะคะ เพื่อลดการก่อเกิดของคาร์บอนไดออกไซต์ รักษ์โลกกันขั้นสุดด

DSCF0014

แล้วเราก็มาถึงบ้านหลังแรก เราแวะมาบ้าน ‘ป้าแต๋ว’ ผู้ที่จะมาสอนเราทำ ‘ข้าวเกรียบยาหน้า’ ข้าวเกรียบยาหน้าเป็นขนมโบราณของชาวมุสลิมจามค่ะ หาทานยากมาก เราเองก็พึ่งเคยเห็นที่นี่แหละค่ะ

DSCF0065

แป้งที่ใช้จะเป็นแป้งข้าวเหนียวผสมข้าวเจ้าค่ะ จริงๆดูเหมือนจะง่ายนะ แค่เทแป้งแล้วเอาขึ้นมาพักตากแดด แต่บอกเลยว่าโอ้ยยยยยยย ยากมากกกกกก ตอนเทแป้งเนี่ยไม่เท่าไหร่แต่ตอนจะเอาขึ้นมาตากแดดเนี่ย ทำทีไรแป้งขาดทุกที เอ…. หรือเราอ่อนเองนะ

DSCF0077

หลังจากเราเอาแป้งไปตากแดดและปิ้งกันเรียบร้อย ก็มาถึงขั้นตอนการยาหน้ากันแล้วค่ะ งงมั้ยว่ายาหน้าคืออะไร? ยา แปลว่า ทา และหน้า ก็คือการแต่งหน้า   ส่วนหน้าที่เราจะเอามาแต่งบนแป้งนี้ ก็จะมีไส้สีส้มๆนี้ค่ะ ประกอบไปด้วยกุ้ง หัวหอม พริกไทย มะพร้าว แครอท ค่ะ

DSCF0086

ขั้นตอนแรกเราจะทาน้ำตาลอ้อยเคี่ยวบนแผ่นแป้งก่อน จากนั้นก็โรยใส่ และใส่หัวหอม เท่านี้ก็เสร็จแล้วค่ะ ขั้นนี้ทำเองได้ละ ทำง๊ายง่ายยย

DSCF0098

ใครอยากทาน หาซื้อยากค่าา ง่ายสุดต้องมาทานที่นี่ ถุงละ 50 บาทเท่านั้น เราซื้อกลับมาฝากครอบครัวด้วย มีแต่คนชอบบบ หรือตามงานออกบูธของททท. ก็มีนะคะ

ถ้าอิ่มแล้วไปกันต่อค่ะ เราแวะมาที่บ้านของคุณยายวร มาลองทำงอบน้ำเชี่ยว หนึ่งในหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของชุมชน ซึ่งวัสถุที่ใช้ทำก็คือใบจาก ที่อยู่ในชุมชนนี่แหละค่ะ ทำเสร็จก็เอากลับไปเป็นของที่ระลึกกันไปคนละใบ หรือถ้าใครทำไม่เสร็จ… ก็เอาของที่คุณยายทำกลับไปคนละใบค่ะ 55555

DSCF0008

DSCF0125

คุณยายวรจะสอนเราตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือให้นับใบจากให้ครบ 38 ใบก่อน แล้วตัดหัวตัดหาง ให้ทั้งหมดมีความยาวพอๆกัน วางซ้อนกันแล้วร้อยเข็มกับด้ายเข้าไปค่ะ

 

DSCF0134

เสร็จแล้วก็คลี่ไปจากออกเป็นวงกลม ซึ่งอันนี้.. ได้แต่นั่งดูค่ะ ทำไม่ได้จริงๆ 5555 แต่ขั้นตอนต่อไปเป็นการผูกเชือก ให้ใบจากไม่เคลื่อนที่ อันนี้ทำได้จ้าาา แต่หน้าเครียดมากนะ ก็งี้แหละ คนมันเก่งงานฝีมือม๊ากกกกกก 555555

จากนั้นเราก็จะเริ่มเย็บกันละ อันนี้เราก็ได้ทำเองด้วยนะ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยาก แต่ก็ต้องใช้สมาธิหน่อย เพราะไม่ชินนน แล้วยิ่งคนที่สกิลแม่บ้านติดลบแบบเราหรอ… หึหึหึ เย็บผิดหลายที คุณยายต้องช่วยแก้ แงงงงง หนูสร้างความเดือดร้อนให้คุณยายใช่มั้ยยยย

หลังจากเย็บเสร็จเราต้องเอาไปตากแดดให้ใบจากแห้ง และเคลือบอีกค่ะ ถึงจะเสร็จสมบูรณ์ จริงๆ งอบที่นี่มีหลายทรงมากเลยนะ ขึ้นอยู่กับการใช้งานค่ะ กันแดด กันฝน ออกเรือ เป็นต้น

DSCF0148

หลังจากทำกิจกรรมกันแล้วเราก็เริ่มหิวค่ะ กลับไปเพิ่มพลังที่บ้านก่อน …

มื้อนี้มีผัดผักรวมกุ้ง ต้มยำทะเล ปลาทอด และแกงปลา อิ่มอร่อยกันไปอีกมื้อค่ะ และนอกจากอาหารที่ทางชุมชนจัดไว้ให้ ป้ากัลก็คอยปอกผลไม้มาให้ทานหลังอาหารทุกมื้อเลย ดูแลพวกเราเหมือนครอบครัวเลยจริงๆ

แอบกระซิบนิดดดด จะบอกว่า ชาเขียวของชุมชนอร่อยยยยมากกก รสชาติไม่เหมือนชาเขียวทั่วไป หวานและหอมมาก ถ้าใครไปบ้านน้ำเชี่ยวลองขอชิมดูนะ นี่เราเอากลับมาบ้านสองขวดเลย ติดใจจจจ

DSCF0166

DSCF0162

หลังจากกินเสร็จเราก็พักผ่อนตามอัธยาศัยกันไปค่ะ รอจนช่วง 4 โมงเย็นก็ได้เวลาออกเรือแล้วค่ะ เย็นนี้เราจะไปป่าโกงกางกัน

DSCF0224

DSCF0194

อีกหนึ่งไอเดียที่เราชอบมากของชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวคือ นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้ปลูกต้นโกงกางกันคนละต้นสองต้น ประโยชน์ของต้นโกงกางก็คือช่วยลดคาร์บอน และดูดคายออกซิเจน ทำให้น้ำไม่เน่าเสียด้วยนะ สังเกตุดูสิ ป่าโกงกางที่นี่สมบูรณ์มาก และหลายๆต้นในนี้ก็มาจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาปลูกนี่แหละ

เราได้ดูตั้งแต่การเก็บต้นอ่อน จากต้นใหญ่เลย น้ามาน เจ้าของบ้านพักของเรา ปีนต้นไม้อย่างคล่องแคล่วเพื่อไปเก็บต้นอ่อนมาให้เราปลูกค่ะ พอได้ต้นอ่อนแล้วเราก็ไปหาโลเคชั่นเหมาะๆ มาปลูกเจ้าโกงกางน้อยของเรากัน

DSCF0358

เจอโลเคชั่นเหมาะๆ แล้ว แอบเห็นต้นโกงกางน้อยที่กำลังโตหลายต้นเลย คิดว่าน่าจะเป็นของนักท่องเที่ยวที่มาปลูกไว้นี่แหละค่ะ ลูกใครบ้างจำได้ป้าววว

DSCF0392

วิธีปลูก ไม่ยากค่ะ แค่ขุดหลุมให้ลึก กลบฝังให้แน่น และปล่อยให้เค้าโตไปตามธรรมชาติ มันเป็นความรู้สึกที่อิ่มใจบอกไม่ถูก ไม่เคยปลูกต้นไม้มาก่อนเลย ถึงเราจะปลูกไปแค่ 2-3 ต้น แต่อย่างน้อยเค้าก็จะโตขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ที่จะคอยสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ

ออกเรือไปต่อกันค่ะ คราวนี้เราจะไปงมหอยปากเป็ด…

ตรงที่เราไปดูๆแล้วเหมือนน้ำจะลึกนะ แต่ไม่ลึกค่ะ อยู่แค่ประมาณอกเท่านั้นค่ะ พี่มานจะเป็นคนลงไปสำรวจให้ก่อนว่าตรงนี้หอยปากเป็ดเยอะมั้ย พอเจอโลเคชั่นเหมาะๆ ก็จะทอดสมอ แล้วให้เราลงตามค่ะ

DSCF0249DSCF0259

“จ๋อมมม”

DSCF0288

ความรู้สึกแรกหลังลงไป…. มันตื่นกว่าที่คิดเยอะเหมือนกัน น้ำไม่หนาวค่ะ อุ่นๆกำลังดี และความรู้สึกที่ฝ่าเท้า ดินมันนุ่มๆ หยึยๆ น่ะ ด้วยความที่หอยชนิดนี้จะเติบโตได้ในบริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นทรายปนเลน ทำให้สัมผัสที่เหยียบไปจะนุ่มๆ เละๆซักหน่อย ฮ่าๆ ส่วนเจ้าหอยปากเป็ดเนี่ยมีอยู่เยอะมากเลยค่ะ ความรู้สึกเหมือนเหยียบเหรียญน่ะ เต็มเท้าเลย เดินไปตรงไหนก็เจอ

วิธีงมหอยง่ายมากค่ะ อุปกรณ์มีอย่างเดียวคือ ‘เท้า’

เราจะใช้นิ้วเท้าเนี่ยแหละค่ะ พยายามจับเค้าขึ้นมา แต่หอยชนิดนี้จะมีหางอยู่ เอาไว้มุดหนีเวลาเราจะจับ เพราะงั้นเราเลยต้องเร็ว และใช้นิ้วเท้าจับไว้ให้แน่น พอจับอยู่แล้วก็… เอาขึ้นมาค่ะ

DSCF0305DSCF0338DSCF0353

นอกจากหอยปากเป็ดแล้วมีสิ่งนี้ด้วย ‘หัวมันทะเล’ หรือพี่มานเรียกเค้าว่า…. กระจู๋ทะเล…. เค้าเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเลนี่แหละค่ะ ถ้าบีบไปจะมีน้ำพุ่งออกมา ผิวเค้าจะลื่นๆๆ ลื่นมากๆๆๆ แปลกๆดีค่ะ จับแล้วจั๊กจี๋อะ

DSCF0266

ดำผุดดำว่ายกันอยู่ซักพักจนเริ่มหิวแล้ว เรากลับกันดีกว่าค่ะ ระหว่างทางกลับเราเจอกับลิงแสมและเหยี่ยวแดงเต็มไปหมด (แต่พวกนางเร็วมาก ถ่ายแทบไม่ทัน) ไม่เคยเห็นเหยี่ยวเยอะขนาดนี้มาก่อน เชื่อแล้วค่ะว่าธรรมชาติที่นี่สมบูรณ์จริงๆ

แล้วรู้มั้ยคะ เค้าบอกว่าก่อนหน้านี้น้ำที่นี่มีแต่ขยะ แต่พอเริ่มมีคนเข้ามาเที่ยว ชุมชนก็เริ่มช่วยกันเก็บขยะ ขุดลอกขยะ แล้วก็โยนจุลินทรีย์บอล จนทำให้น้ำใสสะอาดปราศจากขยะแบบทุกวันนี้ … แต่ในรูปเราน้ำอาจดูไม่ใสมากเนอะ เพราะเราไปช่วงพายุเข้า ดินข้างล่างเป็นดินเลน เจอฝนกระหน่ำทุกวัน เลนก็ตีขึ้นมาทำให้น้ำเป็นสีนี้ค่ะ แต่ถ้ามาช่วงที่ไม่ใช่ฝน น้ำจะใส แล้วก็จะเจอหิ่งห้อยด้วยนะ

DSCF0033

DSCF0532

และนี่คือหน้าตามื้อเย็นของเราวันนี้ อิ่มอร่อยกันอีกมื้อนะคะ

DSCF0540

หลังจากทานมื้อเย็นแล้ว พี่มานก็พาพวกเราไปหาของหวานทานในเมืองกันนน ครอบครัวนี้น่ารักและใจดีมาก ดูแลเราดีเหมือนลูกเหมือนหลานเลย พูดแล้วก็คิดถึง 🙂

18159379_1148897998573329_102569975_o


บ้านน้ำเชี่ยว.. วันที่สาม

 

DSCF0567DSCF0554DSCF0569DSCF0571

DSCF0007

วันสุดท้ายของการใช้ชีวิตที่นี่แล้ว โชคดีวันนี้ตอนเช้าฝนไม่ตก เราเลยเดินออกมาถ่ายรูปสะพานเล่น ที่ต้องทำสะพานสูงขนาดนี้ก็เพื่อให้เรือใหญ่ได้ผ่านได้ค่ะ เห็นพี่มานบอกว่าช่วงน้ำขึ้นจะมีเด็กมากระโดดเล่นน้ำกันด้วย แต่ตอนนี้น้ำลด.. อย่าโดดเลยยยยย

 

ถัดจากสะพานจะมีตลาดยามเช้าค่ะ มาเดินๆ หาของกินกันได้ ของสดและถูกมาก อร่อยด้วย หืมมมม เราชอบบรรยากาศยามเช้าที่นี่จังเลยยย

เดินเล่นกันอยู่ซักพัก ก็กลับไปทานกับข้าวที่บ้าน ที่ทางชุมชนทำมาให้ค่ะ เช้านี้มีข้าวต้มกุ้ง และปาท่องโก๋ทอด

มีแรงแล้วไปต่อกันค่ะ เราจะไป ‘หาดทรายดำ’ กัน อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเท่าไหร่ค่ะ ขับไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว

DSCF0004

ทางเดินเข้าไปเต็มไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ เจอทั้งหอย ทั้งปู และปลา เต็มไปหมดเลยค่ะ ปูที่นี่สีสวยด้ยวนะ แต่จำชื่อได้พันธุ์เดียว คือปูก้ามดาบ คือก้ามพี่แกจะบิ๊กมาก นอกนั้นพันธุ์อะไรไม่รู้ อ่อแล้วพี่ปูที่นี่เค้าดูชอบใบไม้นะ ดูโยนใบไม้ลงไปให้ปุ๊บพี่แกรีบเก็บกันใหญ่ แต่เอาไปไหนก็ไม่รู้

DSCF0006DSCF0075DSCF0106DSCF0008

ตอนไปถึงหน้าทางเข้า คุณป้าบอกว่าแมงดาที่ติดมากับอวนของชาวประมง เลยเอามาไว้นี่เผื่อนักท่องเที่ยวอยากไปปล่อย ซึ่ง… สุดท้ายก็เรานี่แหละที่ปล่อย สงสารเค้าอ่าา คงอยากไปอยู่ในทะเลมากกว่า มันปล่อยกลับสู่ทะเลเนอะ

DSCF0029

ถ้ามาช่วงเย็นน่าจะบรรยากาศดีมากเลยย ใครได้ผ่านมาแถวนี้แวะมาได้ค่ะ ไม่เสียค่าเข้าด้วยนะ

DSCF0062DSCF0070

กลับมากินข้าวมื้อสุดท้ายของทริปที่บ้าน มื้อนี้มีทั้ง ปลาทอด แกงส้ม ไข่เจียวกุ้งที่มีกุ้งเยอะมากกก ตักกี่คำก็เจอแต่กุ้งๆๆๆ และกุ้งงงง กี่ตัวไม่รู้ไม่ได้นับ แต่เยอะมากกก สดและหวานมากกก ส่งท้ายทริปอย่างฟิน ฟิน ฟินนนนนนนนน

 

กินอิ่มแล้วถึงเวลาต้องจาก…. มันเป็นช่วงเวลาที่ใจหายมากเลยนะ

เราทยอยเอากระเป๋าแต่ละใบขึ้นรถ ป้ากัลถามพวกเราว่า ‘จะกลับแล้วจริงๆหรอ อยู่ต่อได้นะ’ แอบเห็นน้ำตาป้ากัลคลอเบ้า เราเองก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกัน เราเองก็รู้สึกใจหาย ทั้งๆที่เรามาอยู่แค่ 3 วัน แต่ทำไมรู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนต้องลาจากกับครอบครัวเลย   แต่สุดท้ายก็ถึงเวลาต้องกลับ เราหันไปกอดป้ากัล และพี่มาเรียม และบอกว่า เราจะกลับมาเยี่ยมอีก ป้ากัลอวยพรให้เราเดินทางกลับโดยปลอดภัย เราเห็นป้ากัลเช็ดน้ำตาแล้วเดินเข้าบ้านไป ส่วนพี่มาเรียมก็ยืนส่งเรา ตาแดงๆ เรานี่อยากเปลี่ยนใจ อยู่ต่ออีกซักคืน แต่ก็ไม่ได้ งานรออยู่ งั้นคงต้องถึงเวลาไปจริงๆแล้วล่ะ

DSCF0409

และนี่คือครอบครัวชาวมุสลิมที่น่ารักและอบอุ่นที่ดูแลเรามาตลอด 3 วันค่ะ

น้ามาน เจอครั้งแรกหน้าดุมาก แอบเกร็งนิดนึง แต่พอได้คุยแล้วเลยรู้ว่าน้ามานใจดีมาก คอยขับรถพาเราไปนู่นไปนี่ เป็นคนคอยสร้างเสียงหัวเราะ

พี่มาเรียม แฟนน้ามาน พี่มาเรียมเป็นคนขี้อาย วันแรกๆพี่มาเรียมจะพูดน้อย แต่ยิ้มเก่ง วันหลังๆพี่มาเรียมเริ่มกล้าพูดมากขึ้น แต่ถึงจะไม่ได้พูดอะไรเยอะ แต่ก็ดูออกว่าพี่มาเรียมดูคอยเป็นห่วงเรา ขาดอะไรเอามาให้โดยไม่ต้องขอเลย น่ารักกกก

ป้ากัล เราจำได้ว่าประโยคแรกที่ป้ากันพูดกับเราคือ ‘ตามสบายเลยนะลูก คิดซะว่าเราเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันนั่นแหละ เหมือนมาเที่ยวบ้านญาตินะลูกนะ’ และป้ากัลก็ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เรารู้สึกเหมือนป้ากัลเป็นคนในครอบครัวเรา ป้ากัลคอยดูแลเราตลอดทุกเรื่อง คอยถามเราตลอด ขาดเหลืออะไรมั้ย อิ่มมั้ย นอนหลับมั้ย ทุกอย่างทำให้เราไม่รู้สึกเหมือนเป็นแขกที่มาพัก แต่เป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ

น้องปุน น้องปุนไม่ใช่ลูกของบ้านนี้หรอกค่ะ จริงๆน้องปุนเป็นชาวพุทธ ลูกของบ้านที่สนิทๆกัน แต่เวลาว่างๆ ก็มาอยู่มาค้างที่บ้านของป้ากัลตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นเหมือนหนึ่งในครอบครัวนี้ไปแล้ว น้องปุนเป็นเด็กช่างสงสัย ฉลาด และพูดเก่งมาก เราสองคนสนิทกันเร็วมาก จนเหมือนเรามีน้องสาวเลย

สำหรับชาวพุุทธอย่างเราที่ต้องมาอาศัยอยู่กับครอบครัวของชาวมุสลิมแบบนี้ ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่าจะต้องมีกฏระเบียบอะไรที่เคร่งครัดมั้ย หรือมีข้อห้ามอะไรเยอะแยะจนน่าอึดอัดหรืิอเปล่า แต่ไม่เลยค่ะ ไม่มีกฏระเบียบอะไรที่มากไปกว่ามารยาทพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันแบบครอบครัว แค่ใจเขา ใจเรา แค่นั้นเองค่ะ 🙂


ขอบคุณครอบครัวแสนน่ารักอบอุ่นที่คอยดูแลพวกหนูตลอด 3 วันที่ผ่านมานะคะ ไว้หนูจะแวะไปนั่งเล่นที่บ้านอีกนะคะ

ขอบคุณชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวและพี่หน่อย ประธานชมรมมากๆนะคะ ที่มีกิจกรรมดีๆ อาหารอร่อยๆ ให้พวกหนูตลอด 3 วัน หนูชอบทุกอย่างที่เป็นบ้านน้ำเชี่ยว และอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสบ้านน้ำเชี่ยวด้วยตัวเองนะคะ เพราะความประทับใจเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการอ่าน แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้มาลองใช้ชีวิตและสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวเองค่ะ

ขอบคุณโครงการ ‘เที่ยวไทยเท่’ มากๆ ที่เปิดประสบการณ์ใหม่นี้ให้หนู ประสบการณ์ที่ไม่เคยได้สัมผัสจากการเที่ยวครั้งไหนๆมาก่อน

ทั้งหมดแล้ว 3 วัน รวมอาหาร 6 มื้อ ที่พัก 2 คืน และกิจกรมทั้งหมด เสียค่าใช้จ่ายเพียงแค่คนละ 1,690 เท่านั้นนน ใครสนใจอยากลองประสบการณ์เที่ยวแบบใหม่ๆ แบบนี้บ้าง โทรติดต่อพี่หน่อย เบอร์นี้เลยค่ะ 084 892 5374 มาเที่ยวได้หมดเลยนะคะ จะมาแบบครอบครัว กลุ่มเพื่อน คู่รัก หรือจะมาคนเดียวก็ได้ ไม่เหงาแน่นอน

“เที่ยวไทย… ก็เท่ได้”

DSCF0423

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s